top of page

รวม 12 App ส่งอาหารยอดนิยม✨


รวม 12 App ส่งอาหารยอดนิยม✨  ในปัจจุบันนี้ แอพสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ กลายเป็นสั่งจำเป็นที่ใครหลายคนต้องมีไว้ติดเครื่อง ไม่ว่าจะสั่งจากที่บ้าน ที่ทำงาน หรือเวลาไปในพื้นที่ไหนที่เราไม่ถนัดในการเดินทาง แอพพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรี่เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้ใช้อย่างเรา ๆ เป็นอย่างมาก  เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 มีโอกาสติดเชื้อกันในกลุ่มคนหมู่มาก ทางรัฐจึงขอความร่วมมือให้สั่งกลับบ้านเท่านั้น รวมทั้งประชาชนทั่วไปก็ตระหนักถึงความปลอดภัยนี้ จึงใช้บริการส่งอาหารผ่านแอปสั่งอาหารกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  สำหรับใครที่ไม่เคยใช้มาก่อนเลย อยากลองใช้ดูบ้างแต่ไม่รู้จะเลือกแอพไหนดี วันนี้เราได้รวบรวม แอพสั่งอาหารออนไลน์มาให้แล้วไปดูกันเลย  1. Grab Grab นั้นเป็นแอพพลิเคชันที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับต้น ๆ ในใจของใครหลายคนเลยทีเดียว เพราะ Grab มีบริการที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งการเดินทาง (GrabTaxi, GrabCar, JustGrab, GrabBike) ขนส่ง (GrabExpress) ไปจนถึงบริการด้านอาหาร ฯลฯ แถมยังมีร้านค้ามากมายให้เลือกใช้บริการ นอกจากนี้ทางแอพพลิเคชันเองก็มักจะมีโปรโมชันออกมาเอาใจผู้ใช้งานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลด ดีลราคา และโปรโมชันอื่นิ ๆ อีกมากมาย ในส่วนของการใช้จ่ายเงินก็สามารถทำได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นจ่ายสด การตัดบัตรเดบิต/เครดิต ฯลฯ ในส่วนของการจัดส่งนั้น จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 10 บาท (เราสามารถใส่โค้ดส่วนลด ‘FREE’ เพื่อลดค่าส่งได้ 10 บาท) และการสั่งอาหารก็จะมีขั้นต่ำอยู่ที่ 70 บาท หากต่ำกว่านี้จะมีค่าส่วนต่างเข้ามา  2. Foodpanda แอพสั่งอาหารชื่อดังที่ได้รับความนิยมอย่าง Foodpanda ข้อดีของแอพนี้เลยก็คือ มีร้านอาหารให้เลือกได้เยอะ หลากหลาย ทั้งอาหารไทยและต่างประเทศ และฟรีค่าจัดส่ง หากอยู่ร้านอาหารที่เราสั่งนั้น อยู่ในพื้นที่ที่ใกล้กับเรา แต่ถ้าห่างออกไปจะเริ่มต้นที่ 9 บาท ส่วนค่าอาหารขั้นต่ำนั้น ปัจจุบันจะต้องสั่งอาหารขั้นต่ำอยู่ที่ 70 บาท หากเราสั่งอาหารไม่ถึงราคาขั้นต่ำ ก็จะมีส่วนต่างเพิ่มขึ้นมา จนครบ 70 บาท แต่ Foodpanda ก็มักจะมีโปรโมชัน ส่วนลดต่าง ๆ มาให้ผู้ใช้อยู่เสมอ โดยรวมนั้น แอพพลิเคชันนี้ก็ถือเป็นแอพสำหรับสั่งอาหารที่น่าใช้งานพอสมควรเลยทีเดียว HAPPY FRESH  ถ้าเราเป็นคนเมืองชนิดที่ไลฟ์สไตล์แบบเช้าทำงานเย็นกลับบ้านหาเวลาแวะตลาดไม่ได้ต้องรู้จัก HAPPY FRESH ให้มากเข้าไว้เพราะนี่คืแอพที่รวมสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ไว้มากมาย นั้นรวมถึงอาหารแบบแกะกล่องอุ่นไมโครเวฟ พร้อมทานทั้งจาก เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, Sweet & Green, Gourmet Market และ Wine Connection โดยเราสามารถติดตามการจัดส่งได้แบบเรียลไทน์ คิดค่าบริการสำหรับชั่วโมงปกติที่ 60 บาท (0-10 กม.แรก) กม.ถัดไป กิโลเมตรละ 12 บาท ส่วนชั่วโมงเร่งด่วนอยู่ที่ 80 บาท (0-10 กม.แรก) สามารถใช้งานผ่านทางเว็บไซต์หรือใช้แอพก็ได้  3. LINE MAN LINE MAN เป็นแอพพลิเคชันสั่งอาหารที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้เป็นอย่างมาก เพราะมีบริการการส่งที่ฟรี หากเป็นร้านค้าที่ห่างจากผู้ใช้อยู่ในระยะ 3 กิโลเมตร แต่หากมีระยะทางที่ห่างกัน เกิน 3 กิโลเมตร ค่าส่งอาหารก็จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 10 บาท และสำหรับร้านอาหารหรือร้านค้าที่มีในแอพนั้น ก็มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย แถมทาง LINE MAN ยังได้ทำงานร่วมกับเว็บไซต์รีวิวอาหารชื่อดังอย่าง Wongnai ด้วย ทำให้มีอาหารและข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่มากขึ้น โดยผู้ใช้อาจสามารถสั่งอาหารได้จาก เว็บไซต์ของ Wongnai หรือ แอพสั่งอาหารเดลิเวอรี่อย่าง LINE MAN ก็ได้ และนอกจากนี้การจ่ายเงินก็สามารถ ทำได้หลากลหายช่องทาง และมีคูปองส่วนลดค่าอาหารออกมาให้ผู้ใช้ได้นำไปใช้กันบ่อย ๆ ด้วย และที่สำคัญ การสมัครเข้าใช้งานก็ง่ายมาก เพียงแค่เรามีบัญชี LINE ก็สามารถซิงค์ข้อมูลเพื่อเข้าใช้ LINE MAN ได้แล้ว  4. Robinhood แอพพลิเคชันสำหรับสั่งอาหารจากเครือธนาคารไทยพาณิชย์หรือ SCB ที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงที่ผ่านมาไม่นานนี้เอง ถือว่าเป็นแอพพลิเคชันที่ใหม่ แต่กระนั้นก็ได้ความนิยมและเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งาน แถมยังได้รับการตอบรับจากร้านค้าต่าง ๆ เป็นอย่างดี เนื่องจากร้านค้าที่เข้าร่วมกับ Robinhood นั้น สามารถเข้าร่วมกับแอพนี้ได้โดยไม่มีค่าบริการ โดยทางบริษัท SCB ได้กล่าวว่า ถือเป็นการคืนกำไรให้แก่ลูกค้า ในส่วนของการสมัครนั้น ผู้สมัครก็ต้องมีบัญชีกับทาง SCB เพื่อการใช้จ่ายเงินที่สะดวก รวดเร็ว ได้รับเงินทันที และในการขนส่งนั้น ทาง Robinhood เอง ก็ได้ทำงานร่วมกับ SKOOTAR และอาจมีพาร์ทเนอร์เพิ่มเติมอีกในอนาคต และจะขยายตัวการให้บริการออกไปอีกในอนาคต  5. Win Food สำหรับแอพพลิเคชัน Win Food ก็เป็นอีกแอพสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ที่น่าใช้งานมาก ๆ แม้จะยังไม่ได้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากมายนัก และร้านอาหารที่เข้าร่วมยังไม่หลากหลายเท่าไร แต่ราคาค่าอาหารหรือการจัดส่งค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน โดยในระยะการขนส่งที่ใกล้ ๆ นั้น ผู้ใช้งานไม่ต้องเสียค่าบริการขนส่ง โดยมีระยะทางที่ใกล้จากพื้นที่มากที่สุดคือในระยะ 15 กิโลเมตร ตัวแอพสามารถใช้งานได้รวดเร็ว แต่อาจมีบางจุดที่ยังต้องปรับปรุงและพัฒนาให้ดีและลื่นไหลขึ้นอีกในอนาคต สำหรับใครที่อยกาลองแอพสั่งอาหารใหม่ ๆ แอพพลิเคชันนี้ก็น่าลองใช้งานไม่น้อยเลยทีเดียว  6. HappyFresh HappyFresh แอพพลิเคชันสำหรับสั่งอาหารที่มาพร้อมทั้งร้านอาหารร่วมเยอะแยะมากมาย สามารถสั่งได้ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ไปจนถึงสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น สินค้าจาก Tesco Lotus, Big C, Gourmet Market, Singha Online, A Day Fresh เป็นต้น ผู้ใช้งานสามารถเลือกสั่งอาหารได้ตามต้องการเสมือนกับว่า เราได้ไปยังซูเปอร์มาเก็ตนั้น ๆ ด้วยตัวเอง โดยสิ้นค้าบางรายการก็จะส่งฟรี หรือลดราคา หรือบางรายการก็อาจจะต้องมีราคาการซื้อขั้นต่ำ แต่โดยรวมนั้นแอพพลิเคชันนี้ถือว่าครบมาก ๆ โดยเฉพาะกับใครที่ชอบทำอาหาร หรือต้องการซื้อของสดมาตุนไว้ สามรถซื้อได้ง่าย ๆ ไม่ต้องออกไปเจอผู้คนให้วุ่นวาย เหมือนไปเดินซื้อด้วยตัวเอง  7. Ginja Ginja เป็นบริการสั่งอาหารใช้ได้เฉพาะการผ่านเว็บไซต์แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ง่ายและสะดวกมาก โดยจะมีร้านอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกได้หลากหลายมาก เพียงเราระบุตำแหน่ง ก็จะมีปุ่มแสดงร้านอาหารที่อยู่ใกล้เคียงขึ้นมาให้เราเลือกเมนูต่าง ๆ ได้เลย หรือเข้าไปสั่งใน Facebook ก็จะง่ายและสะดวกเช่นกัน ส่วนค่าบริการนั้นเราสามารถจ่ายได้ด้วยเงินสดและบัตรเครดิต ค่าจัดส่ง 59 บาท ส่วนค่าบริการคิดเป็น 4.9% ของค่าอาหารและเครื่องดื่ม  8. Honestbee Honestbee เป็นธุรกิจบริการจัดส่งสินค้าอาหารที่เริ่มต้นมาจากประเทศสิงคโปร์และมาขยายสาขาในประเทศไทย เริ่มเปิดตัวเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ใช้จุดเด่นคือการจัดส่งที่รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง (เฉพาะเขตกรุงเทพฯ) ค่าบริการเริ่มต้นที่ 70 บาท นอกจากนี้ยังเพิ่มบริการด้วยการส่งอาหารพร้อมทานและยังมีการจัดโปรโมชั่นออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นโปรสั่งครบ 690 บาทจัดส่งฟรี ทั้งนี้สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน  9. Skootar Startup สัญชาติไทยที่พัฒนาบริการรับส่งเอกสารให้มีความทันสมัยในนามของ Skootar หลังจากที่ไอเดียนี้ได้รับการสนับสนุน Skootar ก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาตามลำดับ และมีการแตกแขนงเพิ่มประสิทธิภาพหนึ่งในนั้นคือเพิ่มบริการจัดส่งอาหาร แต่ทั้งนี้ข้อจำกัดของ Skootar ก็ยังจัดส่งสินค้าได้เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ รวมถึงการไม่รับส่งเค้กทุกชนิด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยค่าบริการในการจัดส่งเริ่มต้นที่ 70 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทางที่กำหนด ซึ่งคนสนใจใช้บริการสามารถเลือกใช้ได้ทั้งการผ่านแอพหรือเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Skootar โดยตรง  10. NOW NOW อาจเป็นแอพสั่งอาหารที่ดูจะไม่คุ้นหูสักเท่าไหร่แต่ก็ถือว่าเป็นแอพที่ไม่ธรรมดามีร้านอาหารที่เป็นพาร์ทเนอร์ในกรุงเทพฯกว่า 10,000 ร้าน จุดเด่นของ NOW อยู่ที่การแบ่งหมวดหมู่อาหารแต่ละประเภทได้อย่างลงตัว ทั้งการแบ่งตามเขตในกรุงเทพฯ แบ่งตามประเภทอาหาร อาหารที่เหมาะกับมื้อเที่ยง อาหารมื้อประหยัด และอาหารสุขภาพ รวมถึงเลือกช่องทางการชำระเงินได้หลายแบบเช่น เงินสด ,AirPay e-Wallet และ Now Credits ค่าบริการจัดส่งเริ่มต้น 10 บาท และบวกเพิ่ม 9 บาทต่อกิโลเมตร  11. 1112 Delivery สำหรับแอพสั่งอาหารอย่าง 1112 Delivery นั้น ก็ไม่ได้มีบริการเพียงแค่ พิซซ่า อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ แต่ยังมีบริการจากร้านชื่อดังอื่น ได้แก่ Swensen’s, Sizzler, Dairy Queen, Burger King และ The Coffee Club, S&P และ Bonchon ด้วย สำหรับใครที่ชอบทานอาหารจากร้านค้าเหล้านี้ ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว และด้วยเป็นการบริการจากทางบริษัทที่รวมร้านอาหารระดับไมเนอร์เหล่านี้ไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในระดับหนึ่งเลยว่า อาหารส่งถึงมืออย่างดีแน่นอน แถมยังประหยัดค่าจัดส่ง และมีโปรโมชันส่วนลดต่าง ๆ มาให้ได้ใช้งานกันอยู่บ่อย ๆ ด้วย  12. 7-Eleven TH แฟรนไชส์มินิมาร์ทที่มือชื่อเสียง และกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลกอย่าง 7-Eleven นั้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์สำหรับเป็นมินิมาร์ทที่มีอาหารหลากหลายและเดินเข้าได้ทั้งวันเลย อาหารก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นของสด (ในบางสาขา), อาหารญี่ปุ่น, ซาลาเปา, ขนมปัง, กาแฟ ฯลฯ แต่สำหรับใครที่ไม่อยากเดินออกไปให้ร้อน หรือไม่สะดวกที่จะไปยังมินิมาร์ท ทาง 7-Eleven ก็มีบริการ แอพสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่มาอำนวยความสะดวกให้เรา โดยเราสามารถกดสั่งสินค้าที่มีอยู่ใน 7-11 ได้แทบทุกอย่างเลยทีเดียว แถมยังเป็นราคาที่วางขายจริง ๆ ไม่มีการบวกเพิ่ม และที่สำคัญ หากสั่งครบ 100 บาท ก็จะมีบริการส่งฟรีให้เราด้วย และนอกจากนี้ยังมีโปรโมชันออกมาให้ได้ใช้งานกันบ่อย ๆ ทั้งส่วนลด หรือการจัดอาหารเป็นเซ็ตที่ถูกกว่าการซื้อแยก เป็นต้น  ----------------------------------------------------------------------------------- สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด  | รับสร้างแบรนด์  | รับทำการตลาดออนไลน์  | รับทำแผนการตลาดออนไลน์  | รับสร้างแบรนด์  | รับดูแล Facebook แฟนเพจ  | รับดูแล LINE OA    สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง   รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์ >> https://www.chatstickmarket.com/langran  ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้ >>https://www.chatstickmarket.com/portfolio  ------------------------------------------------------------------------------------  💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙 📱Tel : 0840104252 📱0947805680 สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์) 📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH  ┏━━━━━━━━━┓ 📲 LINE: @chatstick ┗━━━━━━━━━┛ หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM  🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran  🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

รวม 12 App ส่งอาหารยอดนิยม✨


ในปัจจุบันนี้ แอพสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ กลายเป็นสั่งจำเป็นที่ใครหลายคนต้องมีไว้ติดเครื่อง ไม่ว่าจะสั่งจากที่บ้าน ที่ทำงาน หรือเวลาไปในพื้นที่ไหนที่เราไม่ถนัดในการเดินทาง แอพพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรี่เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้ใช้อย่างเรา ๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 มีโอกาสติดเชื้อกันในกลุ่มคนหมู่มาก ทางรัฐจึงขอความร่วมมือให้สั่งกลับบ้านเท่านั้น รวมทั้งประชาชนทั่วไปก็ตระหนักถึงความปลอดภัยนี้ จึงใช้บริการส่งอาหารผ่านแอปสั่งอาหารกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


สำหรับใครที่ไม่เคยใช้มาก่อนเลย อยากลองใช้ดูบ้างแต่ไม่รู้จะเลือกแอพไหนดี วันนี้เราได้รวบรวม แอพสั่งอาหารออนไลน์มาให้แล้วไปดูกันเลย


1. Grab

Grab นั้นเป็นแอพพลิเคชันที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับต้น ๆ ในใจของใครหลายคนเลยทีเดียว เพราะ Grab มีบริการที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งการเดินทาง (GrabTaxi, GrabCar, JustGrab, GrabBike) ขนส่ง (GrabExpress) ไปจนถึงบริการด้านอาหาร ฯลฯ แถมยังมีร้านค้ามากมายให้เลือกใช้บริการ นอกจากนี้ทางแอพพลิเคชันเองก็มักจะมีโปรโมชันออกมาเอาใจผู้ใช้งานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลด ดีลราคา และโปรโมชันอื่นิ ๆ อีกมากมาย ในส่วนของการใช้จ่ายเงินก็สามารถทำได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นจ่ายสด การตัดบัตรเดบิต/เครดิต ฯลฯ ในส่วนของการจัดส่งนั้น จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 10 บาท (เราสามารถใส่โค้ดส่วนลด ‘FREE’ เพื่อลดค่าส่งได้ 10 บาท) และการสั่งอาหารก็จะมีขั้นต่ำอยู่ที่ 70 บาท หากต่ำกว่านี้จะมีค่าส่วนต่างเข้ามา


2. Foodpanda

แอพสั่งอาหารชื่อดังที่ได้รับความนิยมอย่าง Foodpanda ข้อดีของแอพนี้เลยก็คือ มีร้านอาหารให้เลือกได้เยอะ หลากหลาย ทั้งอาหารไทยและต่างประเทศ และฟรีค่าจัดส่ง หากอยู่ร้านอาหารที่เราสั่งนั้น อยู่ในพื้นที่ที่ใกล้กับเรา แต่ถ้าห่างออกไปจะเริ่มต้นที่ 9 บาท ส่วนค่าอาหารขั้นต่ำนั้น ปัจจุบันจะต้องสั่งอาหารขั้นต่ำอยู่ที่ 70 บาท หากเราสั่งอาหารไม่ถึงราคาขั้นต่ำ ก็จะมีส่วนต่างเพิ่มขึ้นมา จนครบ 70 บาท แต่ Foodpanda ก็มักจะมีโปรโมชัน ส่วนลดต่าง ๆ มาให้ผู้ใช้อยู่เสมอ โดยรวมนั้น แอพพลิเคชันนี้ก็ถือเป็นแอพสำหรับสั่งอาหารที่น่าใช้งานพอสมควรเลยทีเดียว HAPPY FRESH


ถ้าเราเป็นคนเมืองชนิดที่ไลฟ์สไตล์แบบเช้าทำงานเย็นกลับบ้านหาเวลาแวะตลาดไม่ได้ต้องรู้จัก HAPPY FRESH ให้มากเข้าไว้เพราะนี่คืแอพที่รวมสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ไว้มากมาย นั้นรวมถึงอาหารแบบแกะกล่องอุ่นไมโครเวฟ พร้อมทานทั้งจาก เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, Sweet & Green, Gourmet Market และ Wine Connection โดยเราสามารถติดตามการจัดส่งได้แบบเรียลไทน์ คิดค่าบริการสำหรับชั่วโมงปกติที่ 60 บาท (0-10 กม.แรก) กม.ถัดไป กิโลเมตรละ 12 บาท ส่วนชั่วโมงเร่งด่วนอยู่ที่ 80 บาท (0-10 กม.แรก) สามารถใช้งานผ่านทางเว็บไซต์หรือใช้แอพก็ได้


3. LINE MAN

LINE MAN เป็นแอพพลิเคชันสั่งอาหารที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้เป็นอย่างมาก เพราะมีบริการการส่งที่ฟรี หากเป็นร้านค้าที่ห่างจากผู้ใช้อยู่ในระยะ 3 กิโลเมตร แต่หากมีระยะทางที่ห่างกัน เกิน 3 กิโลเมตร ค่าส่งอาหารก็จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 10 บาท และสำหรับร้านอาหารหรือร้านค้าที่มีในแอพนั้น ก็มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย แถมทาง LINE MAN ยังได้ทำงานร่วมกับเว็บไซต์รีวิวอาหารชื่อดังอย่าง Wongnai ด้วย ทำให้มีอาหารและข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่มากขึ้น โดยผู้ใช้อาจสามารถสั่งอาหารได้จาก เว็บไซต์ของ Wongnai หรือ แอพสั่งอาหารเดลิเวอรี่อย่าง LINE MAN ก็ได้ และนอกจากนี้การจ่ายเงินก็สามารถ ทำได้หลากลหายช่องทาง และมีคูปองส่วนลดค่าอาหารออกมาให้ผู้ใช้ได้นำไปใช้กันบ่อย ๆ ด้วย และที่สำคัญ การสมัครเข้าใช้งานก็ง่ายมาก เพียงแค่เรามีบัญชี LINE ก็สามารถซิงค์ข้อมูลเพื่อเข้าใช้ LINE MAN ได้แล้ว


4. Robinhood

แอพพลิเคชันสำหรับสั่งอาหารจากเครือธนาคารไทยพาณิชย์หรือ SCB ที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงที่ผ่านมาไม่นานนี้เอง ถือว่าเป็นแอพพลิเคชันที่ใหม่ แต่กระนั้นก็ได้ความนิยมและเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งาน แถมยังได้รับการตอบรับจากร้านค้าต่าง ๆ เป็นอย่างดี เนื่องจากร้านค้าที่เข้าร่วมกับ Robinhood นั้น สามารถเข้าร่วมกับแอพนี้ได้โดยไม่มีค่าบริการ โดยทางบริษัท SCB ได้กล่าวว่า ถือเป็นการคืนกำไรให้แก่ลูกค้า ในส่วนของการสมัครนั้น ผู้สมัครก็ต้องมีบัญชีกับทาง SCB เพื่อการใช้จ่ายเงินที่สะดวก รวดเร็ว ได้รับเงินทันที และในการขนส่งนั้น ทาง Robinhood เอง ก็ได้ทำงานร่วมกับ SKOOTAR และอาจมีพาร์ทเนอร์เพิ่มเติมอีกในอนาคต และจะขยายตัวการให้บริการออกไปอีกในอนาคต


5. Win Food

สำหรับแอพพลิเคชัน Win Food ก็เป็นอีกแอพสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ที่น่าใช้งานมาก ๆ แม้จะยังไม่ได้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากมายนัก และร้านอาหารที่เข้าร่วมยังไม่หลากหลายเท่าไร แต่ราคาค่าอาหารหรือการจัดส่งค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน โดยในระยะการขนส่งที่ใกล้ ๆ นั้น ผู้ใช้งานไม่ต้องเสียค่าบริการขนส่ง โดยมีระยะทางที่ใกล้จากพื้นที่มากที่สุดคือในระยะ 15 กิโลเมตร ตัวแอพสามารถใช้งานได้รวดเร็ว แต่อาจมีบางจุดที่ยังต้องปรับปรุงและพัฒนาให้ดีและลื่นไหลขึ้นอีกในอนาคต สำหรับใครที่อยกาลองแอพสั่งอาหารใหม่ ๆ แอพพลิเคชันนี้ก็น่าลองใช้งานไม่น้อยเลยทีเดียว


6. HappyFresh

HappyFresh แอพพลิเคชันสำหรับสั่งอาหารที่มาพร้อมทั้งร้านอาหารร่วมเยอะแยะมากมาย สามารถสั่งได้ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ไปจนถึงสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น สินค้าจาก Tesco Lotus, Big C, Gourmet Market, Singha Online, A Day Fresh เป็นต้น ผู้ใช้งานสามารถเลือกสั่งอาหารได้ตามต้องการเสมือนกับว่า เราได้ไปยังซูเปอร์มาเก็ตนั้น ๆ ด้วยตัวเอง โดยสิ้นค้าบางรายการก็จะส่งฟรี หรือลดราคา หรือบางรายการก็อาจจะต้องมีราคาการซื้อขั้นต่ำ แต่โดยรวมนั้นแอพพลิเคชันนี้ถือว่าครบมาก ๆ โดยเฉพาะกับใครที่ชอบทำอาหาร หรือต้องการซื้อของสดมาตุนไว้ สามรถซื้อได้ง่าย ๆ ไม่ต้องออกไปเจอผู้คนให้วุ่นวาย เหมือนไปเดินซื้อด้วยตัวเอง


7. Ginja

Ginja เป็นบริการสั่งอาหารใช้ได้เฉพาะการผ่านเว็บไซต์แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ง่ายและสะดวกมาก โดยจะมีร้านอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกได้หลากหลายมาก เพียงเราระบุตำแหน่ง ก็จะมีปุ่มแสดงร้านอาหารที่อยู่ใกล้เคียงขึ้นมาให้เราเลือกเมนูต่าง ๆ ได้เลย หรือเข้าไปสั่งใน Facebook ก็จะง่ายและสะดวกเช่นกัน ส่วนค่าบริการนั้นเราสามารถจ่ายได้ด้วยเงินสดและบัตรเครดิต ค่าจัดส่ง 59 บาท ส่วนค่าบริการคิดเป็น 4.9% ของค่าอาหารและเครื่องดื่ม


8. Honestbee

Honestbee เป็นธุรกิจบริการจัดส่งสินค้าอาหารที่เริ่มต้นมาจากประเทศสิงคโปร์และมาขยายสาขาในประเทศไทย เริ่มเปิดตัวเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ใช้จุดเด่นคือการจัดส่งที่รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง (เฉพาะเขตกรุงเทพฯ) ค่าบริการเริ่มต้นที่ 70 บาท นอกจากนี้ยังเพิ่มบริการด้วยการส่งอาหารพร้อมทานและยังมีการจัดโปรโมชั่นออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นโปรสั่งครบ 690 บาทจัดส่งฟรี ทั้งนี้สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน


9. Skootar

Startup สัญชาติไทยที่พัฒนาบริการรับส่งเอกสารให้มีความทันสมัยในนามของ Skootar หลังจากที่ไอเดียนี้ได้รับการสนับสนุน Skootar ก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาตามลำดับ และมีการแตกแขนงเพิ่มประสิทธิภาพหนึ่งในนั้นคือเพิ่มบริการจัดส่งอาหาร แต่ทั้งนี้ข้อจำกัดของ Skootar ก็ยังจัดส่งสินค้าได้เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ รวมถึงการไม่รับส่งเค้กทุกชนิด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยค่าบริการในการจัดส่งเริ่มต้นที่ 70 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทางที่กำหนด ซึ่งคนสนใจใช้บริการสามารถเลือกใช้ได้ทั้งการผ่านแอพหรือเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Skootar โดยตรง


10. NOW

NOW อาจเป็นแอพสั่งอาหารที่ดูจะไม่คุ้นหูสักเท่าไหร่แต่ก็ถือว่าเป็นแอพที่ไม่ธรรมดามีร้านอาหารที่เป็นพาร์ทเนอร์ในกรุงเทพฯกว่า 10,000 ร้าน จุดเด่นของ NOW อยู่ที่การแบ่งหมวดหมู่อาหารแต่ละประเภทได้อย่างลงตัว ทั้งการแบ่งตามเขตในกรุงเทพฯ แบ่งตามประเภทอาหาร อาหารที่เหมาะกับมื้อเที่ยง อาหารมื้อประหยัด และอาหารสุขภาพ รวมถึงเลือกช่องทางการชำระเงินได้หลายแบบเช่น เงินสด ,AirPay e-Wallet และ Now Credits ค่าบริการจัดส่งเริ่มต้น 10 บาท และบวกเพิ่ม 9 บาทต่อกิโลเมตร


11. 1112 Delivery

สำหรับแอพสั่งอาหารอย่าง 1112 Delivery นั้น ก็ไม่ได้มีบริการเพียงแค่ พิซซ่า อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ แต่ยังมีบริการจากร้านชื่อดังอื่น ได้แก่ Swensen’s, Sizzler, Dairy Queen, Burger King และ The Coffee Club, S&P และ Bonchon ด้วย สำหรับใครที่ชอบทานอาหารจากร้านค้าเหล้านี้ ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว และด้วยเป็นการบริการจากทางบริษัทที่รวมร้านอาหารระดับไมเนอร์เหล่านี้ไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในระดับหนึ่งเลยว่า อาหารส่งถึงมืออย่างดีแน่นอน แถมยังประหยัดค่าจัดส่ง และมีโปรโมชันส่วนลดต่าง ๆ มาให้ได้ใช้งานกันอยู่บ่อย ๆ ด้วย


12. 7-Eleven TH

แฟรนไชส์มินิมาร์ทที่มือชื่อเสียง และกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลกอย่าง 7-Eleven นั้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์สำหรับเป็นมินิมาร์ทที่มีอาหารหลากหลายและเดินเข้าได้ทั้งวันเลย อาหารก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นของสด (ในบางสาขา), อาหารญี่ปุ่น, ซาลาเปา, ขนมปัง, กาแฟ ฯลฯ แต่สำหรับใครที่ไม่อยากเดินออกไปให้ร้อน หรือไม่สะดวกที่จะไปยังมินิมาร์ท ทาง 7-Eleven ก็มีบริการ แอพสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่มาอำนวยความสะดวกให้เรา โดยเราสามารถกดสั่งสินค้าที่มีอยู่ใน 7-11 ได้แทบทุกอย่างเลยทีเดียว แถมยังเป็นราคาที่วางขายจริง ๆ ไม่มีการบวกเพิ่ม และที่สำคัญ หากสั่งครบ 100 บาท ก็จะมีบริการส่งฟรีให้เราด้วย และนอกจากนี้ยังมีโปรโมชันออกมาให้ได้ใช้งานกันบ่อย ๆ ทั้งส่วนลด หรือการจัดอาหารเป็นเซ็ตที่ถูกกว่าการซื้อแยก เป็นต้น


-----------------------------------------------------------------------------------

สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด | รับสร้างแบรนด์ | รับทำการตลาดออนไลน์ | รับทำแผนการตลาดออนไลน์ | รับสร้างแบรนด์ | รับดูแล Facebook แฟนเพจ | รับดูแล LINE OA สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์

ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้

------------------------------------------------------------------------------------


💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙

📱Tel : 0840104252 📱0947805680

สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์)

┏━━━━━━━━━┓

📲 LINE: @chatstick

┗━━━━━━━━━┛

หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM

🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran

🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

แท็ก:

ดู 8 ครั้ง

โพสต์ที่คล้ายกัน

ดูทั้งหมด