top of page

คิดภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร เมื่อค้าขายของส่งออก


  คิดภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร เมื่อค้าขายของส่งออก  👉🏻ทำไมต้องเสียภาษีเวลาขายของส่งออก การขายส่งออกในทางภาษีอากรนั้นเข้าข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนกับการขายของในประเทศ นอกจากนี้ผู้ประกอบการส่งออกรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่ากับสรรพากรภายใน 30 วัน โดยใช้อัตรา 0 % ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร  👉🏻แล้วคิดภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร จะเห็นว่าการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจะใช้อัตรา  0 % ซึ่งก็เท่ากับว่าไม่เสียภาษี แต่ไม่ใช่ทุกกรณี ในกรณีที่จะคิด 0 % คือกรณีที่กิจการดำเนินการส่งออกโดยผ่านพิธีการกรมศุลกากรหรือรายงานต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนการส่งออกโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรจะต้องเสียในอัตรา 7%  👉🏻แล้วผู้ประกอบการส่งออกที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องทำอะไรบ้าง ผู้ประกอบการส่งออกที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นมีหน้าที่เหมือนกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วไป โดยมีหน้าที่ดังนี้ - ออกใบกำกับภาษี ให้ออกตอนเกิดความรับผิด (Tax Point) การส่งออกความรับผิดจะเกิดขึ้นเมื่อมีการจ่ายอากรขาออก มีการวางหลักประกัน และมีผู้ค้ำประกัน  - ทำรายงานภาษีซื้อ/ขาย และรายงานสินค้าตามกฎหมายกำหนด - ยื่นแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป  ในกรณีที่ต้องการยื่นขอคืนภาษี ผู้ประกอบต้องใช้หลักฐานเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ - ใบแจ้งหนี้ค่าสินค้า (Invoice) คือ ใบที่แสดงชื่อสินค้า จำนวน มูลค่าของสินค้า เป็นต้น - Packing List คือ เอกสารที่ผู้ส่งออกทำเพื่อแสดงรายละเอียดบรรจุหีบห่อ รวมไปถึง      น้ำหนัก ปริมาณของสินค้า - หลักฐานการชำระค่าสินค้าในใบแจ้งหนี้ เช่น หลักฐานการเปิด L/C(Letter of Credit) เป็นต้น กรณีที่ไม่สามาถแสดงหลักฐานเหล่านี้ก็ให้ใช้บันทึกรายการส่งออกในรายงานภาษีขาย รายงานสินค้า บัญชีเงินสดรับ หรือบัญชีขายแทน -  สำเนาใบขนส่งสินค้าในนามผู้ประกอบการที่ผ่านพิธีศุลกากรฉบับที่แสดงการตรวจปล่อยสินค้า  👉🏻แล้วถ้าไม่ปฏิบัติตามจะมีบทลงโทษอะไรบ้าง - ถ้าไม่ทำใบกำกับภาษีหรือทำแต่ไม่ส่งให้ผู้ซื้อ จะมีความผิดโดยปรับไม่เกิน 5000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังต้องเสียเบี้ยปรับเป็นสองเท่าของภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษี - ถ้าไม่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีจะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท  ----------------------------------------------------------------------------------- สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด  | รับสร้างแบรนด์  | รับทำการตลาดออนไลน์  | รับทำแผนการตลาดออนไลน์  | รับสร้างแบรนด์  | รับดูแล Facebook แฟนเพจ  | รับดูแล LINE OA    สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง   รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์ >> https://www.chatstickmarket.com/langran  ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้ >> https://www.chatstickmarket.com/portfolio  ------------------------------------------------------------------------------------  💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙 📱Tel : 0840104252 📱0947805680 สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์) 📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH  ┏━━━━━━━━━┓ 📲 LINE: @chatstick ┗━━━━━━━━━┛ หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM  🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran  🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

คิดภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร เมื่อค้าขายของส่งออก


👉🏻ทำไมต้องเสียภาษีเวลาขายของส่งออก

การขายส่งออกในทางภาษีอากรนั้นเข้าข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนกับการขายของในประเทศ นอกจากนี้ผู้ประกอบการส่งออกรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่ากับสรรพากรภายใน 30 วัน โดยใช้อัตรา 0 % ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร


👉🏻แล้วคิดภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร

จะเห็นว่าการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจะใช้อัตรา 0 % ซึ่งก็เท่ากับว่าไม่เสียภาษี แต่ไม่ใช่ทุกกรณี ในกรณีที่จะคิด 0 % คือกรณีที่กิจการดำเนินการส่งออกโดยผ่านพิธีการกรมศุลกากรหรือรายงานต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนการส่งออกโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรจะต้องเสียในอัตรา 7%


👉🏻แล้วผู้ประกอบการส่งออกที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องทำอะไรบ้าง

ผู้ประกอบการส่งออกที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นมีหน้าที่เหมือนกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วไป โดยมีหน้าที่ดังนี้

- ออกใบกำกับภาษี ให้ออกตอนเกิดความรับผิด (Tax Point) การส่งออกความรับผิดจะเกิดขึ้นเมื่อมีการจ่ายอากรขาออก มีการวางหลักประกัน และมีผู้ค้ำประกัน

- ทำรายงานภาษีซื้อ/ขาย และรายงานสินค้าตามกฎหมายกำหนด

- ยื่นแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป


ในกรณีที่ต้องการยื่นขอคืนภาษี ผู้ประกอบต้องใช้หลักฐานเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

- ใบแจ้งหนี้ค่าสินค้า (Invoice) คือ ใบที่แสดงชื่อสินค้า จำนวน มูลค่าของสินค้า เป็นต้น

- Packing List คือ เอกสารที่ผู้ส่งออกทำเพื่อแสดงรายละเอียดบรรจุหีบห่อ รวมไปถึง น้ำหนัก ปริมาณของสินค้า

- หลักฐานการชำระค่าสินค้าในใบแจ้งหนี้ เช่น หลักฐานการเปิด L/C(Letter of Credit) เป็นต้น กรณีที่ไม่สามาถแสดงหลักฐานเหล่านี้ก็ให้ใช้บันทึกรายการส่งออกในรายงานภาษีขาย รายงานสินค้า บัญชีเงินสดรับ หรือบัญชีขายแทน

- สำเนาใบขนส่งสินค้าในนามผู้ประกอบการที่ผ่านพิธีศุลกากรฉบับที่แสดงการตรวจปล่อยสินค้า


👉🏻แล้วถ้าไม่ปฏิบัติตามจะมีบทลงโทษอะไรบ้าง

- ถ้าไม่ทำใบกำกับภาษีหรือทำแต่ไม่ส่งให้ผู้ซื้อ จะมีความผิดโดยปรับไม่เกิน 5000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังต้องเสียเบี้ยปรับเป็นสองเท่าของภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษี

- ถ้าไม่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีจะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท


-----------------------------------------------------------------------------------

สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด | รับสร้างแบรนด์ | รับทำการตลาดออนไลน์ | รับทำแผนการตลาดออนไลน์ | รับสร้างแบรนด์ | รับดูแล Facebook แฟนเพจ | รับดูแล LINE OA สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์

ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้

------------------------------------------------------------------------------------


💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙

📱Tel : 0840104252 📱0947805680

สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์)

┏━━━━━━━━━┓

📲 LINE: @chatstick

┗━━━━━━━━━┛

หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM

🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran

🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

แท็ก:

ดู 4 ครั้ง

Comments


CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม2_2.png
CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม3.png
Recent Posts