top of page

พลังของมาสคอตแบรนด์: เครื่องมือการตลาดที่ทรงพลัง

  • รูปภาพนักเขียน: Choochai Thianthae
    Choochai Thianthae
  • 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
ตัวการ์ตูนสีน้ำเงินในชุดฮีโร่ ยิ้มในฉากไซเบอร์ พร้อมข้อความภาษาไทยเกี่ยวกับเครื่องมือการตลาดในพื้นหลังเรืองแสง.

สวัสดีค่าทุกคน! เคยไหมคะที่เห็นแค่ตัวการ์ตูนน่ารักๆ ปุ๊บ! ก็นึกถึงแบรนด์นั้นได้ทันที? นั่นแหละค่ะ! พลังของ "มาสคอตแบรนด์" ที่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารักน่ากอด แต่น้องๆ เหล่านี้คือเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังสุดๆ ที่จะช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ของเราได้แบบไม่ต้องพยายามเยอะเลยล่ะ! วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำไมมาสคอตถึงเวิร์ก แล้วอนาคตน้องๆ จะว้าวแค่ไหน... ตามมาดูกันเลย!


1. มาสคอตคืออะไร? ทำไมต้องมีน้องถึงจะปัง? (Basic Overview)

มาสคอตก็คือ ตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือตัวการ์ตูนที่เราปั้นขึ้นมาเป็น "หน้าตา" ให้กับแบรนด์ของเรานั่นเองค่ะ! ลองคิดดูสิคะ เวลาเห็นน้องๆ เหล่านี้ เราจะรู้สึกเหมือนแบรนด์มีชีวิต มีบุคลิก มีความเป็นกันเองมากขึ้นทันทีเลยใช่ไหมล่ะ? แล้วทำไมน้องมาสคอตถึงช่วยให้ลูกค้าจำเราได้เร็วขึ้นน่ะเหรอ? นั่นก็เพราะว่า

  • สร้าง Brand Awareness จำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน: คนเรามักจะจำภาพที่น่ารักสดใสได้ดีกว่าโลโก้ตัวอักษรหรือกราฟิกแบบนามธรรม ยิ่งน้องมาสคอตมีเอกลักษณ์โดดเด่น ยิ่งติดตาตรึงใจ เห็นแว้บเดียวก็รู้เลยว่าแบรนด์ไหน! เหมือนอย่างที่หลาย ๆ แบรนด์สร้างมาสคอตให้เป็นที่จดจำ เช่น Bar B Q Plaza กับมังกรบาร์บีกอนสีเขียวที่ใคร ๆ ก็จำได้

  • ผูกพันทางอารมณ์ เข้าถึงใจได้ง่ายๆ: มาสคอตที่มีดีไซน์น่ารัก ตาโต แก้มป่อง มักจะไปกระตุ้น "ทฤษฎีความน่ารักของทารก" (Baby Schema) ในตัวเรา ทำให้รู้สึกเอ็นดู อยากปกป้อง อยากดูแล แบรนด์ก็จะดูเป็นมิตรและอบอุ่นขึ้นมาทันที ลูกค้าเลยรู้สึกผูกพันและเป็นกันเองกับแบรนด์ได้ง่ายกว่าเดิมเยอะเลย! การสร้างความผูกพันทางอารมณ์นี้เองที่ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้

  • สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง: ในตลาดที่แข่งขันดุเดือด มาสคอตที่โดดเด่นจะทำให้แบรนด์เราไม่เหมือนใคร และเป็นที่จดจำได้ทันที! การสร้างความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะจะทำให้แบรนด์มีความโดดเด่นและเป็นที่สนใจ

  • เป็นนักเล่าเรื่องตัวจิ๋ว: น้องมาสคอตสามารถเป็นตัวแทนสื่อสารคุณค่า ข้อความ หรือเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างสนุกสนาน ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แต่เข้าใจง่าย ทำให้แบรนด์มีชีวิตชีวาขึ้นมาเลยค่ะ การเล่าเรื่องผ่านมาสคอตจะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจแบรนด์ได้ง่ายขึ้น

  • สร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับทุกคน: ไม่ว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนจากหลากหลายภูมิหลัง มาสคอตก็ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย เป็นกันเองได้หมด การสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรนี้จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น


2. ย้อนวันวานมาสคอต: จากเครื่องรางนำโชค สู่ Brand Ambassador ระดับตำนาน (Historical Perspective)

คำว่า "Mascot" เนี่ย มีต้นกำเนิดมาจากภาษาฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 เลยนะคะ! เดิมทีหมายถึง "เครื่องรางของขลัง" หรือ "สิ่งที่นำโชคมาให้" ซึ่งพอมาอยู่ในโลกธุรกิจ น้องมาสคอตก็ทำหน้าที่คล้ายๆ กัน คือนำโชคให้แบรนด์ปังนั่นเอง แต่กว่าจะมาเป็นมาสคอตที่เราเห็นกันทุกวันนี้ น้อง ๆ ก็มีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน

  • มาสคอตตัวแรกของโลก: ต้องยกให้ "Bibendum" หรือ "Michelin Man" ของบริษัทยางมิชลิน ที่ถือกำเนิดในปี 1898 โน่นเลย! เป็นต้นแบบของมาสคอตแบรนด์เลยก็ว่าได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาสคอตอยู่คู่กับแบรนด์มานานมากแล้ว

  • ยุคทองของการโฆษณา: ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มาสคอตยิ่งได้รับความนิยมในการโฆษณามากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างที่โดดเด่นระดับโลกที่เราคุ้นเคยกันดีก็เช่น Tony the Tiger ของ Kellogg's (ปี 1952) หรือ Ronald McDonald ของ McDonald's (ปี 1963) ไงคะ! ซึ่งเป็นช่วงที่มาสคอตเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างแบรนด์

  • มาสคอตไทยในวันวาน: บ้านเราก็มีมาสคอตคู่ใจคนไทยมานานหลายตัวเลยนะ! ไม่ว่าจะเป็น บาร์บีกอน มังกรเขียวสุดฮอตจาก Bar B Q Plaza ที่อยู่คู่เรามาตั้งแต่ปี 1996 และมีการปรับโฉมให้เข้ากับยุคสมัย, ก็อดจิ มาสคอตน่ารักๆ ของ ปตท. ที่มาจากแรงบันดาลใจจากโฆษณา ก็อตซิลล่า, พี่โก๋ ผมฟูสุดแนวจากขนมโก๋แก่ หรือ น้องอุ่นใจ สีฟ้า (ที่ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเขียว) จาก AIS ที่ปรับเปลี่ยนลุคตามยุคตลอด เพื่อให้แบรนด์ดูไม่ตกเทรนด์ การปรับตัวของมาสคอตให้เข้ากับยุคสมัยเป็นสิ่งที่สำคัญมาก


3. มาสคอตยุคนี้...ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก! สร้างปรากฏการณ์ห้างแตกมาแล้ว (Current Opinions)

ยุคนี้ "Mascot Marketing" หรือการตลาดที่ใช้มาสคอตกลับมาฮอตปรอทแตกอีกครั้ง! ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์สวยๆ อีกต่อไปแล้วนะ แต่กลายเป็น "ทูต" หรือ "แบรนด์แอมบาสเดอร์" ที่มีชีวิต ช่วยสร้างการรับรู้และผูกพันทางอารมณ์กับผู้บริโภคได้อย่างเหลือเชื่อ การกลับมาของ Mascot Marketing แสดงให้เห็นว่ามาสคอตยังคงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ

  • น้องหมีเนย (Butterbear): ตัวอย่างล่าสุดที่ฮอตสุดๆ! สร้างปรากฏการณ์ห้างแตก คิวล้นทะลัก ดังไกลไปทั่วเอเชีย มีทั้งเพลง มีงานแฟนมีตติ้ง! ความสำเร็จของน้องหมีเนยมาจากดีไซน์ที่น่ารัก สดใส มีชีวิตชีวา และการเล่าเรื่องผ่านโซเชียลมีเดียที่ทำให้คนรู้สึกร่วมด้วยมากๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังของการเล่าเรื่องผ่านมาสคอต

  • พี่ก้อน (Bar B Q Plaza): มังกรเขียวในตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานแสนนาน พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามาสคอตสามารถสร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลาย! ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่ามาสคอตสามารถสร้างผลกำไรให้กับแบรนด์ได้

  • น้องกล้วยกรุงศรี: มาสคอตนักเต้นสุดไวรัลที่โปรโมต QR Payment ทำให้เรื่องเงินๆ ทองๆ ดูเป็น "เรื่องกล้วยๆ" และน่ารักขึ้นเป็นกอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาสคอตสามารถทำให้เรื่องที่น่าเบื่อกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจได้

  • แม่มณี (SCB): มาสคอตที่ได้แรงบันดาลใจจากนางกวัก ผสมผสานความเชื่อเข้ากับเทคโนโลยี จนพ่อค้าแม่ค้าจดจำและใช้แอปได้อย่างแพร่หลาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาสคอตสามารถผสมผสานวัฒนธรรมและความเชื่อเข้ากับแบรนด์ได้

  • ลุงโจนส์ (Jones Salad):: มาสคอตใจดี มีอารมณ์ขัน ที่ไม่ได้มีแค่หุ่นตั้งหน้าร้าน แต่ยังเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านสุขภาพในโซเชียลมีเดียด้วย! ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาสคอตสามารถเป็นอินฟลูเอนเซอร์ได้

มาสคอตยุคใหม่จึงเน้นการออกแบบที่โดดเด่น สื่ออารมณ์ได้ดี มีเรื่องราว และต่อยอดไปทำกิจกรรมการตลาดได้หลากหลาย ทั้งสร้างสินค้าลิขสิทธิ์ (Merchandise) หรือจับมือกับแบรนด์อื่น (Collaboration) เพื่อขยายฐานแฟนคลับให้กว้างขึ้นอีกด้วย


4. มาสคอตก็มีดราม่า? ข้อควรระวังก่อนปั้นน้องมาสคอตให้แบรนด์! (Controversies)

ถึงน้องมาสคอตจะดีงามขนาดไหน แต่ก็มีข้อควรระวังเหมือนกันนะจ๊ะ ไม่งั้นอาจจะ "ปัง" กลายเป็น "พัง" ได้ง่ายๆ เลย! การสร้างมาสคอตไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องระวังหลาย ๆ อย่าง

  • ออกแบบไม่ดี มีสิทธิ์พัง!: การออกแบบมาสคอตต้องมีความพิถีพิถัน หากออกแบบไม่ดี อาจส่งผลเสียต่อแบรนด์ได้

    • ไม่ตรงปก ไม่เข้ากับแบรนด์: ถ้ามาสคอตที่ออกแบบมาไม่สอดคล้องกับคุณค่า ภาพลักษณ์ หรือกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ก็ยากที่จะสร้างการจดจำที่ดี หรืออาจทำให้ลูกค้าสับสนได้ การที่มาสคอตไม่เข้ากับแบรนด์จะทำให้ผู้บริโภคสับสน

    • ไม่ดูตาม้าตาเรือ (เรื่องวัฒนธรรม): การออกแบบที่ไม่คำนึงถึงบริบททางวัฒนธรรมของประเทศเป้าหมาย อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด หรือถึงขั้นโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักได้เลยนะ! การละเลยเรื่องวัฒนธรรมอาจทำให้เกิดผลเสียร้ายแรงต่อแบรนด์

    • ไม่มีเอกลักษณ์: ถ้ามาสคอตของเราไปเหมือนหรือคล้ายกับแบรนด์อื่นมากเกินไป นอกจากจะจำยากแล้ว อาจมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ตามมาด้วย การขาดเอกลักษณ์จะทำให้มาสคอตไม่เป็นที่จดจำ

  • ขาด Storytelling น้องก็ไร้วิญญาณ: มาสคอตที่ดีต้องมีบุคลิก มีเรื่องราว มีเป้าหมายที่ชัดเจน เหมือนมีชีวิตจริงๆ ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้ไป น้องก็จะเป็นแค่ภาพประกอบน่ารักๆ ที่ไม่มีอะไรน่าจดจำ การที่มาสคอตไม่มีเรื่องราวจะทำให้มาสคอตไม่น่าสนใจ

  • ไม่ปรับตัวตามยุคสมัย น้องก็เฉาได้: คาแรคเตอร์มาสคอตที่ไม่ได้มีการปรับปรุงหรือพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย อาจดูเชย ไม่น่าสนใจสำหรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ แต่ข้อดีคือน้องสามารถปรับเปลี่ยนธีมตามเทศกาลได้ง่าย ทำให้ดูสดใหม่อยู่เสมอ! การไม่ปรับตัวตามยุคสมัยจะทำให้มาสคอตไม่น่าสนใจ

  • ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม: นอกจากนี้ ยังมีข้อควรพิจารณาอื่น ๆ ที่สำคัญ

    • ลงทุนระยะยาว: การสร้างมาสคอตเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องในการเล่าเรื่องราว การสร้างมาสคอตต้องใช้เวลาและความอดทน

    • ค่าใช้จ่าย: การออกแบบ การผลิตชุด หรือการทำตลาดอาจมีค่าใช้จ่ายสูง การสร้างมาสคอตต้องใช้งบประมาณ

    • ไม่เหมาะกับทุกแบรนด์: บางแบรนด์ที่เน้นภาพลักษณ์หรูหรา อาจไม่เหมาะกับการใช้มาสคอตเป็นตัวหลัก การใช้มาสคอตต้องพิจารณาความเหมาะสมกับแบรนด์


5. มองไปข้างหน้า: อนาคตของมาสคอต จะว้าวแค่ไหนในโลกดิจิทัล? (Future Developments)

บทบาทของมาสคอตในอนาคตจะก้าวล้ำไปกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ! ไม่ใช่แค่ตัวการ์ตูนน่ารักๆ อีกต่อไป แต่จะผสมผสานกับเทคโนโลยี และมีบทบาทในโลกดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ อนาคตของมาสคอตจะน่าสนใจมากขึ้น

  • ผสานโลกจริงกับโลกเสมือน (AR/VR): น้องมาสคอตจะปรากฏตัวในรูปแบบ AR/VR สร้างประสบการณ์ที่สมจริงและน่าตื่นเต้น ให้เราโต้ตอบกับน้องได้เหมือนอยู่ตรงหน้าเลย! การใช้ AR/VR จะทำให้มาสคอตมีชีวิตชีวามากขึ้น

  • น้องมาสคอต AI (Mascot AI): แบรนด์อาจจะสร้างตัวละคร AI ขึ้นมาเป็นมาสคอต ที่สามารถโต้ตอบกับลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแชทบอท หรือผู้ช่วยเสียง! การใช้ AI จะทำให้มาสคอตสามารถโต้ตอบกับลูกค้าได้มากขึ้น

  • เป็น Trendsetter & Virtual Influencer: มาสคอตในอนาคตจะมีชีวิตเป็นของตัวเอง มี Social Media Account มีเรื่องราวในชีวิตประจำวัน โต้ตอบกับแฟนคลับ กลายเป็นผู้นำเทรนด์ ที่สร้างกระแสได้ไม่แพ้อินฟลูเอนเซอร์คนจริงๆ เลยล่ะ! การที่มาสคอตเป็นอินฟลูเอนเซอร์จะทำให้มาสคอตมีอิทธิพลมากขึ้น

  • นักเล่าเรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น: มาสคอตจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการเล่าเรื่องราวของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความผูกพันที่ยั่งยืนและกินใจ การเล่าเรื่องราวจะทำให้มาสคอตน่าสนใจมากขึ้น

  • Digital-first: น้องๆ จะถูกออกแบบมาให้ปรับเปลี่ยนและปรากฏตัวบนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างคล่องตัว ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Instagram หรือ X การที่มาสคอตอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลจะทำให้มาสคอตเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

  • ให้แฟนๆ มีส่วนร่วม: แบรนด์อาจจะเปิดโอกาสให้แฟนๆ มีส่วนร่วมในการออกแบบ หรือกำหนดทิศทางของมาสคอต ซึ่งจะช่วยสร้างความภักดีและความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน การให้แฟน ๆ มีส่วนร่วมจะทำให้มาสคอตเป็นที่รักมากขึ้น

  • นำมาสคอตคลาสสิกมาปัดฝุ่น: แบรนด์เก่าๆ อาจจะนำมาสคอตในตำนานกลับมาปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัย เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และใช้พลังของ "ความคิดถึง" (Nostalgia) ไปพร้อมๆ กัน การนำมาสคอตคลาสสิกกลับมาจะทำให้มาสคอตน่าสนใจมากขึ้น

  • สื่อสารค่านิยมทางสังคม: มาสคอตสามารถใช้เป็นกระบอกเสียงในการสื่อสารแคมเปญดีๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือสะท้อนค่านิยมทางสังคมอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่มาสคอตสื่อสารค่านิยมทางสังคมจะทำให้มาสคอตมีความหมายมากขึ้น

สรุป:

จะเห็นได้ว่า "มาสคอตแบรนด์" เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ "ฆ่าไม่ตาย" จริงๆ ค่ะ! น้องๆ ไม่ได้เป็นแค่ตัวการ์ตูนธรรมดาๆ แต่เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างการจดจำ สร้างความผูกพันทางอารมณ์ และทำให้แบรนด์ของเราโดดเด่นไม่เหมือนใครในตลาดที่แข่งขันสูง

ถ้าคุณก็อยากมี "น้องมาสคอต" คู่ใจ ที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณเป็นที่จดจำและรักใคร่ของลูกค้าแบบสุดๆ อย่ารอช้านะคะ! มาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อปั้นมาสคอตของคุณให้ปังได้เลยที่นี่!บริการออกแบบมาสคอตองค์กร แบรนด์ งานอีเว้นท์ ออกแบบตัวการ์ตูนมืออาชีพ!


เขียนโดย ทีมงาน ChatStick


ความคิดเห็น


CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม2_2.png
CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม3.png
Recent Posts
c24f0332fa3b87f8a304140403b893510_64100212_210625.jpg
244712625_300456528129611_2152723951836713111_n.jpg
5.png
4.png
Button Event สติกเกอร์.png
2.png
Button ChatStick Market.png
bottom of page