top of page

HOW TO ถ่ายภาพอาหารให้ดูดีมีสไตล์✨


  HOW TO ถ่ายภาพอาหารให้ดูดีมีสไตล์✨  พอได้ภาพมาแล้ว อาหารที่ตอนกินก็แสนอร่อยกลับดูไม่น่ากินซะงั้น แถมพอแชร์รูปไปปั๊บ เพื่อนดันมาทักว่ากินเข้าไปได้ยังไงอีก แหม ขนาดเราลงทุนซื้อกล้องดีๆ มาก็แล้วดันว่าเราซะได้ ครั้งก่อนเราได้เสนอเกี่ยวกับวิธีถ่ายอาหารให้ดูดีกันไปแล้ว วันนี้เรามาเสริม Skill การถ่ายภาพให้เพื่อนสาวอิจฉากับมื้ออร่อยของเรา ด้วยไอเดียการ ถ่ายภาพอาหาร 16 ข้อ ให้ทุกคนลองเอาไปใช้กันค่ะ  1. ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติ ปกติแล้ว Food Blogger ทั้งหลายมักถ่ายรูปอาหารด้วยแสงธรรมชาติอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งช่างภาพมืออาชีพก็ต้องเรียนรู้วิธีถ่ายภาพอาหารให้ออกมาเพอร์เฟกต์ด้วยแสงธรรมชาติเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากแสงที่มีอยู่เพื่อรังสรรค์ให้ภาพอาหารและเครื่องดื่มออกมาสวยงามน่าทาน และแสงธรรมชาติที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพอาหารก็คือ แสงตอนกลางวัน แล้วรู้ไหมว่าต้องนั่งที่ไหนถึงจะได้แสงธรรมชาติที่สวยที่สุด? คำตอบก็คือ ริมหน้าต่างร้านหรือประตู นั่นเอง! เพราะพื้นที่ตรงนั้นจะมีแสงผ่าน ทำให้คุณได้มุมแสงที่สวยและดูธรรมชาติที่สุด ดังนั้นเวลาจะถ่ายรูปโปรโมทเมนูร้านอาหารของคุณ อย่าลืมพื้นที่สำคัญอย่างริมหน้าต่างหรือประตูเป็นอันขาด  2. พื้นหลังสะอาดตา วิธีถ่ายรูปอาหารและเครื่องดื่มที่น่าสนใจอีกวิธีหนึ่งก็คือ การถ่ายรูปด้วยพื้นหลังที่สะอาดตา เพราะพื้นหลังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญไม่แพ้ตัววัตถุ ถ้าหากพื้นหลังรกรุงรังหรือไม่เป็นระเบียบ ก็จะทำให้รูปดูไม่น่าสนใจ เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้รูปอาหารเครื่องดื่มของร้านคุณออกมาเก๋และดูมีศิลปะ ก็ต้องเลือกใช้พื้นหลังสะอาดตา แต่จงจำไว้ว่า พื้นหลังสะอาดตานั้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นพื้นหลังเปลือยเปล่าหรือไร้ซึ่งองค์ประกอบเท่านั้น เพราะคุณสามารถเลือกใช้พร็อบในการถ่ายรูป เพื่อจัดองค์ประกอบภาพอาหารดูดีและสมบูรณ์ขึ้นได้ เช่น ถ้าถ่ายรูปเค้กสตรอเบอร์รี่ ก็สามารถใช้เค้กแบบเดียวกันหรือสีเดียวกันมาเป็นองค์ประกอบพื้นหลังได้ แต่อย่าลืมเบลอพื้นหลังด้วยนะคะ ภาพเค้กที่คุณต้องการเน้นจะได้ดูน่ากินมากขึ้น    3. เล่นสี ไม่ว่าคุณจะถ่ายรูปอาหารลงไอจี, เฟสบุ๊ค, ไลน์ หรือว่าเว็บไซต์ การจัดสีของภาพหรือว่าการแต่งจานจะดึงดูดลูกค้าได้ดีที่สุด แล้วสีแต่ละสีก็จะก่อให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นในฐานะเจ้าของร้าน คุณจะต้องเข้าใจวิธีการใช้สีของรูปอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสื่อสารถึงเรื่องราวของแต่ละเมนู ให้ลูกค้าที่เห็นรูปอาหารรู้สึกอยากกินและมาที่ร้านทันที การจัดองค์ประกอบภาพอาหารด้วยสีโทนร้อนและเย็นจะช่วยให้ภาพออกมาสวยน่ากินเป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นสีส้มกับน้ำเงินหรือฟ้าแล้ว ยิ่งเข้ากันสุด ๆ โดยคุณสามารถใช้เทคนิคนี้กับภาพของหวานอย่างเบเกอรี่ เค้ก หรือว่าพาย และรูปอาหารแนวสดใสโปร่งสบายกับแนวเข้มโทนอุ่น ก็เป็นอีก 2 เทคนิคถ่ายรูปอาหารและเครื่องดื่มง่าย ๆ ที่สามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้สีแนวคอนทราสต์ก็ทำให้อาหารดูน่ากินเช่นกัน ลองดูว่าเทคนิคไหนเหมาะกับทักษะการถ่ายภาพคุณและโทนสีไหนเหมาะกับเมนูที่คุณอยากนำเสนอมากที่สุด  4. หามุมที่เป๊ะที่สุด ลองเลือกเมนูอาหารซิกเนเจอร์หรือเครื่องดื่มที่คุณต้องการโปรโมทมาสักเมนู และดูว่าจุดเด่นของเมนูนั้นคืออะไร จากนั้นก็ลองหมุนหามุมที่ดีที่สุดของเมนูนั้น ๆ ซึ่งมุมที่เราแนะนำก็คือ มุม 30 องศา ตามหลักทั่วไปให้ภาพสวยงามน่าทาน ใครเห็นแล้วจะต้องร้องว้าว มุมสูง 90 องศา มุมนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน เป็นการนำเสนอรูปถ่ายอาหารในมุมที่แปลกใหม่และเน้นให้เห็นองค์ประกอบของภาพทั้งหมด มุม Close-up แบบใกล้ชิด ถ่ายให้เห็นอาหารและเครื่องดื่มแบบใกล้ชิด ยั่ว ๆ ไปเลย! รับรองว่าไม่ว่าใครได้เห็น จะต้องอยากลองมาทานเมนูซิกเนเจอร์และเครื่องดื่มตัวเด็ดที่ร้านของคุณแน่นอน!  5. จัดวางและตกแต่ง มาถึงขั้นตอนการตกแต่งกันบ้าง ซึ่งก็อย่างที่บอกไปแล้วนั่นแหละว่าการจัดวางและตกแต่งอาหารนั้นสำคัญมาก ๆ ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นลูกค้าที่เห็นขนมปังฮันนี่โทสต์จากคาเฟ่แห่งหนึ่ง แต่ไม่มีการตกแต่งใด ๆ มีแค่ขนมปังก้อนโตกับน้ำผึ้งมาให้ในจาน คุณจะอยากไปที่ร้านหรือเปล่า? ดังนั้นอย่าลืมใส่ใจในการจัดวางอาหารและตกแต่งจานด้วย นอกจากการตกแต่งอาหารแล้ว คุณจะต้องเรียนรู้วิธีตกแต่งพื้นหลังหรือฉากของรูปอาหารและเครื่องดื่มให้ดูน่าสนใจด้วย และเครื่องเคียงต่าง ๆ นั้นก็สามารถใช้เป็นส่วนประกอบของภาพได้เป็นอย่างดี เช่น ถ้าคุณต้องการโปรโมทเมนูอาหารเช้าอย่าง Acai Bowl ก็ลองตกแต่งพื้นหลังด้วยองุ่นแห้ง, เบอร์รี่, อัลมอนด์ และช้อน ดูได้  6. เพิ่มคนเข้าไป เคยสังเกตไหมคะว่ามีร้านอาหารหลายร้านที่มีการเพิ่มแอ็คชั่นและคนเป็นส่วนประกอบของรูป? แล้วทำไมร้านเหล่านั้นถึงต้องถ่ายรูปแนวนี้ละ? นั่นก็เพราะว่าการเพิ่มคนเข้าไปในภาพนั้นจะสร้างสีสัน เพิ่มเรื่องราว และเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับภาพได้ อาจจะเป็นภาพคนกำลังตักอาหาร พนักงานกำลังพลังชงกาแฟ หรือเทนมข้นลงบนบิงซูก็ได้ อย่าลืมว่าคนในรูปต้องกำลังกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มอย่างมีความสุขด้วย เมื่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเห็นจะได้สัมผัสถึงความอร่อยจากอารมณ์ที่สื่อออกมาจากภาพ แล้วก็อยากมาลองกินอาหารที่ร้านของคุณ นอกจากนี้ก็สามารถ่ายรูปอาหารให้น่ากินด้วยการถ่ายใกล้ ๆ และเพิ่มแอ็คชั่นอย่างการจิ้ม, ตัด, เท, ยืด ฯลฯ เพราะแอ็คชั่นเหล่านี้จะทำให้ลูกค้าของคุณท้องร้องจนเก็บอาการไม่อยู่เลยละ  7. โฟกัสและเพิ่มความน่าสนใจให้กับอาหาร คุณอยากได้รูปอาหารน่ากินจนลูกค้าน้ำลายไหลและแทบจะเลียจอใช่ไหมล่ะ? ถ้าใช่ เวลาถ่ายก็ต้องโฟกัสที่จานอาหารหรือเครื่องดื่มและห้ามมือสั่นเป็นอันขาด! ให้ซูมใกล้ ๆ และเน้นให้เห็นรายละเอียดของเมนูชัด ๆ จากนั้นก็เบลอพื้นหลัง พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอนั่นแหละ และถ้าอยากได้ภาพนิ่งที่มีความคมชัดสูง ก็ลองใช้ขาตั้งกล้องเป็นตัวช่วยดู ยิ่งถ้าคุณหรือพนักงานในร้านเป็นมือใหม่หัดถ่ายแล้ว ยิ่งต้องมีตัวช่วยนี้ แนะนำให้ยืมขาตั้งกล้องจากเพื่อนหรือคนรู้จักมาลองใช้ดูก่อน ถ้าคุณคิดว่าเข้าท่าและควรมีไว้เพื่อถ่ายภาพโปรโมทร้านอาหาร ก็ค่อยซื้อมาไว้สักอัน แค่นี้รูปอาหารและเครื่องดื่มของร้านคุณก็ออกมาดูดีและน่ากินจนลูกค้าอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว!  8. ลองเปลี่ยนเลนส์ ช่างภาพส่วนใหญ่มักจะใช้เลนส์ในช่วง 70-100 mm.ในการถ่ายอาหาร แต่การทดลองเปลี่ยนเลนส์จะได้เห็นภาพที่แตกต่างออกไป เลนส์ wide จะทำให้ง่ายต่อการถ่ายภาพจากมุมบนครอบคลุมพื้นที่สิ่งที่อยู่รอบๆ ทั้งหมด แต่ต้องระวังภาพอาจบิดเบี้ยวได้เพราะเหตุจาก Distortion ที่เกิดจากความกว้างของเลนส์ Wide ในขณะที่เลนส์ 50 mm.จะไม่ทำให้ภาพบิดเบี้ยว และมีสมดุลใกล้เคียงความเป็นจริง ส่วนการใช้เลนส์ 100 mm.จะทำให้ภาพดูเข้าใกล้กับอาหารมากขึ้น  9. ลองถ่ายภาพจากมุมบน การถ่ายอาหารส่วนใหญ่ที่ถ่ายด้วยมุม 30 องศา แต่อยากให้ลองถ่ายภาพจากมุมบนดูบ้างอาจจะได้เห็นมุมมองที่แปลกใหม่ พยายามเน้นการถ่ายใกล้อาหารและให้เห็นส่วนประกอบ การถ่ายภาพแบบนี้คุณอาจจะลองยืนบนเก้าอี้ หรือจะใช้ขาตั้งกล้องที่สามารถติดกล้องที่ 90 องศาจากพื้นได้ (ในภาพติดรองเท้าของตากล้องมาด้วย แต่ก็ทำให้ภาพดูดีไปอีกแบบนะ)  10. เพิ่มบางส่วนของร่างกายเข้าไปในภาพ อุตส่าห์มานั่งกินอาหารอร่อยๆ ทั้งที เราก็อยากให้เห็นตัวเราอยู่ในภาพบ้างนิดๆ ใช่มั้ยล่ะ การเพิ่มบางส่วนของร่างกายเข้าไปในภาพ จะทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เช่น การใช้มือจับอาหาร หรือเป็นริมฝีปากที่กำลังดื่มเครื่องดื่ม ถ้าเป็นการถ่ายภาพด้วยตัวเองในส่วนนี้การใช้ขาตั้งกล้องจะช่วยให้คุณง่ายขึ้นนะ ในเวลาแบบนี้ Manfrotto Pixi Evo จะช่วยคุณได้ไม่น้อยเลยล่ะ  11. ลองเปลี่ยนเป็นสไตล์ที่ตรงข้าม คุณอาจจะชอบสไตล์สีที่ค่อนข้างขรึม ลองเปลี่ยนแนวมาเป็นฉากที่สดใสดูบ้าง จากภาพกาแฟที่ดูเข้มๆ จะกลายเป็นกาแฟที่เหมาะกับการดื่มช่วงพักผ่อนยามบ่าย หรือช่วยให้ช็อคโกแลตที่ดูหวานแบบเด็กๆ กลายเป็นดูขมนิดๆ ในสไตล์ผู้ใหญ่ หรือถ้าชอบถ่ายกับฉากที่ดูแน่นๆ ส่วนประกอบเยอะ อาจจะลองเปลี่ยนเป็นฉากที่เรียบง่ายแบบมินิมอลเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับสิ่งที่เรากำลังถ่ายในภาพดู อ้อ จะลองหาไอเดียใหม่ๆ จาก pinterest ก็เป็นวิธีที่ดีเหมือนกันนะ   12. ใช้รูรับแสงกว้าง ชัดทั้งภาพอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้ความเด่นของอาหารที่เรากำลังถ่ายอยู่เสียไป ลองใช้ขนาดรูรับแสงที่กว้างขึ้น จะทำให้ภาพดูนุ่มนวลขึ้น ฉากจะหลังเบลอ จุดที่โฟกัสดูเด่นขึ้น แต่อย่าใช้รูรับแสงที่กว้างที่สุดของเลนส์เชียวนะ เพราะจะทำให้ภาพเสียความคมชัด พยายามใช้รูรับแสงที่กว้างที่สุดในขณะที่ยังรักษาความคมชัดของภาพไว้ได้  13. ลองเพิ่มองค์ประกอบที่แตกต่างเข้าไป คุณอาจจะเบื่อกับการถ่ายภาพอาหารแบบที่ใส่ในจานหรือถ้วยแบบเดิมๆ ลองวางวัตถุที่แปลกตาไว้ข้างๆ จาน เช่น แผ่นไม้ ขวดโหล หรือเปลือกถั่วสวยๆ บางครั้งของที่ดูไม่เข้ากันจะช่วยสร้างบรรยากาศใหม่ๆ และทำให้ภาพดูสวยแปลกตาขึ้นได้  14. เพิ่มส่วนผสมของอาหาร ถ้าคุณเป็นคนชอบทำอาหารกินเองที่บ้าน ลองแบ่งส่วนผสมเป็นส่วนๆ และถ่ายรูปพร้อมกับส่วนที่ทำสำเร็จแล้ว หรืออาจจะลองจัดภาพแบบภาพด้านล่างนี้ ก็จะทำให้ภาพดูสนุกสนานมากขึ้น ช่วยให้จินตนาการขั้นตอนการทำอาหารได้ตั้งแต่แรกจนจบในภาพเดียว  15. ลดแสงสว่างของภาพลง การลดความสว่างของภาพจะทำให้ภาพออกมาดูลึกลับ และดูน่าดึงดูดมากขึ้น แต่อย่าลดความสว่างลงมาก เพราะจะทำให้ทุกอย่างดูกลืนไม่เห็นรายละเอียดของสิ่งที่เรากำลังถ่าย ถ้าจะให้ดีคุณจะต้องสร้างภาพสะท้อนบนจาน หรือเพิ่มองค์ประกอบในฉากที่สามารถสะท้อนแสงได้ วิธีการนี้สามารถจะทำในขั้นตอนการ Process ได้โดยการลดแสงในส่วนเงาลง ปรับในส่วน Hilight ให้สว่าง  16. ถ่ายเฉพาะบางส่วน เคยได้ยินกันมั้ยคะ รูปปั้นเทพีวีนัสนั้นที่เค้าว่างามที่สุดในโลกก็เพราะว่าไม่มีแขน? เพราะว่าทุกคนจะสามารถเติมเต็มแขนของวีนัสได้ตามแต่ที่ทุกคนต้องการในจินตนาการของตัวเอง เรามาลองตัดภาพเพื่อให้มองเห็นได้เพียงครึ่งเดียวหรือเพียงแค่ส่วนหนึ่งของจานเท่านั้น วิธีการนี้จะทำให้ผู้ชมได้จินตนาการถึงส่วนที่ขาดหายไปของภาพ ทำให้ภาพดูน่าสงสัยและกลายเป็นความน่าสนใจขึ้นไปอีก งี้แหละ ใครบอกว่าความสมบูรณ์แบบนั้นดีเสมอกันล่ะ? มีช่องว่างให้เติมเองบ้างจึงเรียกว่าสมบูรณ์ต่างหาก  ----------------------------------------------------------------------------------- สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด  | รับสร้างแบรนด์  | รับทำการตลาดออนไลน์  | รับทำแผนการตลาดออนไลน์  | รับสร้างแบรนด์  | รับดูแล Facebook แฟนเพจ  | รับดูแล LINE OA    สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง   รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์ >> https://www.chatstickmarket.com/langran  ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้ >> https://www.chatstickmarket.com/portfolio  ------------------------------------------------------------------------------------  💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙 📱Tel : 0840104252 📱0947805680 สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์) 📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH  ┏━━━━━━━━━┓ 📲 LINE: @chatstick ┗━━━━━━━━━┛ หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM  🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran  🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

HOW TO ถ่ายภาพอาหารให้ดูดีมีสไตล์✨


พอได้ภาพมาแล้ว อาหารที่ตอนกินก็แสนอร่อยกลับดูไม่น่ากินซะงั้น แถมพอแชร์รูปไปปั๊บ เพื่อนดันมาทักว่ากินเข้าไปได้ยังไงอีก แหม ขนาดเราลงทุนซื้อกล้องดีๆ มาก็แล้วดันว่าเราซะได้ ครั้งก่อนเราได้เสนอเกี่ยวกับวิธีถ่ายอาหารให้ดูดีกันไปแล้ว วันนี้เรามาเสริม Skill การถ่ายภาพให้เพื่อนสาวอิจฉากับมื้ออร่อยของเรา ด้วยไอเดียการ ถ่ายภาพอาหาร 16 ข้อ ให้ทุกคนลองเอาไปใช้กันค่ะ


1. ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติ

ปกติแล้ว Food Blogger ทั้งหลายมักถ่ายรูปอาหารด้วยแสงธรรมชาติอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งช่างภาพมืออาชีพก็ต้องเรียนรู้วิธีถ่ายภาพอาหารให้ออกมาเพอร์เฟกต์ด้วยแสงธรรมชาติเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากแสงที่มีอยู่เพื่อรังสรรค์ให้ภาพอาหารและเครื่องดื่มออกมาสวยงามน่าทาน และแสงธรรมชาติที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพอาหารก็คือ แสงตอนกลางวัน

แล้วรู้ไหมว่าต้องนั่งที่ไหนถึงจะได้แสงธรรมชาติที่สวยที่สุด? คำตอบก็คือ ริมหน้าต่างร้านหรือประตู นั่นเอง! เพราะพื้นที่ตรงนั้นจะมีแสงผ่าน ทำให้คุณได้มุมแสงที่สวยและดูธรรมชาติที่สุด ดังนั้นเวลาจะถ่ายรูปโปรโมทเมนูร้านอาหารของคุณ อย่าลืมพื้นที่สำคัญอย่างริมหน้าต่างหรือประตูเป็นอันขาด


2. พื้นหลังสะอาดตา

วิธีถ่ายรูปอาหารและเครื่องดื่มที่น่าสนใจอีกวิธีหนึ่งก็คือ การถ่ายรูปด้วยพื้นหลังที่สะอาดตา เพราะพื้นหลังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญไม่แพ้ตัววัตถุ ถ้าหากพื้นหลังรกรุงรังหรือไม่เป็นระเบียบ ก็จะทำให้รูปดูไม่น่าสนใจ

เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้รูปอาหารเครื่องดื่มของร้านคุณออกมาเก๋และดูมีศิลปะ ก็ต้องเลือกใช้พื้นหลังสะอาดตา

แต่จงจำไว้ว่า พื้นหลังสะอาดตานั้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นพื้นหลังเปลือยเปล่าหรือไร้ซึ่งองค์ประกอบเท่านั้น เพราะคุณสามารถเลือกใช้พร็อบในการถ่ายรูป เพื่อจัดองค์ประกอบภาพอาหารดูดีและสมบูรณ์ขึ้นได้ เช่น ถ้าถ่ายรูปเค้กสตรอเบอร์รี่ ก็สามารถใช้เค้กแบบเดียวกันหรือสีเดียวกันมาเป็นองค์ประกอบพื้นหลังได้ แต่อย่าลืมเบลอพื้นหลังด้วยนะคะ ภาพเค้กที่คุณต้องการเน้นจะได้ดูน่ากินมากขึ้น

3. เล่นสี

ไม่ว่าคุณจะถ่ายรูปอาหารลงไอจี, เฟสบุ๊ค, ไลน์ หรือว่าเว็บไซต์ การจัดสีของภาพหรือว่าการแต่งจานจะดึงดูดลูกค้าได้ดีที่สุด แล้วสีแต่ละสีก็จะก่อให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นในฐานะเจ้าของร้าน คุณจะต้องเข้าใจวิธีการใช้สีของรูปอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสื่อสารถึงเรื่องราวของแต่ละเมนู ให้ลูกค้าที่เห็นรูปอาหารรู้สึกอยากกินและมาที่ร้านทันที

การจัดองค์ประกอบภาพอาหารด้วยสีโทนร้อนและเย็นจะช่วยให้ภาพออกมาสวยน่ากินเป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นสีส้มกับน้ำเงินหรือฟ้าแล้ว ยิ่งเข้ากันสุด ๆ โดยคุณสามารถใช้เทคนิคนี้กับภาพของหวานอย่างเบเกอรี่ เค้ก หรือว่าพาย

และรูปอาหารแนวสดใสโปร่งสบายกับแนวเข้มโทนอุ่น ก็เป็นอีก 2 เทคนิคถ่ายรูปอาหารและเครื่องดื่มง่าย ๆ ที่สามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้สีแนวคอนทราสต์ก็ทำให้อาหารดูน่ากินเช่นกัน ลองดูว่าเทคนิคไหนเหมาะกับทักษะการถ่ายภาพคุณและโทนสีไหนเหมาะกับเมนูที่คุณอยากนำเสนอมากที่สุด


4. หามุมที่เป๊ะที่สุด

ลองเลือกเมนูอาหารซิกเนเจอร์หรือเครื่องดื่มที่คุณต้องการโปรโมทมาสักเมนู และดูว่าจุดเด่นของเมนูนั้นคืออะไร จากนั้นก็ลองหมุนหามุมที่ดีที่สุดของเมนูนั้น ๆ ซึ่งมุมที่เราแนะนำก็คือ

มุม 30 องศา ตามหลักทั่วไปให้ภาพสวยงามน่าทาน ใครเห็นแล้วจะต้องร้องว้าว

มุมสูง 90 องศา มุมนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน เป็นการนำเสนอรูปถ่ายอาหารในมุมที่แปลกใหม่และเน้นให้เห็นองค์ประกอบของภาพทั้งหมด

มุม Close-up แบบใกล้ชิด ถ่ายให้เห็นอาหารและเครื่องดื่มแบบใกล้ชิด ยั่ว ๆ ไปเลย!

รับรองว่าไม่ว่าใครได้เห็น จะต้องอยากลองมาทานเมนูซิกเนเจอร์และเครื่องดื่มตัวเด็ดที่ร้านของคุณแน่นอน!


5. จัดวางและตกแต่ง

มาถึงขั้นตอนการตกแต่งกันบ้าง ซึ่งก็อย่างที่บอกไปแล้วนั่นแหละว่าการจัดวางและตกแต่งอาหารนั้นสำคัญมาก ๆ

ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นลูกค้าที่เห็นขนมปังฮันนี่โทสต์จากคาเฟ่แห่งหนึ่ง แต่ไม่มีการตกแต่งใด ๆ มีแค่ขนมปังก้อนโตกับน้ำผึ้งมาให้ในจาน คุณจะอยากไปที่ร้านหรือเปล่า? ดังนั้นอย่าลืมใส่ใจในการจัดวางอาหารและตกแต่งจานด้วย

นอกจากการตกแต่งอาหารแล้ว คุณจะต้องเรียนรู้วิธีตกแต่งพื้นหลังหรือฉากของรูปอาหารและเครื่องดื่มให้ดูน่าสนใจด้วย และเครื่องเคียงต่าง ๆ นั้นก็สามารถใช้เป็นส่วนประกอบของภาพได้เป็นอย่างดี เช่น ถ้าคุณต้องการโปรโมทเมนูอาหารเช้าอย่าง Acai Bowl ก็ลองตกแต่งพื้นหลังด้วยองุ่นแห้ง, เบอร์รี่, อัลมอนด์ และช้อน ดูได้


6. เพิ่มคนเข้าไป

เคยสังเกตไหมคะว่ามีร้านอาหารหลายร้านที่มีการเพิ่มแอ็คชั่นและคนเป็นส่วนประกอบของรูป? แล้วทำไมร้านเหล่านั้นถึงต้องถ่ายรูปแนวนี้ละ?

นั่นก็เพราะว่าการเพิ่มคนเข้าไปในภาพนั้นจะสร้างสีสัน เพิ่มเรื่องราว และเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับภาพได้ อาจจะเป็นภาพคนกำลังตักอาหาร พนักงานกำลังพลังชงกาแฟ หรือเทนมข้นลงบนบิงซูก็ได้

อย่าลืมว่าคนในรูปต้องกำลังกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มอย่างมีความสุขด้วย เมื่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเห็นจะได้สัมผัสถึงความอร่อยจากอารมณ์ที่สื่อออกมาจากภาพ แล้วก็อยากมาลองกินอาหารที่ร้านของคุณ

นอกจากนี้ก็สามารถ่ายรูปอาหารให้น่ากินด้วยการถ่ายใกล้ ๆ และเพิ่มแอ็คชั่นอย่างการจิ้ม, ตัด, เท, ยืด ฯลฯ เพราะแอ็คชั่นเหล่านี้จะทำให้ลูกค้าของคุณท้องร้องจนเก็บอาการไม่อยู่เลยละ


7. โฟกัสและเพิ่มความน่าสนใจให้กับอาหาร

คุณอยากได้รูปอาหารน่ากินจนลูกค้าน้ำลายไหลและแทบจะเลียจอใช่ไหมล่ะ? ถ้าใช่ เวลาถ่ายก็ต้องโฟกัสที่จานอาหารหรือเครื่องดื่มและห้ามมือสั่นเป็นอันขาด! ให้ซูมใกล้ ๆ และเน้นให้เห็นรายละเอียดของเมนูชัด ๆ จากนั้นก็เบลอพื้นหลัง พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอนั่นแหละ

และถ้าอยากได้ภาพนิ่งที่มีความคมชัดสูง ก็ลองใช้ขาตั้งกล้องเป็นตัวช่วยดู ยิ่งถ้าคุณหรือพนักงานในร้านเป็นมือใหม่หัดถ่ายแล้ว ยิ่งต้องมีตัวช่วยนี้ แนะนำให้ยืมขาตั้งกล้องจากเพื่อนหรือคนรู้จักมาลองใช้ดูก่อน ถ้าคุณคิดว่าเข้าท่าและควรมีไว้เพื่อถ่ายภาพโปรโมทร้านอาหาร ก็ค่อยซื้อมาไว้สักอัน

แค่นี้รูปอาหารและเครื่องดื่มของร้านคุณก็ออกมาดูดีและน่ากินจนลูกค้าอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว!


8. ลองเปลี่ยนเลนส์

ช่างภาพส่วนใหญ่มักจะใช้เลนส์ในช่วง 70-100 mm.ในการถ่ายอาหาร แต่การทดลองเปลี่ยนเลนส์จะได้เห็นภาพที่แตกต่างออกไป เลนส์ wide จะทำให้ง่ายต่อการถ่ายภาพจากมุมบนครอบคลุมพื้นที่สิ่งที่อยู่รอบๆ ทั้งหมด แต่ต้องระวังภาพอาจบิดเบี้ยวได้เพราะเหตุจาก Distortion ที่เกิดจากความกว้างของเลนส์ Wide ในขณะที่เลนส์ 50 mm.จะไม่ทำให้ภาพบิดเบี้ยว และมีสมดุลใกล้เคียงความเป็นจริง ส่วนการใช้เลนส์ 100 mm.จะทำให้ภาพดูเข้าใกล้กับอาหารมากขึ้น


9. ลองถ่ายภาพจากมุมบน

การถ่ายอาหารส่วนใหญ่ที่ถ่ายด้วยมุม 30 องศา แต่อยากให้ลองถ่ายภาพจากมุมบนดูบ้างอาจจะได้เห็นมุมมองที่แปลกใหม่ พยายามเน้นการถ่ายใกล้อาหารและให้เห็นส่วนประกอบ การถ่ายภาพแบบนี้คุณอาจจะลองยืนบนเก้าอี้ หรือจะใช้ขาตั้งกล้องที่สามารถติดกล้องที่ 90 องศาจากพื้นได้ (ในภาพติดรองเท้าของตากล้องมาด้วย แต่ก็ทำให้ภาพดูดีไปอีกแบบนะ)


10. เพิ่มบางส่วนของร่างกายเข้าไปในภาพ

อุตส่าห์มานั่งกินอาหารอร่อยๆ ทั้งที เราก็อยากให้เห็นตัวเราอยู่ในภาพบ้างนิดๆ ใช่มั้ยล่ะ การเพิ่มบางส่วนของร่างกายเข้าไปในภาพ จะทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เช่น การใช้มือจับอาหาร หรือเป็นริมฝีปากที่กำลังดื่มเครื่องดื่ม ถ้าเป็นการถ่ายภาพด้วยตัวเองในส่วนนี้การใช้ขาตั้งกล้องจะช่วยให้คุณง่ายขึ้นนะ ในเวลาแบบนี้ Manfrotto Pixi Evo จะช่วยคุณได้ไม่น้อยเลยล่ะ


11. ลองเปลี่ยนเป็นสไตล์ที่ตรงข้าม

คุณอาจจะชอบสไตล์สีที่ค่อนข้างขรึม ลองเปลี่ยนแนวมาเป็นฉากที่สดใสดูบ้าง จากภาพกาแฟที่ดูเข้มๆ จะกลายเป็นกาแฟที่เหมาะกับการดื่มช่วงพักผ่อนยามบ่าย หรือช่วยให้ช็อคโกแลตที่ดูหวานแบบเด็กๆ กลายเป็นดูขมนิดๆ ในสไตล์ผู้ใหญ่ หรือถ้าชอบถ่ายกับฉากที่ดูแน่นๆ ส่วนประกอบเยอะ อาจจะลองเปลี่ยนเป็นฉากที่เรียบง่ายแบบมินิมอลเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับสิ่งที่เรากำลังถ่ายในภาพดู อ้อ จะลองหาไอเดียใหม่ๆ จาก pinterest ก็เป็นวิธีที่ดีเหมือนกันนะ

12. ใช้รูรับแสงกว้าง

ชัดทั้งภาพอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้ความเด่นของอาหารที่เรากำลังถ่ายอยู่เสียไป ลองใช้ขนาดรูรับแสงที่กว้างขึ้น จะทำให้ภาพดูนุ่มนวลขึ้น ฉากจะหลังเบลอ จุดที่โฟกัสดูเด่นขึ้น แต่อย่าใช้รูรับแสงที่กว้างที่สุดของเลนส์เชียวนะ เพราะจะทำให้ภาพเสียความคมชัด พยายามใช้รูรับแสงที่กว้างที่สุดในขณะที่ยังรักษาความคมชัดของภาพไว้ได้


13. ลองเพิ่มองค์ประกอบที่แตกต่างเข้าไป

คุณอาจจะเบื่อกับการถ่ายภาพอาหารแบบที่ใส่ในจานหรือถ้วยแบบเดิมๆ ลองวางวัตถุที่แปลกตาไว้ข้างๆ จาน เช่น แผ่นไม้ ขวดโหล หรือเปลือกถั่วสวยๆ บางครั้งของที่ดูไม่เข้ากันจะช่วยสร้างบรรยากาศใหม่ๆ และทำให้ภาพดูสวยแปลกตาขึ้นได้


14. เพิ่มส่วนผสมของอาหาร

ถ้าคุณเป็นคนชอบทำอาหารกินเองที่บ้าน ลองแบ่งส่วนผสมเป็นส่วนๆ และถ่ายรูปพร้อมกับส่วนที่ทำสำเร็จแล้ว หรืออาจจะลองจัดภาพแบบภาพด้านล่างนี้ ก็จะทำให้ภาพดูสนุกสนานมากขึ้น ช่วยให้จินตนาการขั้นตอนการทำอาหารได้ตั้งแต่แรกจนจบในภาพเดียว


15. ลดแสงสว่างของภาพลง

การลดความสว่างของภาพจะทำให้ภาพออกมาดูลึกลับ และดูน่าดึงดูดมากขึ้น แต่อย่าลดความสว่างลงมาก เพราะจะทำให้ทุกอย่างดูกลืนไม่เห็นรายละเอียดของสิ่งที่เรากำลังถ่าย ถ้าจะให้ดีคุณจะต้องสร้างภาพสะท้อนบนจาน หรือเพิ่มองค์ประกอบในฉากที่สามารถสะท้อนแสงได้ วิธีการนี้สามารถจะทำในขั้นตอนการ Process ได้โดยการลดแสงในส่วนเงาลง ปรับในส่วน Hilight ให้สว่าง


16. ถ่ายเฉพาะบางส่วน

เคยได้ยินกันมั้ยคะ รูปปั้นเทพีวีนัสนั้นที่เค้าว่างามที่สุดในโลกก็เพราะว่าไม่มีแขน? เพราะว่าทุกคนจะสามารถเติมเต็มแขนของวีนัสได้ตามแต่ที่ทุกคนต้องการในจินตนาการของตัวเอง เรามาลองตัดภาพเพื่อให้มองเห็นได้เพียงครึ่งเดียวหรือเพียงแค่ส่วนหนึ่งของจานเท่านั้น วิธีการนี้จะทำให้ผู้ชมได้จินตนาการถึงส่วนที่ขาดหายไปของภาพ ทำให้ภาพดูน่าสงสัยและกลายเป็นความน่าสนใจขึ้นไปอีก งี้แหละ ใครบอกว่าความสมบูรณ์แบบนั้นดีเสมอกันล่ะ? มีช่องว่างให้เติมเองบ้างจึงเรียกว่าสมบูรณ์ต่างหาก


-----------------------------------------------------------------------------------

สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด | รับสร้างแบรนด์ | รับทำการตลาดออนไลน์ | รับทำแผนการตลาดออนไลน์ | รับสร้างแบรนด์ | รับดูแล Facebook แฟนเพจ | รับดูแล LINE OA สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์

ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้

----------------------------