สิทธิประกันสังคมที่ผู้ประกันควรรู้✨
- 11 มี.ค. 2565
- ยาว 2 นาที

สิทธิประกันสังคมที่ผู้ประกันควรรู้✨
สำหรับในบทความนี้ขอนำเสนอเรื่องควรรู้เกี่ยวกับสิทธิประกันสังคมนำมาฝากกันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย
🔸ทำความรู้จักกับ ประกันสังคม
ประกันสังคม คือ สิ่งที่เป็นการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตภายในกลุ่มที่มีสมาชิกที่มีรายได้และมีการจ่ายเงินเพื่อสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อเป็นการรับผิดชอบในการที่จะเฉลี่ยถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยต่างๆ การคลอดบุตร ทุพพลภาพ การเสียชีวิต การสงเคราะห์เกี่ยวกับบุตร การชราภาพและรวมไปถึงการว่างงาน เพื่อที่จะได้รับการรักษาพยาบาล และยังมีการทดแทนในเรื่องของรายได้อย่างมีความต่อเนื่อง ซึ่งผู้ที่ประกันตนภายใต้ในระบบของประกันสังคมนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 มาตรา ดังนี้ มาตราที่ 33 , มาตราที่ 39, และมาตราที่ 40 ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
🔸ผู้ที่ประกันตนในมาตรา 33
ผู้ที่ประกันตนในมาตรา 33 คือ ลูกจ้างที่มีอายุที่ไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และไม่อายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ในวันที่เข้าทำงานและทำงานอยู่ภายในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่จำนวนหนึ่งคนขึ้นไป
ซึ่งอัตราเงินสมทบของประกันสังคมในมาตรา 33 ผู้ประกันตนจะต้อง มีการนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมในทุกเดือนโดยมีการคำนวณจากฐานของค่าจ้างที่ต่ำที่สุด เดือนละ 1650 บาทและสูงสุดไม่เกินเดือนละ 15,000 บาทโดยทั้งนี้ทางรัฐบาลจะออกเงินสมทบเข้ากองทุนอีกหนึ่งส่วน
สิทธิและประโยชน์ที่ผู้ประกันตนในมาตรา 33 จะได้รับนั้นสามารถทำการแบ่งออกได้เป็น 7 กรณีโดยมีดังนี้
1.กรณีที่เกิดการเจ็บป่วย
ซึ่งทางผู้ประกันตนนั้นมีสิทธิ์ที่จะได้รับค่าส่งเสริมสุขภาพและค่าป้องกันโรคโดยตามหลักเกณฑ์และตามอัตราที่ทางคณะกรรมการทางการแพทย์นั้นได้มีการกำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงเรื่องของการฉีดวัคซีนในตามสถานการณ์การระบาดของโรคที่กำหนดขึ้นในแต่ละปี ซึ่งสามารถเข้ารับการบริการได้ ณ สถานพยาบาลที่ทางสำนักงานประกันสังคมได้กำหนดสิทธิไว้
2.กรณีเกิดการคลอดบุตร
โดยทางผู้ประกันตนนั้นจะได้รับเงินในค่าคลอดบุตรเป็นจำนวนเงิน 15000 บาท และไม่มีการจำกัดสถานพยาบาลและจำนวนครั้ง อีกทั้งยังสามารถพร้อมที่จะรับเงินสงเคราะห์ในการหยุดงานเพื่อคลอดบุตรเป็นจำนวน 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วันในกรณีที่ผู้ประกันตนเป็นผู้หญิง และกรณีผู้ที่ประกันตนเป็นผู้ชายถ้าหากมีภรรยาที่จดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือมีผู้หญิงที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาจะได้รับเงินในการนำไปเป็นค่าคอดบุตรเป็นจำนวนเงิน 15,000 บาท
3.กรณีเกิดการทุพพลภาพ
ซึ่งหากผู้ประกันตนนั้นจะได้รับ เงินในการทดแทนในการขาดรายได้ สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี
- ทุพพลภาพ ในระดับที่มีความเสียหายที่ไม่รุนแรง ซึ่งจะได้รับเงินทดแทนในการขาดรายได้เป็นจำนวน 30% หรือได้รับในส่วนที่ลดลงโดยไม่เกิน 30% ของค่าจ้างรายวันในตามมาตราที่ 57 และไม่เกิน 180 เดือน
- ทุพพลภาพในระดับที่มีความเสียหายที่รุนแรง ซึ่งทางผู้ประกันตนนั้นจะได้รับเงินในการทดแทนในการขาดรายได้เป็นจำนวน 50% ของค่าจ้างรายวันตามในมาตราที่ 57 เป็นจำนวนตลอดชีวิต
4.กรณีเกิดการเสียชีวิต
ในกรณีที่ทางผู้ประกันตนนั้นมีการจ่ายค่าสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 120 เดือน ซึ่งจะได้รับเงินสงเคราะห์ในกรณีการเสียชีวิตเป็นจำนวน 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยสี่เดือนและพร้อมรับค่าทำศพเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท และในกรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไปจะได้รับเงินสงเคราะห์ในกรณีการเสียชีวิตเป็นจำนวน 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยทั้งหมด 12 เดือนและพร้อมรับค่าทำศพเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท
5.กรณีเกิดการชราภาพ
ซึ่งหากผู้ประกันตนนั้นจะได้รับเงินบำนาญชราภาพ คือ เงินที่ทยอยจ่ายเป็นรายเดือนจำนวนตลอดชีวิต โดยสามารถแบ่งได้เป็นสองกรณี
- ในกรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบครบเป็นจำนวน 180 เดือนหรือ 15 ปีจะได้รับเงินบำนาญชราภาพรายเดือนเป็นจำนวน 20% ของค่าจ้างเฉลี่ยในระยะเวลา 60 เดือนสุดท้าย
- และในกรณีการจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือนหรือ 15 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินบำนาญการชราภาพรายเดือนเพิ่มเป็นจำนวน 1.5% จากอัตราจำนวน 20% ในทุก 12 เดือน
6.กรณีเกิดการสงเคราะห์บุตร
ซึ่งทางผู้ประกันตนนั้นจะได้รับเงินในค่าสงเคราะห์บุตรคนละจำนวน 800 บาทต่อเดือนโดยที่จะต้องเป็นบุตรตามที่ชอบด้วยกฎหมายที่มีอายุไม่เกินหกปีบริบูรณ์และครั้งละไม่เกินสามคน
7.กรณีเกิดการว่างงาน
โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กรณี
- กรณีที่เกิดการถูกเลิกจ้างซึ่งจะได้รับเงินทดแทนในช่วงเวลาของการว่างงานเป็นจำนวน 70% ของค่าจ้าง และครั้งละไม่เกิน 200 วัน
- ในกรณีที่เกิดการลาออกหรือเกิดการสิ้นสุดสัญญาจ้าง จะได้รับเงินทดแทนในช่วงของเวลาว่างานเป็นจำนวน 45% ของค่าจ้างและครั้งละไม่เกิน 90 วันมีการบังคับใช้ในวันที่ 1 มีนาคมปีพุทธศักราช 2563 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปีพุทธศักราช 2565
- กรณีที่เกิดการว่างงานต่อเนื่องจากเหตุสุดวิสัยซึ่งจะได้รับเงินทดแทนในช่วงเวลาในการว่างงานเป็นจำนวน 50% ของค่าจ้างและครั้งละไม่เกิน 90 วัน
🔸ผู้ที่ประกันตนโดยความสมัครใจ มาตราที่ 39
ผู้ประกันตนในมาตราที่39 คือ บุคคลที่มีการทำงานและเป็นผู้ประกันตนในมาตราที่33 มาก่อนหน้านี้และทำการออกจากงานแต่ยังคงต้องการการรักษาสิทธิทางประกันสังคม
ซึ่งเงินสมทบที่ทางผู้ประกันตนในมาตราที่39 จะต้องทำการนำส่งจะเท่ากับจำนวนเงิน 432 บาทต่อเดือน ซึ่งทั้งนี้ทางผู้ประกันตนนั้นจะต้องมีการส่งเงินสมทบให้ครบทุกเดือนอย่างต่อเนื่องซึ่งถ้าหากไม่ส่งเงินสมทบภายในเวลา3เดือนติดต่อกันหรือภายในแล้วระยะเวลา 12 เดือนหรือส่งเงินสมทบไม่ครบเป็นจำนวน9เดือนซึ่งจะถือว่าสิ้นสุดสภาพในการเป็นผู้ประกันตนในมาตราที่39 ในทันที
- สิ่งที่เป็นคุณสมบัติของผู้สมัครประกันตนในมาตราที่39
ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่เคยอยู่ในผู้ประกันตนตามมาตราที่33 และต้องจ่ายเงินสมทบแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือนและมีการออกจากงานไม่เกินระยะเวลาหกเดือนโดยนับตั้งแต่วันที่ออกจากงาน และรวมไปถึงจะต้องไม่เป็นผู้ที่รับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพจากทางกองทุนประกันสังคม
- สิทธิและประโยชน์สำหรับผู้ประกันตนในมาตราที่39
ซึ่งผู้ประกันตนในมาตราที่39 นั้นจะได้รับความคุ้มครองเป็นหกกรณีอย่างต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนในมาตราที่33 ซึ่งได้แก่ในกรณีที่เกิดการเจ็บป่วย กรณีที่เกิดการคลอดบุตร กรณีเกิดการทุพพลภาพ กรณีการเสียชีวิต กรณีการสงเคราะห์บุตร และในกรณีการชราภาพซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่นเดียวกันกับผู้ประกันตนในมาตราที่ 33
🔸ผู้ประกันตนนอกระบบมาตราที่ 40
ผู้ประกันตนในมาตราที่ 40 คือ บุคคลทั่วไปที่มีการประกอบอาชีพอิสระหรือเป็นแรงงานนอกระบบและไม่เป็นผู้ประกันตนตามในมาตราที่33 หรือผู้ประกันตนตามในมาตราที่39
ซึ่งจะมีการจ่ายเงินค่าสมทบประกันสังคมในมาตราที่ 40 มีด้วยกันสามทางเลือกดังนี้การจ่ายเงินสมทบเป็นจำนวนเงิน 70 บาทต่อเดือนการจ่ายเงินสมทบเป็นจำนวนเงิน 100 บาทต่อเดือน และการจ่ายเงินสมทบเป็นจำนวนเงิน 300 บาทต่อเดือน
สิ่งที่เป็นคุณสมบัติของผู้สมัครมาตราที่ 40
- จะต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้ที่ถือบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทยโดยที่มีเลขประจำตัวหลักแรกเป็นเลข0 ,6หรือ7
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์
- เป็นผู้พิการทางร่างกายที่รับรู้สิทธิ
- ไม่เป็นผู้ประกันตนในมาตราที่33 และในมาตราที่39 หรือข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ
โดยสิทธิและประโยชน์ที่ผู้ประกันตนในมาตราที่ 40 จะได้รับนั้นสามารถแบ่ง ได้ตามเงินสมทบที่ทางผู้ประกันตนนั้นทำการจ่ายในทุกๆ เดือน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
กรณีจ่ายเงินสมทบเป็นจำนวนเงิน 70 บาทต่อเดือน
- ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุหรือเกิดการเจ็บป่วยจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้สูงสุดเป็นจำนวนเงิน 300 บาทต่อวันและไม่เกิน 30 วันต่อปี
- ในกรณีเกิดการทุพพลภาพซึ่งจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เป็นจำนวนเงิน 500 บาทถึง 1000 บาทต่อเดือนและไม่เกิน 15 ปี
- กรณีเกิดการเสียชีวิตจะได้รับเงินค่าทำศพเป็นจำนวนเงิน 25,000 บาทและจะได้รับเพิ่ม 8000 บาทเมื่อจ่ายเงินสมทบครบเป็นระยะเวลาจำนวน 60 เดือนก่อนเสียชีวิต
กรณีจ่ายเงินสมทบเป็นจำนวนเงิน 100 บาทต่อเดือน
- กรณีเกิดประสบอุบัติเหตุหรือเกิดการเจ็บป่วย จะได้รับเงินทดแทนในการขาดรายได้สูงสุดเป็นจำนวนเงิน 300 บาทต่อวันไม่เกิน 30 วันต่อปี
- กรณีเกิดการทุพพลภาพ จะได้รับเงินในการทดแทนในการขาดรายได้เป็นจำนวนเงิน 500 บาทถึง 1000 บาทต่อเดือนและไม่เกิน15ปี
- กรณีเกิดการเสียชีวิตจะได้รับเงินค่าทำศพเป็นจำนวนเงิน 25,000 บาทและจะได้รับเงินเพิ่มจำนวน 8000 บาทเมื่อมีการจ่ายเงินสมทบครบ 60 เดือนก่อนการเสียชีวิต
- กรณีเกิดการชราภาพจะได้รับบำเหน็จชราภาพจำนวน 50 บาทต่อเดือนสามารถออมเพิ่มได้เป็นจำนวนเงิน 1000 บาทต่อเดือน
กรณีจ่ายเงินสมทบเป็นจำนวนเงิน 300 บาทต่อเดือน
- กรณีเกิดประสบอุบัติเหตุหรือเกิดการเจ็บป่วย จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้สูงสุดเป็นจำนวนเงิน 300 บาทต่อวันไม่เกิน 90 วันต่อปี
- กรณีเกิดการทุพพลภาพ จะได้รับเงินในการทดแทนในการขาดรายได้เป็นจำนวนเงิน 500 บาทถึง 1000 บาทต่อเดือนตลอดชีวิต
- กรณีเกิดการเสียชีวิตจะได้รับเงินไหมการทำศพเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท
- กรณีเกิดการชราภาพจะได้รับค่าบำเหน็จชราภาพเป็นจำนวนเงิน 150 บาทต่อเดือนและกรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือนจะได้รับเงินเพิ่มเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาทและสามารถทำการออมเพิ่มได้ 1000 บาทต่อเดือน
- กรณีเกิดการสงเคราะห์บุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเป็นจำนวนเงิน 200 บาทต่อคนต่อเดือนและครั้งละไม่เกินจำนวนสองคน
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หวังว่าในบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านทุกท่านแล้วพบกันได้ใหม่ในบทความต่อไป
-----------------------------------------------------------------------------------
สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด | รับสร้างแบรนด์ | รับทำการตลาดออนไลน์ | รับทำแผนการตลาดออนไลน์ | รับสร้างแบรนด์ | รับดูแล Facebook แฟนเพจ | รับดูแล LINE OA สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง
รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์
ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้
------------------------------------------------------------------------------------
💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙
📱Tel : 0840104252 📱0947805680
สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์)
📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH
┏━━━━━━━━━┓
📲 LINE: @chatstick
┗━━━━━━━━━┛
หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM
🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran
🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio



































ความคิดเห็น