top of page

ประเภทค่าลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง❓


ประเภทค่าลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง❓  สำหรับบทความนี้ขอนำเสนอเกี่ยวกับสิ่งที่ควรรู้ของการลดหย่อนภาษีนำมาฝากกันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย  👉🏻ความรู้เรื่องการจ่ายภาษี การจ่ายภาษี คือ หน้าที่ของประชาชนที่มีรายได้เกินจำนวนเงิน 120,000 บาทต่อปี จะต้องมีหน้าที่ในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งผู้ที่มีเกณฑ์ที่จะต้องยื่นภาษีจะต้องรวบรวมเอกสารที่จำเป็นให้ถูกต้องและครบถ้วนและนำไปเอาเพื่อทำการยื่นที่ทางกรมสรรพากรหรือจะใช้วิธีการช่องทางออนไลน์โดยการยื่นเอกสารผ่านทางเว็บไซต์หรือทางแอปพลิเคชั่นได้เช่นเดียวกัน  👉🏻ความสำคัญของการวางแผนในการลดหย่อนภาษี การวางแผนในการลดหย่อนภาษี เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณนั้นได้เงินภาษีคืนและยังสามารถช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งวิธีการลดหย่อนภาษีที่คุณเลือกนั้นถือว่าเป็นผลประโยชน์ให้กับตัวของคุณเอง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุนรวมโดยการซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพ รวมถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือแม้กระทั่งการใช้จ่ายใช้สอยในสิ่งเล็กๆ ต่างๆ ก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งค่าลดหย่อนทางภาษีที่ทางกฎหมายได้ทำการระบุไว้ เป็นสิ่งที่ทางรัฐนั้นเล็งเห็นว่าเป็นภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในชีวิตและเป็นสิทธิพิเศษที่ทางรัฐจะต้องทำการสนับสนุนเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนนั้นเกิดพฤติกรรมบางอย่างโดยที่จะมีการทำการเปลี่ยนแปลงและทำการปรับปรุงในทุกๆ ปี ดังนั้นแล้วประชาชนผู้เสียภาษีจึงควรหมั่นที่จะมีการเกี่ยวกับติดตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ ปีเพื่อที่จะได้ทำการวางแผนลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้องและมีความเหมาะสม  👉🏻ค่าลดหย่อนภาษีมีกี่ประเภท 1.การลดหย่อนภาษีแบบส่วนตัวและครอบครัว ซึ่งจะประกอบไปด้วย - ค่าลดหย่อนส่วนตัว เป็นจำนวนเงิน 60,000 บาทซึ่งสามารถที่จะนำไปลดหย่อนภาษีได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ  - ค่าลดหย่อนคู่สมรส เป็นจำนวนเงิน 60,000 บาทซึ่งสำหรับคู่สมรสที่ทำการจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายและทางคู่สมรสจะต้องไม่มีรายได้  - ค่าลดหย่อนการฝากครรภ์และการคลอดบุตร ซึ่งส่วนที่จ่ายเงินให้กับทางสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานพยาบาลเอกชนสามารถที่จะทำการลดหย่อนได้ไม่เกินจำนวนเงิน 60,000 บาทต่อปี โดยที่ทางสามีนั้นสามารถทำการลดหย่อนภาษีได้ในกรณีที่ทางภรรยานั้นไม่มีเงินได้ และส่วนของเรื่องเอกสารหลักฐานที่ใช้สำหรับการลดหย่อนภาษีคือใบเสร็จในการรับเงินและใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาล  - ค่าลดหย่อนภาษีบุตร เป็นจำนวนเงินคนละ 30,000 บาทซึ่งจะต้องเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมและบุตรที่มีอายุไม่เกิน 20 ปีหรืออายุไม่เกิน 25 ปีและต้องกำลังศึกษาอยู่หรืออยู่ในกรณีที่บุตรอายุเกิน 25 ปีขึ้นไปแล้วนั้นแต่มีสถานะเป็นบุคคลไร้ความสามารถก็สามารถทำการลดหย่อนภาษีได้ในกรณีที่บุตรคนที่สองขึ้นไปและเกิดตั้งแต่ปีพ.ศ. 2561 ขึ้นไปสามารถทำการแล้วเก็บภาษีได้คนละ 60,000 บาท  - ค่าลดหย่อนสำหรับการเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเองและคู่สมรสจำนวนเงินคนละไม่เกิน 30,000 บาทและสูงสุดไม่เกินจำนวนสี่คน ซึ่งกล่าวคือสามารถที่จะทำการลดหย่อนได้สูงสุดโดยไม่เกินจำนวนเงิน 120,000 บาทโดยที่ทางบิดามารดาจะต้องมีอายุมากกว่า 60 ปีและมีรายได้ต่อปีจำนวนเงินไม่เกิน 30,000 บาทซึ่งไม่สามารถที่จะใช้สิทธิลดหย่อนซ้ำระหว่างพี่น้องได้จะต้องมีการระบุลงในลายมือชื่อหนังสือในการรับรองการเลี้ยงดูว่าบุตรคนใดที่จะเป็นฝ่ายเลี้ยงดูบิดามารดา  - ค่ารถหย่อนภาษีในกรณีที่อุปการะผู้พิการหรือบุคคลทุพพลภาพ จำนวนคนละไม่เกิน 60,000 บาทและผู้พิการนั้นจะต้องมีรายได้ที่ไม่เกินจำนวนเงิน 30,000 บาทต่อปี และจะต้องมีบัตรประจำตัวผู้พิการรวมถึงจะต้องมีหนังสือในการรับรองการเป็นผู้ประการะ  2.ค่าลดหย่อนภาษีในกลุ่มประกันเงินออมและการลงทุน ซึ่งประกอบไปด้วย - เงินประกันสังคม ซึ่งสามารถทำการลดหย่อนภาษีได้ตามที่ทำการจ่ายจริง และสูงสุดไม่เกินจำนวนเงิน 5100 บาทและสำหรับผู้ประกันตนตามมาตราที่33 และสำหรับผู้ประกันตนในมาตราที่39 สามารถที่จะทำการลดหย่อนได้สูงสุดโดยไม่เกินจำนวนเงิน 3003 บาท เพราะเนื่องด้วยจากปีพุทธศักราช 2564 นั้นได้มีการปรับลดอัตราเงินสะสมของประกันสังคมและผู้ประกันตนมาตราที่ 40 จะมีการลดหย่อนได้ไม่เกินจำนวนเงิน 700 บาทถึง 3000 บาทตามที่จ่ายจริง  - เบี้ยประกันชีวิตและประกันในแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งทำการลดหย่อนได้ตามที่ใส่จริงและสูงสุดไม่เกินจำนวนเงิน 100,000 บาทซึ่งในกรณีที่ทางคู่สมรสนั้นไม่มีอะไรได้สามารถที่จะทำการลดหย่อนค่าเบียร์ประกันของทางคู่สมรสได้สูงสุดจำนวนเงิน 10,000 บาทโดยที่ในเงื่อนไขของของละเอียดประกันชีวิตคือจะต้องมีระยะเวลาในการคุ้มครองเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไปและต้องทำประกันกับทางบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย และถ้าหากมีการเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบเวลา 10 ปี โดยจะถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไขและไม่สามารถที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้  - เบี้ยประกันสุขภาพและเบี้ยประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่ง สามารถทำการลดหย่อนได้ตามที่ทำการจ่ายจริงโดยสูงสุดไม่เกินจำนวนเงิน 25,000 บาทและเมื่อรวมกับทางประกันชีวิตจะต้องไม่เกินจำนวนเงิน 100,000 บาท  - เบี้ยประกันสุขภาพของทางบิดามารดา ซึ่งสามารถทำการลดหย่อนได้ตามจริงที่จ่ายโดยสูงสุดไม่เกินจำนวนเงิน 15,000 บาทและบิดามารดาจะต้องมีรายได้ที่ไม่เกินจำนวนเงิน 30,000 บาทต่อปีซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป  - เบี้ยประกันชีวิตในแบบบำนาญ ซึ่งสามารถนำมาทำการลดหย่อนภาษีได้เป็นจำนวน 15% ของเงินได้ตามที่ทำการจ่ายจริงโดยสูงสุดไม่เกินจำนวนเงิน 200,000 บาทโดยที่ทางเงื่อนไขของค่ารถหย่อนประกันชีวิตคือจะต้องมีระยะเวลาในการคุ้มครองเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไปและจะต้องทำประกันกับทางบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยแล้วจะต้องมีการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดยังมีความสม่ำเสมอ  3.ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มของเงินบริจาค ซึ่งประกอบไปด้วย - เงินสำหรับบริจาคทั่วไป ซึ่งสามารถทำการลดหย่อนได้ตามที่ทำการจ่ายจริงโดยสูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังจากที่ทำการหักค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษี  - เงินบริจาคเพื่อการศึกษา เพื่อการกีฬา เพื่อการพัฒนาสังคมและเพื่อประโยชน์สาธารณะและบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ ซึ่งสามารถนำมาทำการลดหย่อนภาษีได้สองเท่าของเงินบริจาคจริงซึ่งสูงสุดโดยไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากที่ทำหักค่าใช้จ่ายค่าลดหย่อนภาษี  - เงินบริจาคให้กับทางพรรคการเมือง ซึ่งสามารถนำมาทำการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดโดยไม่เกินจำนวนเงิน 10,000 บาท ซึ่งมาจากทางมาตราที่ 70 ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งว่าด้วยพรรคการเมืองพุทธศักราช 2560 โดยที่ได้มีการกำหนดไว้ว่าผู้ที่บริจาคเงินให้แก่พรรคการเมืองสามารถที่จะนำจำนวนเงินบริจาคนั้นไปหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีหรือรายจ่ายเพื่อทำการบริจาคตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร  4. ค่าลดหย่อนของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบไปด้วย - ดอกเบี้ยในการกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถทำการลดหย่อนได้ไม่เกินจำนวนเงิน 100,000 บาท  👉🏻เอกสารที่มีความจำเป็นสำหรับในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี - หนังสือรับรองภาษีเงินได้ที่หัก ณ ที่จ่าย - รายการในการลดหย่อนภาษีที่รวบรวมทั้งปียกตัวอย่างเช่น ค่าการเลี้ยงดูบิดามารดา ค่าการเลี้ยงดูบุตร - เอกสารที่ประกอบในการลดหย่อนภาษี เพื่อนำมาทำการกรอกแบบฟอร์มในการยื่นจ่ายภาษี  เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หวังว่าในบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านทุกท่าน และพบกันได้ใหม่ในบทความต่อไป  ----------------------------------------------------------------------------------- สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด  | รับสร้างแบรนด์  | รับทำการตลาดออนไลน์  | รับทำแผนการตลาดออนไลน์  | รับสร้างแบรนด์  | รับดูแล Facebook แฟนเพจ  | รับดูแล LINE OA    สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง   รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์ >> https://www.chatstickmarket.com/langran  ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้ >>https://www.chatstickmarket.com/portfolio  ------------------------------------------------------------------------------------  💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙 📱Tel : 0840104252 📱0947805680 สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์) 📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH  ┏━━━━━━━━━┓ 📲 LINE: @chatstick ┗━━━━━━━━━┛ หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM  🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran  🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

ประเภทค่าลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง❓


สำหรับบทความนี้ขอนำเสนอเกี่ยวกับสิ่งที่ควรรู้ของการลดหย่อนภาษีนำมาฝากกันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย


👉🏻ความรู้เรื่องการจ่ายภาษี

การจ่ายภาษี คือ หน้าที่ของประชาชนที่มีรายได้เกินจำนวนเงิน 120,000 บาทต่อปี จะต้องมีหน้าที่ในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งผู้ที่มีเกณฑ์ที่จะต้องยื่นภาษีจะต้องรวบรวมเอกสารที่จำเป็นให้ถูกต้องและครบถ้วนและนำไปเอาเพื่อทำการยื่นที่ทางกรมสรรพากรหรือจะใช้วิธีการช่องทางออนไลน์โดยการยื่นเอกสารผ่านทางเว็บไซต์หรือทางแอปพลิเคชั่นได้เช่นเดียวกัน


👉🏻ความสำคัญของการวางแผนในการลดหย่อนภาษี

การวางแผนในการลดหย่อนภาษี เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณนั้นได้เงินภาษีคืนและยังสามารถช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งวิธีการลดหย่อนภาษีที่คุณเลือกนั้นถือว่าเป็นผลประโยชน์ให้กับตัวของคุณเอง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุนรวมโดยการซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพ รวมถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือแม้กระทั่งการใช้จ่ายใช้สอยในสิ่งเล็กๆ ต่างๆ ก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งค่าลดหย่อนทางภาษีที่ทางกฎหมายได้ทำการระบุไว้ เป็นสิ่งที่ทางรัฐนั้นเล็งเห็นว่าเป็นภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในชีวิตและเป็นสิทธิพิเศษที่ทางรัฐจะต้องทำการสนับสนุนเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนนั้นเกิดพฤติกรรมบางอย่างโดยที่จะมีการทำการเปลี่ยนแปลงและทำการปรับปรุงในทุกๆ ปี ดังนั้นแล้วประชาชนผู้เสียภาษีจึงควรหมั่นที่จะมีการเกี่ยวกับติดตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ ปีเพื่อที่จะได้ทำการวางแผนลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้องและมีความเหมาะสม


👉🏻ค่าลดหย่อนภาษีมีกี่ประเภท

1.การลดหย่อนภาษีแบบส่วนตัวและครอบครัว

ซึ่งจะประกอบไปด้วย

- ค่าลดหย่อนส่วนตัว เป็นจำนวนเงิน 60,000 บาทซึ่งสามารถที่จะนำไปลดหย่อนภาษีได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ


- ค่าลดหย่อนคู่สมรส เป็นจำนวนเงิน 60,000 บาทซึ่งสำหรับคู่สมรสที่ทำการจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายและทางคู่สมรสจะต้องไม่มีรายได้


- ค่าลดหย่อนการฝากครรภ์และการคลอดบุตร ซึ่งส่วนที่จ่ายเงินให้กับทางสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานพยาบาลเอกชนสามารถที่จะทำการลดหย่อนได้ไม่เกินจำนวนเงิน 60,000 บาทต่อปี โดยที่ทางสามีนั้นสามารถทำการลดหย่อนภาษีได้ในกรณีที่ทางภรรยานั้นไม่มีเงินได้ และส่วนของเรื่องเอกสารหลักฐานที่ใช้สำหรับการลดหย่อนภาษีคือใบเสร็จในการรับเงินและใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาล


- ค่าลดหย่อนภาษีบุตร เป็นจำนวนเงินคนละ 30,000 บาทซึ่งจะต้องเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมและบุตรที่มีอายุไม่เกิน 20 ปีหรืออายุไม่เกิน 25 ปีและต้องกำลังศึกษาอยู่หรืออยู่ในกรณีที่บุตรอายุเกิน 25 ปีขึ้นไปแล้วนั้นแต่มีสถานะเป็นบุคคลไร้ความสามารถก็สามารถทำการลดหย่อนภาษีได้ในกรณีที่บุตรคนที่สองขึ้นไปและเกิดตั้งแต่ปีพ.ศ. 2561 ขึ้นไปสามารถทำการแล้วเก็บภาษีได้คนละ 60,000 บาท


- ค่าลดหย่อนสำหรับการเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเองและคู่สมรสจำนวนเงินคนละไม่เกิน 30,000 บาทและสูงสุดไม่เกินจำนวนสี่คน ซึ่งกล่าวคือสามารถที่จะทำการลดหย่อนได้สูงสุดโดยไม่เกินจำนวนเงิน 120,000 บาทโดยที่ทางบิดามารดาจะต้องมีอายุมากกว่า 60 ปีและมีรายได้ต่อปีจำนวนเงินไม่เกิน 30,000 บาทซึ่งไม่สามารถที่จะใช้สิทธิลดหย่อนซ้ำระหว่างพี่น้องได้จะต้องมีการระบุลงในลายมือชื่อหนังสือในการรับรองการเลี้ยงดูว่าบุตรคนใดที่จะเป็นฝ่ายเลี้ยงดูบิดามารดา


- ค่ารถหย่อนภาษีในกรณีที่อุปการะผู้พิการหรือบุคคลทุพพลภาพ จำนวนคนละไม่เกิน 60,000 บาทและผู้พิการนั้นจะต้องมีรายได้ที่ไม่เกินจำนวนเงิน 30,000 บาทต่อปี และจะต้องมีบัตรประจำตัวผู้พิการรวมถึงจะต้องมีหนังสือในการรับรองการเป็นผู้ประการะ


2.ค่าลดหย่อนภาษีในกลุ่มประกันเงินออมและการลงทุน

ซึ่งประกอบไปด้วย

- เงินประกันสังคม ซึ่งสามารถทำการลดหย่อนภาษีได้ตามที่ทำการจ่ายจริง และสูงสุดไม่เกินจำนวนเงิน 5100 บาทและสำหรับผู้ประกันตนตามมาตราที่33 และสำหรับผู้ประกันตนในมาตราที่39 สามารถที่จะทำการลดหย่อนได้สูงสุดโดยไม่เกินจำนวนเงิน 3003 บาท เพราะเนื่องด้วยจากปีพุทธศักราช 2564 นั้นได้มีการปรับลดอัตราเงินสะสมของประกันสังคมและผู้ประกันตนมาตราที่ 40 จะมีการลดหย่อนได้ไม่เกินจำนวนเงิน 700 บาทถึง 3000 บาทตามที่จ่ายจริง


- เบี้ยประกันชีวิตและประกันในแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งทำการลดหย่อนได้ตามที่ใส่จริงและสูงสุดไม่เกินจำนวนเงิน 100,000 บาทซึ่งในกรณีที่ทางคู่สมรสนั้นไม่มีอะไรได้สามารถที่จะทำการลดหย่อนค่าเบียร์ประกันของทางคู่สมรสได้สูงสุดจำนวนเงิน 10,000 บาทโดยที่ในเงื่อนไขของของละเอียดประกันชีวิตคือจะต้องมีระยะเวลาในการคุ้มครองเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไปและต้องทำประกันกับทางบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย และถ้าหากมีการเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบเวลา 10 ปี โดยจะถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไขและไม่สามารถที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้


- เบี้ยประกันสุขภาพและเบี้ยประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่ง สามารถทำการลดหย่อนได้ตามที่ทำการจ่ายจริงโดยสูงสุดไม่เกินจำนวนเงิน 25,000 บาทและเมื่อรวมกับทางประกันชีวิตจะต้องไม่เกินจำนวนเงิน 100,000 บาท


- เบี้ยประกันสุขภาพของทางบิดามารดา ซึ่งสามารถทำการลดหย่อนได้ตามจริงที่จ่ายโดยสูงสุดไม่เกินจำนวนเงิน 15,000 บาทและบิดามารดาจะต้องมีรายได้ที่ไม่เกินจำนวนเงิน 30,000 บาทต่อปีซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป


- เบี้ยประกันชีวิตในแบบบำนาญ ซึ่งสามารถนำมาทำการลดหย่อนภาษีได้เป็นจำนวน 15% ของเงินได้ตามที่ทำการจ่ายจริงโดยสูงสุดไม่เกินจำนวนเงิน 200,000 บาทโดยที่ทางเงื่อนไขของค่ารถหย่อนประกันชีวิตคือจะต้องมีระยะเวลาในการคุ้มครองเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไปและจะต้องทำประกันกับทางบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยแล้วจะต้องมีการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดยังมีความสม่ำเสมอ


3.ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มของเงินบริจาค

ซึ่งประกอบไปด้วย

- เงินสำหรับบริจาคทั่วไป ซึ่งสามารถทำการลดหย่อนได้ตามที่ทำการจ่ายจริงโดยสูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังจากที่ทำการหักค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษี


- เงินบริจาคเพื่อการศึกษา เพื่อการกีฬา เพื่อการพัฒนาสังคมและเพื่อประโยชน์สาธารณะและบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ ซึ่งสามารถนำมาทำการลดหย่อนภาษีได้สองเท่าของเงินบริจาคจริงซึ่งสูงสุดโดยไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากที่ทำหักค่าใช้จ่ายค่าลดหย่อนภาษี


- เงินบริจาคให้กับทางพรรคการเมือง ซึ่งสามารถนำมาทำการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดโดยไม่เกินจำนวนเงิน 10,000 บาท ซึ่งมาจากทางมาตราที่ 70 ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งว่าด้วยพรรคการเมืองพุทธศักราช 2560 โดยที่ได้มีการกำหนดไว้ว่าผู้ที่บริจาคเงินให้แก่พรรคการเมืองสามารถที่จะนำจำนวนเงินบริจาคนั้นไปหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีหรือรายจ่ายเพื่อทำการบริจาคตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร


4. ค่าลดหย่อนของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

ซึ่งประกอบไปด้วย

- ดอกเบี้ยในการกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถทำการลดหย่อนได้ไม่เกินจำนวนเงิน 100,000 บาท


👉🏻เอกสารที่มีความจำเป็นสำหรับในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

- หนังสือรับรองภาษีเงินได้ที่หัก ณ ที่จ่าย

- รายการในการลดหย่อนภาษีที่รวบรวมทั้งปียกตัวอย่างเช่น ค่าการเลี้ยงดูบิดามารดา ค่าการเลี้ยงดูบุตร

- เอกสารที่ประกอบในการลดหย่อนภาษี เพื่อนำมาทำการกรอกแบบฟอร์มในการยื่นจ่ายภาษี


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หวังว่าในบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านทุกท่าน และพบกันได้ใหม่ในบทความต่อไป


-----------------------------------------------------------------------------------

สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด | รับสร้างแบรนด์ | รับทำการตลาดออนไลน์ | รับทำแผนการตลาดออนไลน์ | รับสร้างแบรนด์ | รับดูแล Facebook แฟนเพจ | รับดูแล LINE OA สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์

ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้

------------------------------------------------------------------------------------


💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙

📱Tel : 0840104252 📱0947805680

สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์)

┏━━━━━━━━━┓

📲 LINE: @chatstick

┗━━━━━━━━━┛

หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM

🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran

🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

แท็ก:

ดู 5 ครั้ง
CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม2_2.png
CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม3.png
Recent Posts