top of page

📣เคล็ดลับวิธี ยิง YouTube Ads ฉบับเข้าใจง่าย


📣เคล็ดลับวิธี ยิง YouTube Ads ฉบับเข้าใจง่าย  สถิติจาก Hootsuite ได้บอกว่า YouTube เป็นเครื่องมือค้นหาที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก Google ด้วยจำนวนผู้ใช้งานอยู่ 1.9 พันล้านรายต่อเดือน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ใช้งานถึง 50 ล้านราย ที่เป็นผู้สร้างคอนเทนต์วิดิโอ อัปโหลดขึ้นไปยัง YouTube รวมเป็นเวลากว่า 576,000 ชั่วโมงในทุกวัน หลายท่านคงเห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าตลาดของ YouTube นั้นมีกลุ่มผู้ใช้งานจำนวนมหาศาล และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ในการทำการตลาด หรือสร้างการรับรู้ (Awareness) ให้แก่สินค้าหรือแบรนด์ของเราให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับนักการตลาดหลายๆท่าน ในการเข้ามาแข่งขันในสนามนี้   ในวันเราได้มีรูปแบบของโฆษณาต่าง ๆ ของช่องทาง YouTube หรือที่เรียกว่า YouTube Ads มาฝากกัน ว่ามีโฆษณารูปแบบใดบ้าง รวมถึงวิธีการทำงานและข้อดีของโฆษณา YouTube Ads แต่ละประเภท และที่สำคัญ ขนาดและข้อกำหนดต่าง ๆ ของโฆษณา YouTube Ads ที่คุณควรรู้ก่อนลงมือสร้างโฆษณา เพื่อให้โฆษณาที่คุณต้องการสื่อสารออกไปนั้นมีประสิทธิภาพ จะต้องเริ่มจากการทำตามข้อกำหนดหรือกฎระเบียบได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ  📌วิธียิงโฆษณา YouTube Ads ข้อควรรู้ก่อนลงมือทำ เริ่มแรกต้องบอกก่อนว่าถ้าเราอยากที่จะยิงโฆษณา Youtube เราต้องมีบัญชี Google Ads ก่อนนะคะ เพราะในการยิงโฆษณาระบบจะให้เรา sign in ด้วยบัญชี Google Ads ค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใครยังไม่มีบัญชี Google Ads ก็ต้องไปสมัครให้เรียบร้อยก่อนนะคะ  1. เริ่มต้นยิงโฆษณา เข้าสู่การยิงโฆษณา YouTube Ads โดยกดที่คำว่า “NEW CAMPAIGN”  2. เลือกวัตถุประสงค์ ระบบจะลิงค์เรามาที่หน้าเลือกวัตถุประสงค์ของการยิงโฆษณา ซึ่งจริงๆ มันไม่ได้มีผลอะไรมากนัก ให้เรากดตรง “Create a campaign without a goal’s guidance” ก็คือไม่จำเป็นที่จะต้องกำหนดอะไรให้แน่ชัด เดี๋ยวเราไปตั้งค่าโฆษณาเอาเอง  3. Campaign Type เลื่อนลงมาด้านล่างเพื่อเลือก Campaign Type คือการบอกระบบว่าโฆษณาที่เรากำลังจะทำการยิงโฆษณานั้นเป็นโฆษณาประเภทไหน ในส่วนตรงนี้เราจะโฆษณา Youtube ซึ่งเป็นคลิปวิดีโอ ก็ให้คลิกคำว่า “Video” จากนั้นกด “Continue”  ต่อไปได้เลยค่ะ  4. ตั้งชื่อ Campaign ในส่วนของ Campaign name ให้เราตั้งชื่อ Campaign ค่ะ อย่างที่ขวัญยกตัวอย่างมาด้านล่าง คือสมมติว่าถ้าเราอยากจะโฆษณาคลิปวิดีโอตัวหนึ่งที่ชื่อว่า ‘Ubersuggest ตัวช่วยวางแผน Keyword’  ก็ให้เอาชื่อคลิปมาตั้งเป็นชื่อ Campaign เลยก็ได้ค่ะ  5. Budget and dates คือ การกำหนดงบประมาณและจำนวนวันที่เราต้องการให้โฆษณา run  6. กำหนด Location ซึ่งเราสามารถเลือกได้นะคะว่าจะยิงโฆษณาไปที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งโดยเฉพาะก็ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและประเภทสินค้า/บริการของเรานะคะ ซึ่งการเลือก Location ก็จะมาสัมพันธ์กับการเลือกภาษาในช่องด้านล่างด้วยค่ะ อย่างในตัวอย่างด้านล่างขวัญเลือกเป็น Thailand  ส่วนภาษาก็เลือกเป็น ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ  แบบนี้เป็นต้นค่ะ  7. Additional Setting คือ การตั้งค่าเพิ่มเติมในส่วนต่าง ๆ ที่น่าสนใจมีดังนี้  - Frequency Capping คือ การตั้งค่าความถี่ในการแสดงผลโฆษณา มี 2 ตัวเลือก คือ Cap Impression Frequency กับ Cap view frequency  หมายถึง การกำหนดจำนวนครั้งที่คนคนหนึ่งจะมองเห็นหรือมีส่วนร่วมกับโฆษณาของเรา โดยกำหนดเป็นจำนวนสูงสุดไว้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้โฆษณาของเราไปรบกวนกลุ่มเป้าหมายมากจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีกับแบรนด์ของเรา หรือ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในเชิงลบได้ค่ะ   - Ad schedule คือ การกำหนดเวลาที่เราต้องการให้โฆษณาของเราแสดงผล ซึ่งเราเลือกได้นะคะว่าอยากให้แสดงผลตลอดเวลาเลยหรือจำกัดแค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น   ลักษณะนี้จะเหมาะกับธุรกิจที่อาจจะไปศึกษากลุ่มเป้าหมาย ศึกษาตลาดมาดีแล้ว และพบว่าคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของคลิปวิดีโอหรือธุรกิจของเรา หรือช่องของเรา จะเป็นกลุ่มที่มีช่วงเวลาดูคลิปโดยเฉพาะ เราก็สามารถใช้ข้อมูลที่ศึกษามานี้ นำไปกำหนดเวลาการแสดงผลของคลิปที่เราโฆษณาแบบเฉพาะเจาะจงเวลาไปเลย   - People คือ การกำหนดรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมายที่จะเห็นโฆษณา YouTube ของเรา ซึ่งมีหัวข้อให้เลือกกำหนดหลายอันเลยนะคะ วิธีการกำหนดให้เราคลิกที่หัวข้อที่ต้องการกำหนด 2 ครั้ง หัวข้อที่น่าสนใจได้แก่  - Content คือ การกำหนดรายละเอียดของเนื้อหาในคลิปวีดิโอ หัวข้อที่น่าสนใจได้แก่ Keyword  คือ การใส่คำ หรือ วลี ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในคลิป ยกตัวอย่างเช่น เราทำคลิปเกี่ยวกับ Youtube หรือ Facebook เราสามารถใส่คำเหล่านี้ หรือ คำที่เกี่ยวข้อง ลงไปในช่องความสนใจได้ เมื่อเวลาที่คนเข้ามาใน Youtube แล้วเสิร์ชหาคำเหล่านี้ หรือ เป็นคนที่มีพฤติกรรม มีแนวโน้มความสนใจในคำหรือกลุ่มคำที่เราใส่ Keyword ไว้ โฆษณาของเราก็จะแสดงผลต่อกลุ่มคนเหล่านี้ค่ะ  - Placements คือ การที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะนำคลิปที่เรายิงโฆษณานี้ไปแสดงผลที่ช่องใดช่องหนึ่ง หรือ ที่คลิปใดคลิปหนึ่งได้โดยการใส่ URL ของช่องหรือคลิปนั้นลงไปในช่องใต้คำว่า “Select your placement targeting” ซึ่งลักษณะนี้มีประโยชน์ในเรื่องการขยายกลุ่มเป้าหมายมากเลยนะคะ รวมถึงเป็นเทคนิคการโฆษณาเพื่อแย่งชิง subscriber ของคู่แข่งได้อีกด้วย  8. Bidding ความหมายคือ ในบางครั้งคลิปที่เราต้องการยิงโฆษณา อาจจะมีคนอื่นหรือคู่แข่งของเราอีกหลายเจ้าเลยที่ยิงโฆษณาคลิปที่มีเนื้อหาหรือประเภทธุรกิจหรือประเภทสินค้าแบบเดียวกับเรา การ Bidding หรือ ประมูลราคาค่าโฆษณาก็คือ เราจะยอมเสียเงินสู้ราคามากสุดที่เท่าไหร่ เพื่อให้คลิปวิดีโอยูทูปของเราแสดงผลให้กลุ่มเป้าหมายเราได้เห็น   ซึ่งการที่เราจะสามารถกำหนดได้แบบชัดเจนได้ว่าลักษณะธุรกิจ ช่อง หรือ เนื้อหาแต่ละแบบ จะมีราคา bidding ที่เท่าไหร่นั้น เราจำเป็นต้องมีประสบการณ์ในการยิงโฆษณา YouTube Ads มาสักระยะก่อนค่ะ เพื่อให้เราพอจะ forecast หรือ ประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายได้โดยเรียนรู้จากการวิเคราะห์ผลตอบรับเทียบกับราคา Bidding  9. Create your video ad ให้เราทำการโพสต์คลิปที่ต้องการโฆษณาให้เรียบร้อยก่อนนะคะ จากนั้นกดก๊อปปี้ URL ของคลิปนั้น มาในช่องใต้คำว่า “Your YouTube Video” หลังใส่ URL แล้ว ระบบจะแสดงผลหน้าคลิปของเราขึ้นมา ให้ตรวจสอบความถูกต้องว่าใช่คลิปที่เราต้องการหรือไม่  10. Video Ad Format เลือกรูปแบบของการโฆษณา ปัจจุบันจะมีอยู่ 2 แบบ คือ Skippable in-stream ad  คือ เวลาที่คนเข้ามาดูคลิปต่าง ๆใน YouTube ระบบจะแสดงโฆษณาของเราขึ้นก่อนแล้วให้คนดูกด Skip หรือกดข้ามเพื่อไปดูคลิปที่เขาต้องการ พูดง่ายๆ ก็คือเป็นวิดีโอที่บังคับดูในระยะเวลาที่กำหนด ส่วนใหญ่คือ 5 วินาที  11. ใส่ Headline ขวัญแนะนำให้เอาชื่อคลิปมาเป็น Headline จากนั้นใส่คำอธิบายคลิป  12. Create Campaign  เสร็จแล้ว ตรวจสอบความเรียบร้อย แล้วก็กด Create Campaign ได้เลยค่ะ  ----------------------------------------------------------------------------------- สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด  | รับสร้างแบรนด์  | รับทำการตลาดออนไลน์  | รับทำแผนการตลาดออนไลน์  | รับสร้างแบรนด์  | รับดูแล Facebook แฟนเพจ  | รับดูแล LINE OA    สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง   รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์ >> https://www.chatstickmarket.com/langran  ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้ >>https://www.chatstickmarket.com/portfolio  ------------------------------------------------------------------------------------  💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙 📱Tel : 0840104252 📱0947805680 สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์) 📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH  ┏━━━━━━━━━┓ 📲 LINE: @chatstick ┗━━━━━━━━━┛ หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM  🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran  🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

📣เคล็ดลับวิธี ยิง YouTube Ads ฉบับเข้าใจง่าย


สถิติจาก Hootsuite ได้บอกว่า YouTube เป็นเครื่องมือค้นหาที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก Google ด้วยจำนวนผู้ใช้งานอยู่ 1.9 พันล้านรายต่อเดือน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ใช้งานถึง 50 ล้านราย ที่เป็นผู้สร้างคอนเทนต์วิดิโอ อัปโหลดขึ้นไปยัง YouTube รวมเป็นเวลากว่า 576,000 ชั่วโมงในทุกวัน หลายท่านคงเห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าตลาดของ YouTube นั้นมีกลุ่มผู้ใช้งานจำนวนมหาศาล และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ในการทำการตลาด หรือสร้างการรับรู้ (Awareness) ให้แก่สินค้าหรือแบรนด์ของเราให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับนักการตลาดหลายๆท่าน ในการเข้ามาแข่งขันในสนามนี้


ในวันเราได้มีรูปแบบของโฆษณาต่าง ๆ ของช่องทาง YouTube หรือที่เรียกว่า YouTube Ads มาฝากกัน ว่ามีโฆษณารูปแบบใดบ้าง รวมถึงวิธีการทำงานและข้อดีของโฆษณา YouTube Ads แต่ละประเภท และที่สำคัญ ขนาดและข้อกำหนดต่าง ๆ ของโฆษณา YouTube Ads ที่คุณควรรู้ก่อนลงมือสร้างโฆษณา เพื่อให้โฆษณาที่คุณต้องการสื่อสารออกไปนั้นมีประสิทธิภาพ จะต้องเริ่มจากการทำตามข้อกำหนดหรือกฎระเบียบได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ


📌วิธียิงโฆษณา YouTube Ads

ข้อควรรู้ก่อนลงมือทำ

เริ่มแรกต้องบอกก่อนว่าถ้าเราอยากที่จะยิงโฆษณา Youtube เราต้องมีบัญชี Google Ads ก่อนนะคะ เพราะในการยิงโฆษณาระบบจะให้เรา sign in ด้วยบัญชี Google Ads ค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใครยังไม่มีบัญชี Google Ads ก็ต้องไปสมัครให้เรียบร้อยก่อนนะคะ


1. เริ่มต้นยิงโฆษณา

เข้าสู่การยิงโฆษณา YouTube Ads โดยกดที่คำว่า “NEW CAMPAIGN”


2. เลือกวัตถุประสงค์

ระบบจะลิงค์เรามาที่หน้าเลือกวัตถุประสงค์ของการยิงโฆษณา ซึ่งจริงๆ มันไม่ได้มีผลอะไรมากนัก ให้เรากดตรง “Create a campaign without a goal’s guidance” ก็คือไม่จำเป็นที่จะต้องกำหนดอะไรให้แน่ชัด เดี๋ยวเราไปตั้งค่าโฆษณาเอาเอง


3. Campaign Type

เลื่อนลงมาด้านล่างเพื่อเลือก Campaign Type คือการบอกระบบว่าโฆษณาที่เรากำลังจะทำการยิงโฆษณานั้นเป็นโฆษณาประเภทไหน ในส่วนตรงนี้เราจะโฆษณา Youtube ซึ่งเป็นคลิปวิดีโอ ก็ให้คลิกคำว่า “Video” จากนั้นกด “Continue” ต่อไปได้เลยค่ะ


4. ตั้งชื่อ Campaign

ในส่วนของ Campaign name ให้เราตั้งชื่อ Campaign ค่ะ อย่างที่ขวัญยกตัวอย่างมาด้านล่าง คือสมมติว่าถ้าเราอยากจะโฆษณาคลิปวิดีโอตัวหนึ่งที่ชื่อว่า ‘Ubersuggest ตัวช่วยวางแผน Keyword’ ก็ให้เอาชื่อคลิปมาตั้งเป็นชื่อ Campaign เลยก็ได้ค่ะ


5. Budget and dates

คือ การกำหนดงบประมาณและจำนวนวันที่เราต้องการให้โฆษณา run


6. กำหนด Location

ซึ่งเราสามารถเลือกได้นะคะว่าจะยิงโฆษณาไปที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งโดยเฉพาะก็ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและประเภทสินค้า/บริการของเรานะคะ ซึ่งการเลือก Location ก็จะมาสัมพันธ์กับการเลือกภาษาในช่องด้านล่างด้วยค่ะ อย่างในตัวอย่างด้านล่างขวัญเลือกเป็น Thailand ส่วนภาษาก็เลือกเป็น ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ แบบนี้เป็นต้นค่ะ


7. Additional Setting

คือ การตั้งค่าเพิ่มเติมในส่วนต่าง ๆ ที่น่าสนใจมีดังนี้


- Frequency Capping

คือ การตั้งค่าความถี่ในการแสดงผลโฆษณา มี 2 ตัวเลือก คือ Cap Impression Frequency กับ Cap view frequency หมายถึง การกำหนดจำนวนครั้งที่คนคนหนึ่งจะมองเห็นหรือมีส่วนร่วมกับโฆษณาของเรา โดยกำหนดเป็นจำนวนสูงสุดไว้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้โฆษณาของเราไปรบกวนกลุ่มเป้าหมายมากจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีกับแบรนด์ของเรา หรือ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในเชิงลบได้ค่ะ

- Ad schedule คือ การกำหนดเวลาที่เราต้องการให้โฆษณาของเราแสดงผล ซึ่งเราเลือกได้นะคะว่าอยากให้แสดงผลตลอดเวลาเลยหรือจำกัดแค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น

ลักษณะนี้จะเหมาะกับธุรกิจที่อาจจะไปศึกษากลุ่มเป้าหมาย ศึกษาตลาดมาดีแล้ว และพบว่าคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของคลิปวิดีโอหรือธุรกิจของเรา หรือช่องของเรา จะเป็นกลุ่มที่มีช่วงเวลาดูคลิปโดยเฉพาะ เราก็สามารถใช้ข้อมูลที่ศึกษามานี้ นำไปกำหนดเวลาการแสดงผลของคลิปที่เราโฆษณาแบบเฉพาะเจาะจงเวลาไปเลย

- People คือ การกำหนดรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมายที่จะเห็นโฆษณา YouTube ของเรา ซึ่งมีหัวข้อให้เลือกกำหนดหลายอันเลยนะคะ วิธีการกำหนดให้เราคลิกที่หัวข้อที่ต้องการกำหนด 2 ครั้ง หัวข้อที่น่าสนใจได้แก่


- Content คือ การกำหนดรายละเอียดของเนื้อหาในคลิปวีดิโอ หัวข้อที่น่าสนใจได้แก่ Keyword คือ การใส่คำ หรือ วลี ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในคลิป ยกตัวอย่างเช่น เราทำคลิปเกี่ยวกับ Youtube หรือ Facebook เราสามารถใส่คำเหล่านี้ หรือ คำที่เกี่ยวข้อง ลงไปในช่องความสนใจได้ เมื่อเวลาที่คนเข้ามาใน Youtube แล้วเสิร์ชหาคำเหล่านี้ หรือ เป็นคนที่มีพฤติกรรม มีแนวโน้มความสนใจในคำหรือกลุ่มคำที่เราใส่ Keyword ไว้ โฆษณาของเราก็จะแสดงผลต่อกลุ่มคนเหล่านี้ค่ะ


- Placements

คือ การที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะนำคลิปที่เรายิงโฆษณานี้ไปแสดงผลที่ช่องใดช่องหนึ่ง หรือ ที่คลิปใดคลิปหนึ่งได้โดยการใส่ URL ของช่องหรือคลิปนั้นลงไปในช่องใต้คำว่า “Select your placement targeting” ซึ่งลักษณะนี้มีประโยชน์ในเรื่องการขยายกลุ่มเป้าหมายมากเลยนะคะ รวมถึงเป็นเทคนิคการโฆษณาเพื่อแย่งชิง subscriber ของคู่แข่งได้อีกด้วย


8. Bidding

ความหมายคือ ในบางครั้งคลิปที่เราต้องการยิงโฆษณา อาจจะมีคนอื่นหรือคู่แข่งของเราอีกหลายเจ้าเลยที่ยิงโฆษณาคลิปที่มีเนื้อหาหรือประเภทธุรกิจหรือประเภทสินค้าแบบเดียวกับเรา การ Bidding หรือ ประมูลราคาค่าโฆษณาก็คือ เราจะยอมเสียเงินสู้ราคามากสุดที่เท่าไหร่ เพื่อให้คลิปวิดีโอยูทูปของเราแสดงผลให้กลุ่มเป้าหมายเราได้เห็น

ซึ่งการที่เราจะสามารถกำหนดได้แบบชัดเจนได้ว่าลักษณะธุรกิจ ช่อง หรือ เนื้อหาแต่ละแบบ จะมีราคา bidding ที่เท่าไหร่นั้น เราจำเป็นต้องมีประสบการณ์ในการยิงโฆษณา YouTube Ads มาสักระยะก่อนค่ะ เพื่อให้เราพอจะ forecast หรือ ประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายได้โดยเรียนรู้จากการวิเคราะห์ผลตอบรับเทียบกับราคา Bidding


9. Create your video ad

ให้เราทำการโพสต์คลิปที่ต้องการโฆษณาให้เรียบร้อยก่อนนะคะ จากนั้นกดก๊อปปี้ URL ของคลิปนั้น มาในช่องใต้คำว่า “Your YouTube Video” หลังใส่ URL แล้ว ระบบจะแสดงผลหน้าคลิปของเราขึ้นมา ให้ตรวจสอบความถูกต้องว่าใช่คลิปที่เราต้องการหรือไม่


10. Video Ad Format

เลือกรูปแบบของการโฆษณา ปัจจุบันจะมีอยู่ 2 แบบ คือ

Skippable in-stream ad คือ เวลาที่คนเข้ามาดูคลิปต่าง ๆใน YouTube ระบบจะแสดงโฆษณาของเราขึ้นก่อนแล้วให้คนดูกด Skip หรือกดข้ามเพื่อไปดูคลิปที่เขาต้องการ พูดง่ายๆ ก็คือเป็นวิดีโอที่บังคับดูในระยะเวลาที่กำหนด ส่วนใหญ่คือ 5 วินาที


11. ใส่ Headline

ขวัญแนะนำให้เอาชื่อคลิปมาเป็น Headline จากนั้นใส่คำอธิบายคลิป


12. Create Campaign

เสร็จแล้ว ตรวจสอบความเรียบร้อย แล้วก็กด Create Campaign ได้เลยค่ะ


-----------------------------------------------------------------------------------

สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด | รับสร้างแบรนด์ | รับทำการตลาดออนไลน์ | รับทำแผนการตลาดออนไลน์ | รับสร้างแบรนด์ | รับดูแล Facebook แฟนเพจ | รับดูแล LINE OA สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์

ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้

------------------------------------------------------------------------------------


💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙

📱Tel : 0840104252 📱0947805680

สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์)

┏━━━━━━━━━┓

📲 LINE: @chatstick

┗━━━━━━━━━┛

หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM

🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran

🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

แท็ก:

ดู 73 ครั้ง

Comments