top of page

เทคนิค เปิดร้านหมูกระทะให้ปัง แบบไม่ต้องซื้อแฟรนไชส์✨


เทคนิค เปิดร้านหมูกระทะให้ปัง แบบไม่ต้องซื้อแฟรนไชส์✨  ใครบ้างไม่เคยทานบุฟเฟ่ต์หมูกระทะ เพราะร้านหมูกระทะเป็นหนึ่งในร้านอาหารยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่มักนัดกันเพื่อสังสรรค์ในโอกาสต่าง ๆ แม้หมูกระทะจะได้รับความนิยมมาตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน แต่ในปัจจุบันความนิยมในอาหารรูปแบบนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย เพราะยังคงปรากฏว่ามีผู้เล่นหน้าใหม่ ๆ ที่ขอเข้ามามีส่วนแบ่งในวงการธุรกิจนี้ไม่น้อย เมื่อมีคู่แข่งขันมากหลาย ๆ ร้านจึงต้องงัดเอากลยุทธ์หลากหลายเข้ามาต่อสู้กัน  ✨9 สิ่งต้องมี เปิดร้านบุฟเฟ่ต์หมูกระทะอย่างไรให้รวย 1. ต้องให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เสีย อย่าเอาเปรียบลูกค้าเด็ดขาด เชื่อหรือไม่ว่าราคาไม่ใช่ตัวตัดสินความสำเร็จของร้าน เพราะไม่ว่าราคาจะสูงแค่ไหน ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าเขาได้รับสิ่งที่คุ้มค่ากลับไปสมเหตุสมผลกับเงินที่เขาต้องเสีย จะราคาไหนลูกค้าก็ยอมจ่าย เหตุผลเรื่องราคาถึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ร้านเจ๊ง แต่เหตุผลสำคัญคือคุณทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังถูกเอาเปรียบอยู่หรือไม่ต่างหาก อย่าลืมว่าลูกค้ามาร้านอาหารแนวบุฟเฟ่ต์เพราะเขาอยากทานของอร่อยได้ตามที่เขาอยากทาน ฉะนั้นจำนวนชนิดอาหารและปริมาณมันต้องสมดุลกันกับราคาที่คุณเรียกเก็บ อย่าเอาเปรียบลูกค้าโดยการ “กั๊กอาหาร” หรือลงของน้อยเสียจนลูกค้าต้องแย่งกันเด็ดขาด มันไม่ใช่เรื่องตลกเพราะเขาเสียเงินมากินไม่ได้เข้ามาขอกินฟรี ๆ ถ้าคุณเอาเปรียบแบบนี้ร้านคุณก็จบ  2. รสชาติอาหารต้องดี วัตถุดิบต้องมีคุณภาพ พึงระลึกไว้เสมอว่าแม้จะเป็นร้านอาหารแนวบุฟเฟ่ต์ก็ตาม สิ่งที่ลูกค้าอยากได้รับก็คืออาหารที่รสชาติอร่อยและได้คุณภาพด้วย ในไลน์อาหารปรุงสำเร็จคุณต้องควบคุมรสชาติให้คงเส้นคงวาเสมออย่าให้พลาด และในไลน์ของอาหารสด วัตถุดิบคุณก็ต้องสดจริง อย่าได้เอาของค้างเก่าหลายวันมาให้บริการเด็ดขาดเพราะนอกจากคุณภาพจะลดลงไปแล้ว มันก็ยังมีโอกาสเน่าเสียได้อีกด้วย ถ้าแม้แต่คุณเองยังไม่ทานของเน่าเสียหรือของไม่อร่อยและไม่มีคุณภาพ ลูกค้าเขาก็คิดไม่ต่างจากคุณเช่นกัน  3. บริหารต้นทุนวัตถุดิบให้ดีและยังรวมถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วย ในร้านอาหารแนวบุฟเฟ่ต์ ต้นทุนที่พุ่งทะยานแซงหน้าค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็คือต้นทุนวัตถุดิบ ฉะนั้นดีลเลอร์ที่จะจัดส่งวัตถุดิบให้คุณจึงมีความสำคัญ เชื่อหรือไม่ว่ายังมีดีลเลอร์บางเจ้าที่มีวัตถุดิบดี ๆ แต่ราคาย่อมเยาว์ให้คุณค้นหาและเป็นพาร์ทเนอร์อยู่ เพียงแต่คุณอาจต้องใช้เวลาค้นหาเสียหน่อยแต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน การบริหารต้นทุนด้านนี้ดี ๆ ร้านคุณก็กำไรเพิ่มขึ้นแน่นอน  แต่ขณะเดียวกันต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นค่าจ้างพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ คุณก็ควรจัดการให้เหมาะสม อย่าให้กลายเป็นว่าอุตส่าห์ควบคุมต้นทุนหลักได้แล้ว แต่อย่างอื่นเป็นเบี้ยหัวแตก เพราะแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย  4. มีกลุ่มเป้าหมายไว้ในใจจะช่วยให้ร้านเดินหน้าอย่างที่ต้องการ แม้จะเป็นร้านบุฟเฟ่ต์หมูกระทะเหมือนกันแต่บางร้านก็มีกลุ่มเป้าหมายไม่เหมือนกัน การกำหนดกลุ่มเป้าหมายว่าลูกค้าหลักของคุณเป็นใครจะช่วยให้คุณกำหนดทิศทางของร้านไม่ว่าจะเป็นไลน์อาหาร ค่าอาหารที่คุณเรียกเก็บ รูปแบบร้านหรือบริการเสริมได้ และการมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้คุณไม่ต้องไปแย่งลูกค้ากับคู่แข่ง เพราะถ้ามีคู่แข่งกลุ่มเดียวกัน กลยุทธ์ที่ใช้ดึงดูดลูกค้าอาจทำลายทั้ง 2 ร้านก็เป็นได้  5. ใส่ใจความสะอาดของร้านและอาหารให้ดี ร้านบุฟเฟ่ต์หมูกระทะคือร้านอาหารแนวบริการตัวเอง จุดอ่อนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือเรื่องของความสะอาดไม่ว่าจะเป็นตัวสถานที่ หรืออาหารทั้งอาหารสดและปรุงสำเร็จมันมีกรณีเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับการไม่สนใจเรื่องความสะอาดและท้ายที่สุดก็จบไม่สวยสักร้าน  6. บริหารของเหลือให้ดี เพราะอะไรที่คิดว่าจะทิ้งมันอาจยังมีประโยชน์อยู่ ในการบริหารการใช้วัตถุดิบ คุณต้องวางแผนให้ดีว่าวัตถุดิบนั้นคุณจะนำไปใช้อะไรบ้าง และคุณต้องแยกให้ดีระหว่างส่วนเหลือที่มันใช้ไม่ได้แล้วจริง ๆ กับส่วนที่คุณเอาไปประยุกต์รังสรรค์เมนูอื่นได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็เช่นหัวปลา ซึ่งคุณสามารถนำไปทำเป็นต้มหัวปลาเพิ่มมูลค่าได้ หรือแม้กระทั่งเศษเนื้อสัตว์จากการแล่ คุณก็นำไปทำเป็นอาหารเมนูอื่นได้เช่นกัน  7. บริการของพนักงาน หัวใจแห่งการบริการคือสิ่งต้องปลูกฝัง ข้อนี้สำคัญมากในธุรกิจร้านอาหาร โดยมากร้านอาหารมักตายจากการที่พนักงานไม่มีหัวใจบริการ คุณต้องปลูกฝังเป็นค่านิยมองค์กรของร้านคุณไม่ว่าจะเป็นการยิ้มแย้มแจ่มใส การเต็มใจให้บริการ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความอ่อนน้อมถ่อมตน สิ่งเหล่านี้จะสร้างเอกลักษณ์ที่น่ารักและความประทับใจให้แก่ลูกค้า   8. ระวังการออกโปรโมชั่นให้ดีเพราะมันอาจฆ่าร้านของคุณโดยไม่รู้ตัว เมื่อใดก็ตามที่ร้านอาหารมีคู่แข่งเกิดขึ้น กลยุทธ์หนึ่งที่มักใช้คือโปรโมชั่นลดราคา และกลยุทธ์ด้านราคานี้คือตัวการทำลายร้านอาหารมานักต่อนัก เมื่อโปรโมชั่นนี้ออกมาแน่นอนว่าในช่วงแรก คุณจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นมา แต่เมื่อนั้นคู่แข่งก็พร้อมจะลดราคาแข่งกับคุณเช่นกัน และนั่นเองคือการสร้างสงครามราคาให้เกิดขึ้น ในบั้นปลายไม่มีใครคือผู้ชนะที่แท้จริงเพราะทั้งคุณและคู่แข่งก็เจ็บตัวและหายไปจากวงการด้วยกันทั้งคู่ สงครามราคาจึงไม่ใช่ทางออกเสมอไปครับ สิ่งที่คุณควรจะทำคือรักษาจุดยืน รักษาตัวตนของร้านเอาไว้ให้ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ยังคงดึงลูกค้าให้อยู่กับคุณได้  9. ปรับปรุงและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่มีใครไม่รอดพ้นคำวิจารณ์เพราะการติเตียนหลาย ๆ ครั้งก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในเชิงบวก จงน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์และการติเตียนด้วยความเต็มใจและทำการแก้ไขปรับปรุงตนเองอยู่เสมอภายใต้จุดยืนและตัวตนของร้าน ถ้าคุณทำเช่นนั้นได้ ร้านคุณจะมีอนาคตที่สดใส  ✨เปิดร้านหมูกระทะ 1 ร้านต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง นิยามคำว่าร้านหมูกระทะ สิ่งที่ต้องเตรียมคือวัตถุดิบ เช่น เนื้อหมู เนื้อหมู หมูสามชั้น คอหมูหมักงา ไก่ ตับหมู เซี่ยงจี๊ ปลาหมึกสด ปลาหมึกหลอด ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นไก่ เนื้อปลาสด ฯลฯ ซึ่งต้นทุนของร้านหมูกระทะจะแปรผันกับขนาดของร้าน คำว่าร้านขนาดเล็กประมาณ 10 โต๊ะ , ร้านขนาดกลางประมาณ 20-30 โต๊ะ , ร้านขนาดใหญ่ประมาณ 30 โต๊ะขึ้นไป งบการลงทุนในส่วนของร้านแตกต่างกันไปตามการตกแต่ง  ✨ทีนี้ลองมาดูอุปกรณ์เบื้องต้นและราคาอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมี เช่น 1.กระทะย่าง ราคาประมาณ 160 บาท/ใบ 2.เตาอั้งโล่หมูกระทะ ราคาประมาณ 210 บาท/ใบ 3.ที่คีบถ่าน ราคาประมาณ 15 บาท/ชิ้น 4.ไม้คีบยกเตาถ่าน ราคาประมาณ 105 บาท/ชิ้น 5.ตะแกรงรองเตา ราคาประมาณ 65 บาท/ชิ้น 6.โต๊ะ เก้าอี้-เตา กระทะ (แบบสั่งทำ) ราคาตามแต่แบบที่ต้องการ 7.โต๊ะยาวตั้งอาหาร 8.จาน ช้อน ถ้วยน้ำจิ้ม 9.ตะกร้าใส่ผัก ถาดลึกใส่อาหาร 10.โถใส่น้ำจิ้ม ตะเกียบ 11.หม้อขนาดใหญ่สำหรับใส่น้ำจิ้ม และต้มน้ำซุป  ✨เปิดร้านหมูกระทะ 1 ร้านลงทุนเท่าไหร่? เราคำนวณจากการเปิดร้านขนาดเล็กไม่เกิน 10 โต๊ะคนสนใจลงทุนต้องเตรียมอุปกรณ์เบื้องต้นตามที่กล่าวไปซึ่งเงินทุนสำหรับค่าอุปกรณ์ประมาณ 30,000 – 40,000 บาท (ตามคุณภาพสินค้า) เป็นต้นทุนที่ยังไม่รวมค่าเช่า ค่าปลูกสร้างร้าน – ที่ดิน และควรมีทุนหมุนเวียนประมาณ 7,000 – 10,000 บาท/วัน โดยควรจะมีการจ้างแรงงานประมาณ 3 – 4 คนหากเป็นร้านขนาดเล็ก  นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือวัตถุดิบที่หลากหลายและวัตถุดิบนี่เองที่จะเป็นตัวแปรสำคัญของกำไรร้านหมูกระทะ ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยต่อวันในแต่ละร้านนั้นไม่เท่ากัน บางร้านมีวัตถุดิบเดิมเหลือมากก็ซื้อเติมน้อยต้นทุนในวันนั้นก็จะน้อย ซึ่งหลักการที่ทำให้ร้านหมูกระทะมีกำไรควรให้ต้นทุนอาหารควรอยู่ที่ 25-30% และต้นทุนด้านแรงงานควรอยู่ที่ 15-20% นอกจากนี้ยังมีเรื่องต้นทุนคงที่ได้แก่ ค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน เฉลี่ยแล้วควรอยู่ที่ 15-20% รวมถึงต้นทุนผันแปร เช่นค่าแก๊ส ค่าน้ำ ค่าไฟ จิปาถะในแต่ละเดือนควรอยู่ที่ 10-15%  ซึ่งร้านหมูกระทะหลายร้านนิยมให้บริการแบบ “บุฟเฟ่ต์” ก็ยิ่งต้องระวังเรื่อง “ต้นทุนอาหาร” และต้องควบคุมในเรื่องวัตถุดิบเหล่านี้ให้ดี เพราะคือตัวชี้วัดกำไรของร้านค้า และหากเป็นบุฟเฟ่ต์ก็ต้องมีเมนูอาหารที่หลากหลาย เช่น ข้าวผัด ส้มตำ ยำต่างๆ ฯลฯ ต้นทุนค่าอาหารในแต่ละวันก็จะสูงขึ้นได้อีกด้วย เราจึงควรคำนวณได้ว่าปริมาณลูกค้าในแต่ละวันที่แท้จริงของเราอยู่ที่เท่าไหร่จะได้ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีคุณภาพ  ✨รู้ต้นทุนเบื้องต้นแล้วมีวิธีขายอย่างไรร้านหมูกระทะมีกำไร? ยอดขายในแต่ละวันก็ขึ้นอยู่กับขนาดร้านเป็นสำคัญ การตั้งเป้ายอดขายในแต่ละวันขั้นต่ำต้องประมาณ 10,000 บาท ซึ่งยอดขายนี้ หากนำมาหักลบกับต้นทุนเมื่อคิดเปอร์เซ็นต์จะพบว่า ยอดขาย 10,0000 - ต้นทุนอาหารควรอยู่ที่ 2,500 – 3,0000 บาท - ต้นทุนแรงงานควรอยู่ที่ 1,500 – 2,500 บาท - ต้นทุนคงที่ ควรอยู่ที่ 1,500 – 2,500 บาท - ต้นทุนผันแปร ควรอยู่ที่ 1,000 – 1,500 บาท ซึ่งการตั้งเป้า “ยอดขาย” จะทำให้ประมาณการได้ว่าเราจะมีกำไรต่อวันเท่าไหร่ ซึ่งการจะฟันธงว่าให้กำหนดราคาขายต่อหัวของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการควรเป็นเท่าไหร่ต้องคำนึงถึง ค่าเช่าสถานที่ ค่าตกแต่งร้าน ค่าการตลาด ค่าราคาวัตถุดิบในแต่ละวัน รวมถึงคู่แข่งที่อยู่โดยรอบ สิ่งเหล่านี้ผู้ลงทุนต้องอาศัยความชำนาญในการหาเทคนิคลดต้นทุนตัวเองให้ได้มากที่สุดเพื่อโอกาสในการมีกำไรที่มากขึ้น  ✨7 แนวทางทำร้านหมูกระทะให้คนฮิตติดใจ! 1. ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า ลูกค้าส่วนใหญ่อาจไม่ได้สนใจว่าราคาของเราจะถูกหรือแพงแต่เขาสนใจแค่ว่าคุ้มหรือไม่คุ้มมากกว่า ฉะนั้นไม่ว่าเราจะตั้งราคาต่อคนต่อหัวเท่าไหร่ จะ 99 บาท 299 บาท หรือ 399 บาท จงมั่นใจว่าทุกเมนูที่เสิร์ฟให้ลูกค้า จะทำให้เขารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป  2. บริหารจัดการต้นทุนให้ดี เราต้องรู้ก่อนว่าในแต่ละเมนูมีต้นทุนเท่าไหร่ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง อย่างละกี่กรัม เมนูไหนออกมากหรือออกน้อย การรู้ความต้องการของลูกค้าที่สัมพันธ์กับเมนูสามารถลด food costs ได้  3. บริหารของเสียให้เหลือน้อยที่สุด หนึ่งในรูปแบบที่น่าสนใจคือลดขนาดของอาหารให้น้อยลง ก็อาจลดโอกาสที่ลูกค้าจะกินเหลือให้น้อยลงได้ เนื่องจากพฤติกรรมของคนกินมักชอบลองอะไรหลายๆ อย่าง การที่แต่ละเมนูมีขนาดไม่ใหญ่นัก จะทำให้ลูกค้ามีโอกาสลองเมนูอื่นๆ มากขึ้น  4. คิดให้ดีก่อนทำโปรโมชั่น โดยเฉพาะพวกโปรลดราคา หรือมา 3 จ่าย 2 อะไรพวกนี้แม้จะดึงดูดลูกค้าได้แต่โอกาสเสี่ยงเจ๊งก็มีสูง วิธีที่ดีที่สุดคือเราต้องรู้ตัวเองว่าขายอะไรและขายใคร โปรโมชั่นอาจทำให้ได้ลูกค้าใหม่แต่ก็อาจเสียฐานลูกค้าเก่าได้เช่นกัน ดังนั้นโปรโมชั่นจึงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนและไม่ควรมีบ่อยมากจนเกินไป  5. ใส่ใจความสะอาดของร้านและอาหารให้ดี ร้านหมูกระทะส่วนใหญ่เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ คือ ร้านอาหารแนวบริการตัวเอง จุดอ่อนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือเรื่องของความสะอาดไม่ว่าจะเป็นตัวสถานที่ หรืออาหารทั้งอาหารสดและปรุงสำเร็จมันมีกรณีเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับการไม่สนใจเรื่องความสะอาดและท้ายที่สุดก็จบไม่สวยแน่ๆ  6. เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาจากลูกค้า สิ่งที่ต้องเจอแน่ๆ คือปัญหาจากลูกค้า เพราะแต่ละคนที่มาใช้บริการมีความคิดและนิสัยที่แตกต่าง ลูกค้าบางคนก็มีกลโกงร้านค้า เช่น มากิน 3 คน แต่ตอนจ่ายบอกว่ามา 2 คน หรือบางคนกินเหลือกินทิ้ง และก็ไม่ยอมจ่ายค่าปรับให้กับร้านตามกติกาที่กำหนด และอีกหลากหลายรูปแบบปัญหาที่คนเปิดร้านหมูกระทะต้องเจอ แต่ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์แบบไหนอย่างไรในฐานะงานบริการเราต้องแก้ปัญหาอย่างใจเย็น ซึ่งการอารมณ์ร้อนไปกับลูกค้าบางคนอาจทำให้ร้านของเราเสียชื่อเสียงได้ยิ่งในยุคโซเชี่ยลแบบนี้ต้องระวังให้มาก  7. ปรับปรุงและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ การที่ร้านหมูกระทะเป็นการลงทุนยอดฮิตเราย่อมหนีไม่พ้นคู่แข่ง สิ่งสำคัญคือเราต้องพัฒนาร้านค้า พัฒนาการบริการ พัฒนาสินค้า เช่น มีเมนูใหม่ๆ บริการใหม่ๆ โปรโมชั่นใหม่ๆ และมีการตลาดยุคใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเปิดร้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย  ----------------------------------------------------------------------------------- สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด  | รับสร้างแบรนด์  | รับทำการตลาดออนไลน์  | รับทำแผนการตลาดออนไลน์  | รับสร้างแบรนด์  | รับดูแล Facebook แฟนเพจ  | รับดูแล LINE OA    สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง   รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์ >> https://www.chatstickmarket.com/langran  ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้ >>https://www.chatstickmarket.com/portfolio  ------------------------------------------------------------------------------------  💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙 📱Tel : 0840104252 📱0947805680 สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์) 📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH  ┏━━━━━━━━━┓ 📲 LINE: @chatstick ┗━━━━━━━━━┛ หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM  🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran  🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

เทคนิค เปิดร้านหมูกระทะให้ปัง แบบไม่ต้องซื้อแฟรนไชส์


ใครบ้างไม่เคยทานบุฟเฟ่ต์หมูกระทะ เพราะร้านหมูกระทะเป็นหนึ่งในร้านอาหารยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่มักนัดกันเพื่อสังสรรค์ในโอกาสต่าง ๆ แม้หมูกระทะจะได้รับความนิยมมาตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน แต่ในปัจจุบันความนิยมในอาหารรูปแบบนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย เพราะยังคงปรากฏว่ามีผู้เล่นหน้าใหม่ ๆ ที่ขอเข้ามามีส่วนแบ่งในวงการธุรกิจนี้ไม่น้อย เมื่อมีคู่แข่งขันมากหลาย ๆ ร้านจึงต้องงัดเอากลยุทธ์หลากหลายเข้ามาต่อสู้กัน


9 สิ่งต้องมี เปิดร้านบุฟเฟ่ต์หมูกระทะอย่างไรให้รวย

1. ต้องให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เสีย อย่าเอาเปรียบลูกค้าเด็ดขาด

เชื่อหรือไม่ว่าราคาไม่ใช่ตัวตัดสินความสำเร็จของร้าน เพราะไม่ว่าราคาจะสูงแค่ไหน ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าเขาได้รับสิ่งที่คุ้มค่ากลับไปสมเหตุสมผลกับเงินที่เขาต้องเสีย จะราคาไหนลูกค้าก็ยอมจ่าย เหตุผลเรื่องราคาถึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ร้านเจ๊ง แต่เหตุผลสำคัญคือคุณทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังถูกเอาเปรียบอยู่หรือไม่ต่างหาก อย่าลืมว่าลูกค้ามาร้านอาหารแนวบุฟเฟ่ต์เพราะเขาอยากทานของอร่อยได้ตามที่เขาอยากทาน ฉะนั้นจำนวนชนิดอาหารและปริมาณมันต้องสมดุลกันกับราคาที่คุณเรียกเก็บ อย่าเอาเปรียบลูกค้าโดยการ “กั๊กอาหาร” หรือลงของน้อยเสียจนลูกค้าต้องแย่งกันเด็ดขาด มันไม่ใช่เรื่องตลกเพราะเขาเสียเงินมากินไม่ได้เข้ามาขอกินฟรี ๆ ถ้าคุณเอาเปรียบแบบนี้ร้านคุณก็จบ


2. รสชาติอาหารต้องดี วัตถุดิบต้องมีคุณภาพ

พึงระลึกไว้เสมอว่าแม้จะเป็นร้านอาหารแนวบุฟเฟ่ต์ก็ตาม สิ่งที่ลูกค้าอยากได้รับก็คืออาหารที่รสชาติอร่อยและได้คุณภาพด้วย ในไลน์อาหารปรุงสำเร็จคุณต้องควบคุมรสชาติให้คงเส้นคงวาเสมออย่าให้พลาด และในไลน์ของอาหารสด วัตถุดิบคุณก็ต้องสดจริง อย่าได้เอาของค้างเก่าหลายวันมาให้บริการเด็ดขาดเพราะนอกจากคุณภาพจะลดลงไปแล้ว มันก็ยังมีโอกาสเน่าเสียได้อีกด้วย ถ้าแม้แต่คุณเองยังไม่ทานของเน่าเสียหรือของไม่อร่อยและไม่มีคุณภาพ ลูกค้าเขาก็คิดไม่ต่างจากคุณเช่นกัน


3. บริหารต้นทุนวัตถุดิบให้ดีและยังรวมถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วย

ในร้านอาหารแนวบุฟเฟ่ต์ ต้นทุนที่พุ่งทะยานแซงหน้าค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็คือต้นทุนวัตถุดิบ ฉะนั้นดีลเลอร์ที่จะจัดส่งวัตถุดิบให้คุณจึงมีความสำคัญ เชื่อหรือไม่ว่ายังมีดีลเลอร์บางเจ้าที่มีวัตถุดิบดี ๆ แต่ราคาย่อมเยาว์ให้คุณค้นหาและเป็นพาร์ทเนอร์อยู่ เพียงแต่คุณอาจต้องใช้เวลาค้นหาเสียหน่อยแต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน การบริหารต้นทุนด้านนี้ดี ๆ ร้านคุณก็กำไรเพิ่มขึ้นแน่นอน


แต่ขณะเดียวกันต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นค่าจ้างพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ คุณก็ควรจัดการให้เหมาะสม อย่าให้กลายเป็นว่าอุตส่าห์ควบคุมต้นทุนหลักได้แล้ว แต่อย่างอื่นเป็นเบี้ยหัวแตก เพราะแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย


4. มีกลุ่มเป้าหมายไว้ในใจจะช่วยให้ร้านเดินหน้าอย่างที่ต้องการ

แม้จะเป็นร้านบุฟเฟ่ต์หมูกระทะเหมือนกันแต่บางร้านก็มีกลุ่มเป้าหมายไม่เหมือนกัน การกำหนดกลุ่มเป้าหมายว่าลูกค้าหลักของคุณเป็นใครจะช่วยให้คุณกำหนดทิศทางของร้านไม่ว่าจะเป็นไลน์อาหาร ค่าอาหารที่คุณเรียกเก็บ รูปแบบร้านหรือบริการเสริมได้ และการมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้คุณไม่ต้องไปแย่งลูกค้ากับคู่แข่ง เพราะถ้ามีคู่แข่งกลุ่มเดียวกัน กลยุทธ์ที่ใช้ดึงดูดลูกค้าอาจทำลายทั้ง 2 ร้านก็เป็นได้


5. ใส่ใจความสะอาดของร้านและอาหารให้ดี

ร้านบุฟเฟ่ต์หมูกระทะคือร้านอาหารแนวบริการตัวเอง จุดอ่อนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือเรื่องของความสะอาดไม่ว่าจะเป็นตัวสถานที่ หรืออาหารทั้งอาหารสดและปรุงสำเร็จมันมีกรณีเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับการไม่สนใจเรื่องความสะอาดและท้ายที่สุดก็จบไม่สวยสักร้าน


6. บริหารของเหลือให้ดี เพราะอะไรที่คิดว่าจะทิ้งมันอาจยังมีประโยชน์อยู่

ในการบริหารการใช้วัตถุดิบ คุณต้องวางแผนให้ดีว่าวัตถุดิบนั้นคุณจะนำไปใช้อะไรบ้าง และคุณต้องแยกให้ดีระหว่างส่วนเหลือที่มันใช้ไม่ได้แล้วจริง ๆ กับส่วนที่คุณเอาไปประยุกต์รังสรรค์เมนูอื่นได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็เช่นหัวปลา ซึ่งคุณสามารถนำไปทำเป็นต้มหัวปลาเพิ่มมูลค่าได้ หรือแม้กระทั่งเศษเนื้อสัตว์จากการแล่ คุณก็นำไปทำเป็นอาหารเมนูอื่นได้เช่นกัน


7. บริการของพนักงาน หัวใจแห่งการบริการคือสิ่งต้องปลูกฝัง

ข้อนี้สำคัญมากในธุรกิจร้านอาหาร โดยมากร้านอาหารมักตายจากการที่พนักงานไม่มีหัวใจบริการ คุณต้องปลูกฝังเป็นค่านิยมองค์กรของร้านคุณไม่ว่าจะเป็นการยิ้มแย้มแจ่มใส การเต็มใจให้บริการ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความอ่อนน้อมถ่อมตน สิ่งเหล่านี้จะสร้างเอกลักษณ์ที่น่ารักและความประทับใจให้แก่ลูกค้า

8. ระวังการออกโปรโมชั่นให้ดีเพราะมันอาจฆ่าร้านของคุณโดยไม่รู้ตัว

เมื่อใดก็ตามที่ร้านอาหารมีคู่แข่งเกิดขึ้น กลยุทธ์หนึ่งที่มักใช้คือโปรโมชั่นลดราคา และกลยุทธ์ด้านราคานี้คือตัวการทำลายร้านอาหารมานักต่อนัก เมื่อโปรโมชั่นนี้ออกมาแน่นอนว่าในช่วงแรก คุณจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นมา แต่เมื่อนั้นคู่แข่งก็พร้อมจะลดราคาแข่งกับคุณเช่นกัน และนั่นเองคือการสร้างสงครามราคาให้เกิดขึ้น ในบั้นปลายไม่มีใครคือผู้ชนะที่แท้จริงเพราะทั้งคุณและคู่แข่งก็เจ็บตัวและหายไปจากวงการด้วยกันทั้งคู่ สงครามราคาจึงไม่ใช่ทางออกเสมอไปครับ สิ่งที่คุณควรจะทำคือรักษาจุดยืน รักษาตัวตนของร้านเอาไว้ให้ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ยังคงดึงลูกค้าให้อยู่กับคุณได้


9. ปรับปรุงและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

ไม่มีใครไม่รอดพ้นคำวิจารณ์เพราะการติเตียนหลาย ๆ ครั้งก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในเชิงบวก จงน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์และการติเตียนด้วยความเต็มใจและทำการแก้ไขปรับปรุงตนเองอยู่เสมอภายใต้จุดยืนและตัวตนของร้าน ถ้าคุณทำเช่นนั้นได้ ร้านคุณจะมีอนาคตที่สดใส


เปิดร้านหมูกระทะ 1 ร้านต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง

นิยามคำว่าร้านหมูกระทะ สิ่งที่ต้องเตรียมคือวัตถุดิบ เช่น เนื้อหมู เนื้อหมู หมูสามชั้น คอหมูหมักงา ไก่ ตับหมู เซี่ยงจี๊ ปลาหมึกสด ปลาหมึกหลอด ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นไก่ เนื้อปลาสด ฯลฯ ซึ่งต้นทุนของร้านหมูกระทะจะแปรผันกับขนาดของร้าน คำว่าร้านขนาดเล็กประมาณ 10 โต๊ะ , ร้านขนาดกลางประมาณ 20-30 โต๊ะ , ร้านขนาดใหญ่ประมาณ 30 โต๊ะขึ้นไป งบการลงทุนในส่วนของร้านแตกต่างกันไปตามการตกแต่ง


ทีนี้ลองมาดูอุปกรณ์เบื้องต้นและราคาอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมี เช่น

1.กระทะย่าง ราคาประมาณ 160 บาท/ใบ

2.เตาอั้งโล่หมูกระทะ ราคาประมาณ 210 บาท/ใบ

3.ที่คีบถ่าน ราคาประมาณ 15 บาท/ชิ้น

4.ไม้คีบยกเตาถ่าน ราคาประมาณ 105 บาท/ชิ้น

5.ตะแกรงรองเตา ราคาประมาณ 65 บาท/ชิ้น

6.โต๊ะ เก้าอี้-เตา กระทะ (แบบสั่งทำ) ราคาตามแต่แบบที่ต้องการ

7.โต๊ะยาวตั้งอาหาร

8.จาน ช้อน ถ้วยน้ำจิ้ม

9.ตะกร้าใส่ผัก ถาดลึกใส่อาหาร

10.โถใส่น้ำจิ้ม ตะเกียบ

11.หม้อขนาดใหญ่สำหรับใส่น้ำจิ้ม และต้มน้ำซุป


เปิดร้านหมูกระทะ 1 ร้านลงทุนเท่าไหร่?

เราคำนวณจากการเปิดร้านขนาดเล็กไม่เกิน 10 โต๊ะคนสนใจลงทุนต้องเตรียมอุปกรณ์เบื้องต้นตามที่กล่าวไปซึ่งเงินทุนสำหรับค่าอุปกรณ์ประมาณ 30,000 – 40,000 บาท (ตามคุณภาพสินค้า) เป็นต้นทุนที่ยังไม่รวมค่าเช่า ค่าปลูกสร้างร้าน – ที่ดิน และควรมีทุนหมุนเวียนประมาณ 7,000 – 10,000 บาท/วัน โดยควรจะมีการจ้างแรงงานประมาณ 3 – 4 คนหากเป็นร้านขนาดเล็ก


นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือวัตถุดิบที่หลากหลายและวัตถุดิบนี่เองที่จะเป็นตัวแปรสำคัญของกำไรร้านหมูกระทะ ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยต่อวันในแต่ละร้านนั้นไม่เท่ากัน บางร้านมีวัตถุดิบเดิมเหลือมากก็ซื้อเติมน้อยต้นทุนในวันนั้นก็จะน้อย ซึ่งหลักการที่ทำให้ร้านหมูกระทะมีกำไรควรให้ต้นทุนอาหารควรอยู่ที่ 25-30% และต้นทุนด้านแรงงานควรอยู่ที่ 15-20% นอกจากนี้ยังมีเรื่องต้นทุนคงที่ได้แก่ ค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน เฉลี่ยแล้วควรอยู่ที่ 15-20% รวมถึงต้นทุนผันแปร เช่นค่าแก๊ส ค่าน้ำ ค่าไฟ จิปาถะในแต่ละเดือนควรอยู่ที่ 10-15%


ซึ่งร้านหมูกระทะหลายร้านนิยมให้บริการแบบ “บุฟเฟ่ต์” ก็ยิ่งต้องระวังเรื่อง “ต้นทุนอาหาร” และต้องควบคุมในเรื่องวัตถุดิบเหล่านี้ให้ดี เพราะคือตัวชี้วัดกำไรของร้านค้า และหากเป็นบุฟเฟ่ต์ก็ต้องมีเมนูอาหารที่หลากหลาย เช่น ข้าวผัด ส้มตำ ยำต่างๆ ฯลฯ ต้นทุนค่าอาหารในแต่ละวันก็จะสูงขึ้นได้อีกด้วย เราจึงควรคำนวณได้ว่าปริมาณลูกค้าในแต่ละวันที่แท้จริงของเราอยู่ที่เท่าไหร่จะได้ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีคุณภาพ


รู้ต้นทุนเบื้องต้นแล้วมีวิธีขายอย่างไรร้านหมูกระทะมีกำไร?

ยอดขายในแต่ละวันก็ขึ้นอยู่กับขนาดร้านเป็นสำคัญ การตั้งเป้ายอดขายในแต่ละวันขั้นต่ำต้องประมาณ 10,000 บาท ซึ่งยอดขายนี้ หากนำมาหักลบกับต้นทุนเมื่