top of page

เทคนิคขายของใน Shopee ตั้งราคาขายยังไงไม่ให้ขาดทุน❗


เทคนิคขายของใน Shopee ตั้งราคาขายยังไงไม่ให้ขาดทุน❗  ก่อนจะพูดถึงราคาสินค้า ต้องทำความเข้าใจกับการขายสินค้าบน Shopee อยู่อย่างหนึ่ง ถึงเราจะไม่เสียค่าโฆษณาในการลงสินค้าหรือคอมมิชชั่นในการขายสินค้า แต่สิ่งที่เราต้องเสียคือส่วนลดราคาสินค้า เพื่อแลกมากับยอดผู้เข้าชมสินค้า นั่นหมายความว่า การขายสินค้าบนลาซาด้าและช้อปปี้มักจะมีส่วนลดต่างๆเข้ามา (ทั้งที่ Platform ออกให้ และร้านค้าตั้งส่วนลดเอง) นับเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องหักในต้นทุนสินค้าด้วยเช่นกัน  ปกติการตั้งราคาขายนั้นขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน โดยหลักแล้วคือการประเมินมูลค่าว่าสินค้านี้มีมูลค่ากับลูกค้าตีเป็นเงินเท่าไหร่ ซึ่งหากเป็นสินค้าที่แก้ไขปัญหาเขาได้ ราคาก็สามารถตั้งได้สูงขึ้น กำไรก็จะมากขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ การตั้งราคาต้องดูหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนสินค้า การแข่งขัน อำนาจต่อรองของร้านค้า  🔸สูตรการตั้งราคาขายในช้อปปี้ 1. ต้นทุนสินค้าชิ้นนั้น รวมต้นทุนค่าแพ็ค (บาท) 2. เปอร์เซ็นต์กำไรที่ต้องการ (เปอร์เซ็นต์) 3. เปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมช้อปปี้ที่จ่ายอยู่ (เปอร์เซ็นต์)  หมายเหตุ : เบื้องต้นทุกร้านค้าต้องเสียค่าธรรมเนียมการชำระเงินของลูกค้าที่ 2% หากพ่อค้าแม่ค้าเข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ ของช้อปปี้ให้บวกเปอร์เซ็นต์ที่จะต้องเสียเพิ่มเข้าไป  🔸ต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้นระหว่างการขาย สรุปให้ดังนี้ - ต้นทุนค่ากล่อง packaging ขั้นนี้ควรคิดไว้ตั้งแต่การเห็นสินค้าแล้ว ว่าสินค้าขนาดจริงควรใช้กล่องแบบไหน หรือใช้ซองพลาสติกแบบไหน เมื่อเราไปซื้อกล่องหรือซองพลาสติกแล้ว เราก็จะสามารถคำนวนต้นทุนต่อชิ้นได้  - ส่วนลดแคมเปญ อย่างที่ได้บอกไปข้างต้น การเข้าร่วมแคมเปญคือการลดราคาเพื่อแลกกับการมองเห็นสินค้า ในแคมเปญทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ระดับดังนี้ Level C ส่วนลด 5% Level B ส่วนลด 10% Level A ส่วนลด 15%  Level S MegaCampaign ส่วลด 20% หรือมากกว่า  SubCampaign Level S โค้ดส่วนลด 5-20% แล้วแต่กรณี สิ่งที่ซับซ้อนมากขึ้นคือ ในช่วงแคมเปญ Level S มักจะมีแคมเปญพิเศษที่บังคับให้ลดราคามากกว่า เพื่อเพิ่มการมองเห็นมากขึ้น โดยจะมีสินค้าบางตัวในร้านค้า (สินค้าที่ขายไม่ออก หรือ สินค้าที่ขายได้น้อย) ดังนั้นผู้ขายจะต้องสังเกตรา  - ส่วนลด Voucher ส่วนนี้จะเป็นโค้ดส่วนลดสินค้า ที่ทั้งลาซาด้าและช้อปปี้บังคับให้ลงควบคู่กันกับส่วนลดแคมเปญ โดยมุมมองของลูกค้าแล้ว การมีโค้ดส่วนลด ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าในการซื้อ ซึ่งโค้ดส่วนลดนั้นจะมีหลายแบบ เช่น การกดติดตามร้านค้าและรับส่วนลด การแจกส่วนลดควบคู่กับแคมเปญ การแจกโค้ดส่วนลดแบบปกติ  - ค่าจัดส่งสินค้า ในส่วนนี้ผู้ขายสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าส่งสินค้าให้กับลูกค้าหรือไม่ ซึ่งเกณฑ์ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับขนาดสินค้า น้ำหนัก และผู้ให้บริการขนส่ง หลังจากที่เราได้เห็นสินค้าจริงๆแล้ว ขั้นตอนเลือก packaging นั้นควรคำนวนถึงน้ำหนักสินค้ารวมน้ำหนักกล่อง และขนาดกล่องเข้าไปด้วย  - Payment Fee ค่าบริการทางการเงิน หมายถึง ทุกครั้งที่ลาซาด้าและช้อปปี้จะโอนเงินให้กับบัญชีธนาคารของร้านค้า จะถูกหักจากยอดโอน 2% เป็นค่าบริการโอนเงินเสมอ โดยคิดจากรายได้ที่ร้านค้าได้รับ  - Commission Fee% สำหรับร้านค้าทางการ จะมีค่าคอมมิชชั่นที่ถูกหักทุกครั้งเมื่อเกิดการซื้อขายขึ้น โดยจำนวนการหักจะขึ้นอยู่กับหมวดหมู่สินค้าของทั้งสองแพลตฟอร์ม โดยอยู่ในช่วง 5-20%  เมื่อเราได้ต้นทุนสินค้าทั้งหมดมาแล้ว ทีนี้เราก็จะประเมินได้ว่าเราควรตั้งราคาขายเท่าไหร่ ขอยกตัวอย่างสินค้าที่เคยขายจากที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ จากต้นทุน 160 บาท บรรจุภัณฑ์ B ต้นทุนกล่องละ 9 บาท ค่าส่งสินค้าจากต่างประเทศ 24 บาทต่อชิ้น น้ำหนักสินค้ารวมกล่อง ค่าส่งสินค้า 28 บาท ต้องการขาย (ประเมินคร่าวๆ) 690 บาท VAT 48.3 บาท Commission 103.5 บาท Payment Fee 2% : (690-103.5-28)*2% = 11.17 บาท  หากหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว สินค้าตัวนี้จะได้กำไร 306 บาท หากเราคิดแค่ผิวเผิน ต้นทุน 160 ขาย 690 ควรจะกำไร 530 บาท แต่ระหว่างทางนั้นมีต้นทุนแฝงเยอะมาก รวมๆแล้วต้นทุนพวกนี้ 224 บาทเลยทีเดียว ดังนั้น หากใครยังมีความเชื่อที่ว่า รับสินค้ามาแล้วบวกกำไร 2 เท่า (+100%) คงต้องไปทำการบ้านกันเพิ่มอย่าจริงจังแล้วละ  ----------------------------------------------------------------------------------- สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด  | รับสร้างแบรนด์  | รับทำการตลาดออนไลน์  | รับทำแผนการตลาดออนไลน์  | รับสร้างแบรนด์  | รับดูแล Facebook แฟนเพจ  | รับดูแล LINE OA    สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง   รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์ >> https://www.chatstickmarket.com/langran  ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้ >>https://www.chatstickmarket.com/portfolio  ------------------------------------------------------------------------------------  💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙 📱Tel : 0840104252 📱0947805680 สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์) 📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH  ┏━━━━━━━━━┓ 📲 LINE: @chatstick ┗━━━━━━━━━┛ หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM  🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran  🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

เทคนิคขายของใน Shopee ตั้งราคาขายยังไงไม่ให้ขาดทุน❗


ก่อนจะพูดถึงราคาสินค้า ต้องทำความเข้าใจกับการขายสินค้าบน Shopee อยู่อย่างหนึ่ง ถึงเราจะไม่เสียค่าโฆษณาในการลงสินค้าหรือคอมมิชชั่นในการขายสินค้า แต่สิ่งที่เราต้องเสียคือส่วนลดราคาสินค้า เพื่อแลกมากับยอดผู้เข้าชมสินค้า นั่นหมายความว่า การขายสินค้าบนลาซาด้าและช้อปปี้มักจะมีส่วนลดต่างๆเข้ามา (ทั้งที่ Platform ออกให้ และร้านค้าตั้งส่วนลดเอง) นับเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องหักในต้นทุนสินค้าด้วยเช่นกัน


ปกติการตั้งราคาขายนั้นขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน โดยหลักแล้วคือการประเมินมูลค่าว่าสินค้านี้มีมูลค่ากับลูกค้าตีเป็นเงินเท่าไหร่ ซึ่งหากเป็นสินค้าที่แก้ไขปัญหาเขาได้ ราคาก็สามารถตั้งได้สูงขึ้น กำไรก็จะมากขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ การตั้งราคาต้องดูหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนสินค้า การแข่งขัน อำนาจต่อรองของร้านค้า


🔸สูตรการตั้งราคาขายในช้อปปี้

1. ต้นทุนสินค้าชิ้นนั้น รวมต้นทุนค่าแพ็ค (บาท)

2. เปอร์เซ็นต์กำไรที่ต้องการ (เปอร์เซ็นต์)

3. เปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมช้อปปี้ที่จ่ายอยู่ (เปอร์เซ็นต์)


หมายเหตุ : เบื้องต้นทุกร้านค้าต้องเสียค่าธรรมเนียมการชำระเงินของลูกค้าที่ 2% หากพ่อค้าแม่ค้าเข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ ของช้อปปี้ให้บวกเปอร์เซ็นต์ที่จะต้องเสียเพิ่มเข้าไป


🔸ต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้นระหว่างการขาย สรุปให้ดังนี้

- ต้นทุนค่ากล่อง packaging

ขั้นนี้ควรคิดไว้ตั้งแต่การเห็นสินค้าแล้ว ว่าสินค้าขนาดจริงควรใช้กล่องแบบไหน หรือใช้ซองพลาสติกแบบไหน เมื่อเราไปซื้อกล่องหรือซองพลาสติกแล้ว เราก็จะสามารถคำนวนต้นทุนต่อชิ้นได้


- ส่วนลดแคมเปญ

อย่างที่ได้บอกไปข้างต้น การเข้าร่วมแคมเปญคือการลดราคาเพื่อแลกกับการมองเห็นสินค้า ในแคมเปญทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ระดับดังนี้

Level C ส่วนลด 5%

Level B ส่วนลด 10%

Level A ส่วนลด 15%

Level S MegaCampaign ส่วลด 20% หรือมากกว่า


SubCampaign Level S โค้ดส่วนลด 5-20% แล้วแต่กรณี

สิ่งที่ซับซ้อนมากขึ้นคือ ในช่วงแคมเปญ Level S มักจะมีแคมเปญพิเศษที่บังคับให้ลดราคามากกว่า เพื่อเพิ่มการมองเห็นมากขึ้น โดยจะมีสินค้าบางตัวในร้านค้า (สินค้าที่ขายไม่ออก หรือ สินค้าที่ขายได้น้อย) ดังนั้นผู้ขายจะต้องสังเกตรา


- ส่วนลด Voucher

ส่วนนี้จะเป็นโค้ดส่วนลดสินค้า ที่ทั้งลาซาด้าและช้อปปี้บังคับให้ลงควบคู่กันกับส่วนลดแคมเปญ โดยมุมมองของลูกค้าแล้ว การมีโค้ดส่วนลด ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าในการซื้อ ซึ่งโค้ดส่วนลดนั้นจะมีหลายแบบ เช่น การกดติดตามร้านค้าและรับส่วนลด การแจกส่วนลดควบคู่กับแคมเปญ การแจกโค้ดส่วนลดแบบปกติ


- ค่าจัดส่งสินค้า

ในส่วนนี้ผู้ขายสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าส่งสินค้าให้กับลูกค้าหรือไม่ ซึ่งเกณฑ์ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับขนาดสินค้า น้ำหนัก และผู้ให้บริการขนส่ง หลังจากที่เราได้เห็นสินค้าจริงๆแล้ว ขั้นตอนเลือก packaging นั้นควรคำนวนถึงน้ำหนักสินค้ารวมน้ำหนักกล่อง และขนาดกล่องเข้าไปด้วย


- Payment Fee

ค่าบริการทางการเงิน หมายถึง ทุกครั้งที่ลาซาด้าและช้อปปี้จะโอนเงินให้กับบัญชีธนาคารของร้านค้า จะถูกหักจากยอดโอน 2% เป็นค่าบริการโอนเงินเสมอ โดยคิดจากรายได้ที่ร้านค้าได้รับ


- Commission Fee%

สำหรับร้านค้าทางการ จะมีค่าคอมมิชชั่นที่ถูกหักทุกครั้งเมื่อเกิดการซื้อขายขึ้น โดยจำนวนการหักจะขึ้นอยู่กับหมวดหมู่สินค้าของทั้งสองแพลตฟอร์ม โดยอยู่ในช่วง 5-20%


เมื่อเราได้ต้นทุนสินค้าทั้งหมดมาแล้ว ทีนี้เราก็จะประเมินได้ว่าเราควรตั้งราคาขายเท่าไหร่ ขอยกตัวอย่างสินค้าที่เคยขายจากที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

จากต้นทุน 160 บาท

บรรจุภัณฑ์ B ต้นทุนกล่องละ 9 บาท

ค่าส่งสินค้าจากต่างประเทศ 24 บาทต่อชิ้น

น้ำหนักสินค้ารวมกล่อง ค่าส่งสินค้า 28 บาท

ต้องการขาย (ประเมินคร่าวๆ) 690 บาท

VAT 48.3 บาท

Commission 103.5 บาท

Payment Fee 2% : (690-103.5-28)*2% = 11.17 บาท


หากหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว สินค้าตัวนี้จะได้กำไร 306 บาท

หากเราคิดแค่ผิวเผิน ต้นทุน 160 ขาย 690 ควรจะกำไร 530 บาท แต่ระหว่างทางนั้นมีต้นทุนแฝงเยอะมาก รวมๆแล้วต้นทุนพวกนี้ 224 บาทเลยทีเดียว

ดังนั้น หากใครยังมีความเชื่อที่ว่า รับสินค้ามาแล้วบวกกำไร 2 เท่า (+100%) คงต้องไปทำการบ้านกันเพิ่มอย่าจริงจังแล้วละ


-----------------------------------------------------------------------------------

สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด | รับสร้างแบรนด์ | รับทำการตลาดออนไลน์ | รับทำแผนการตลาดออนไลน์ | รับสร้างแบรนด์ | รับดูแล Facebook แฟนเพจ | รับดูแล LINE OA สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์

ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้

------------------------------------------------------------------------------------


💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙

📱Tel : 0840104252 📱0947805680

สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์)

┏━━━━━━━━━┓

📲 LINE: @chatstick

┗━━━━━━━━━┛

หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM

🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran

🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

แท็ก:

ดู 1,005 ครั้ง

Comments


CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม2_2.png
CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม3.png
Recent Posts