top of page

การเลือกกลุ่มเป้าหมายบน Facebook นั้นสำคัญแค่ไหน❓


การเลือกกลุ่มเป้าหมายบน Facebook นั้นสำคัญแค่ไหน❓  กลุ่มเป้าหมาย Facebook ที่ใช้ในการยิงโฆษณา คือ เครื่องมือสำคัญที่จะมาช่วยแก้ปัญหาที่หลายธุรกิจออนไลน์กำลังเผชิญอยู่ นั่นคือ ยิงโฆษณาเฟสบุ๊คยังไงก็ยังไม่ประสบความสำเร็จสักที หรือรู้สึกว่าค่าโฆษณาที่เรายิงแอดเฟสบุ๊คไป มันแพงมากขึ้นเรื่อยๆ บางทีการที่เกิดปัญหาแบบนี้ อาจไม่ใช่เพราะว่าคุณยิงโฆษณาไม่เก่ง ยิงไม่แม่น หรือ วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายยังไม่ดี แต่อาจจะเป็นเพราะว่าคุณยิงโฆษณาเฟสบุ๊คอยู่แค่แบบเดียว ยิงโดยใช้กลุ่มเป้าหมายซ้ำ ๆ แบบเดิมอยู่ โดยที่คุณอาจจะไม่ทราบว่าในการยิงโฆษณาในเฟสบุ๊คนั้น แท้จริงแล้วมี กลุ่มเป้าหมาย Facebook สำคัญมากถึง 3 ประเภทด้วยกัน  📍ประเภทของ กลุ่มเป้าหมาย Facebook ที่ใช้ในการยิงโฆษณา  👉🏻ประเภทที่ 1: การยิงโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมาย Facebook แบบ Detailed Target Audience Detailed Target Audience คือ กลุ่มเป้าหมายการยิงโฆษณา Facebook แบบที่เราเลือกกำหนดรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมายเอง โดยรายละเอียดที่เราใช้ในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบนี้ ได้แก่ เพศ อายุ โลเคชั่นหรือสถานที่อยู่อาศัยโดยเลือกเป็นประเทศ จังหวัด หรือ เลือกแบบปักหมุดเพื่อเจาะจงสถานที่และระยะทางก็สามารถทำได้  รวมไปถึงการกำหนดความสนใจ และพฤติกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้เพื่อให้ Facebook นำส่งโฆษณาของเราไปยังผู้ที่มีแนวโน้มจะสนใจและสั่งซื้อสินค้าของเราได้ใกล้เคียงมากที่สุด ซึ่งผู้ที่เริ่มต้นยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊คส่วนใหญ่ มักเริ่มจากกลุ่มเป้าหมายในลักษณะนี้ก่อน เพราะสามารถทำได้ไม่ยุ่งยากและไม่ซับซ้อน เพียงแต่ต้องศึกษาเทคนิค วิธีการวิเคราะห์ ตลอดจนแนวคิดการยิงโฆษณาให้มาก  👉🏻ประเภทที่ 2: การยิงโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมายแบบ Custom Audience Custom Audience หรือ กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง คือ กลุ่มเป้าหมายที่เราสร้างขึ้นมาเอง เฉพาะจงเจาะจากแหล่งข้อมูลที่เรามี ซึ่งการยิงแบบนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยิงโฆษณาเฟสบุ๊คได้ดีมากค่ะ เพราะว่าแทนที่เราจะต้องมายิงโฆษณาไปหาฐานความสนใจหรืออายุ   ซึ่งจริงๆ มันกว้างมาก ต้องอาศัยการศึกษาวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การสุ่มตัวอย่าง การประเมินความเป็นไปได้ และการคาดเดากลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่ต้องอาศัยประสบการณ์ของแบรนด์ แบรนด์ที่เปิดมานาน ทำธุรกิจมาสักระยะ ก็จะพอรู้จักกลุ่มลูกค้าตัวเองอยู่บ้าง แต่ถ้าต้องการขยายฐานลูกค้าใหม่ หรือที่เรียกว่าเปิดตลาดใหม่ล่ะ? ก็ต้องอาศัยการวิเคราะห์และประเมินใหม่เช่นกัน  แต่การยิงโฆษณาด้วย กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง แบบ Custom Audience จะมาช่วยเราอุดช่องว่างในจุดนี้ เพราะเป็นการยิงโฆษณากลับไปหา กลุ่มเป้าหมายที่เรามีฐานข้อมูลอยู่แล้ว  ถ้าดูจากภาพด้านบนจะเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายแบบ Custom Audience สามารถสร้างจากฐานข้อมูลที่เรามีได้หลายแบบด้วยกัน และวิธีในการนำส่งข้อมูลที่เรามีให้กับ Facebook ก็แตกต่างกันไปด้วยนะคะ สำหรับหัวข้อที่ธุรกิจส่วนใหญ่มักใช้บ่อย ได้แก่  - หัวข้อ Customer List หมายถึง กลุ่มคนที่เรามีฐานข้อมูลที่เป็นเบอร์โทร หรือ อีเมล เช่น เรามีฐานลูกค้าเก่าอยู่ 1,000 ราย เก็บเป็นเบอร์โทรและอีเมลไว้ เมื่อเราต้องการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อดึงให้ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อของ เราสามารถที่จะสร้างไฟล์ขึ้นมาเป็นไฟล์เบอร์โทรและอีเมล แล้วโยนไปให้เฟสบุ๊คเพื่อทำการยิงโฆษณากลับไปหาเฉพาะคนที่เราใส่ข้อมูลอีเมลและเบอร์โทรไว้เท่านั้น   - หัวข้อ Website หมายถึง กลุ่มคนที่เคยเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ธุรกิจหรือของบริษัทเรา สามารถทำได้โดยการติดตั้งโค้ดที่เรียกว่า Facebook Pixel ขึ้นไปบนเว็บไซต์ จะเป็นการเชื่อมเฟสบุ๊คแฟนเพจกับเว็บไซต์เราเข้าด้วยกัน เมื่อติดตั้ง Facebook Pixel ไปแล้ว เราจะสามารถทำการยิงโฆษณาเฟสบุ๊คกลับไปหากลุ่มคนที่เคยเข้าชมเว็บไซต์เราได้ค่ะ   ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้ดี เพราะส่วนใหญ่คนที่เข้าเว็บไซต์มา มักมาจากการ search หาจาก Google อีกที ซึ่งคนที่หาข้อมูลใน Google โดยทั่วไปคือคนที่มีความสนใจ หรือ มีความต้องการที่จะซื้อสินค้าชนิดนั้น ๆ อยู่แล้ว แต่การที่เข้ามาดูเว็บไซต์ก่อน เชาอาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อในทันที อาจจะอยู่ระหว่างการตัดสินใจและศึกษาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ ที่เป็นคู่แข่งของเราก่อน  สิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย ก็คือการยิงโฆษณาเฟสบุ๊คกลับไปหาคนเหล่านั้น โดยโฆษณาที่ยิงไปควรเป็นโปรโมชั่น แคมเปญ หรือ สิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ก็จะช่วยให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้นค่ะ  นอกจากนี้ กลุ่มเป้าหมายแบบ Custom Audience หัวข้อ Website ยังมีฟังก์ชันพิเศษอีกอย่าง ซึ่งถ้าเรามีทักษะในการยิงโฆษณาเฟสบุ๊คแบบ Custom Audience เราจะสามารถเจาะจงได้เลยนะคะ ว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะยิงโฆษณาไปหานั้น ต้องเป็นคนที่เข้าเว็บไซต์เราย้อนหลังไปภายในระยะเวลากี่วันหรือกี่เดือน รวมไปถึงกำหนดเจาะจงได้ด้วยว่าต้องการกลุ่มคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เราในหน้าเว็บเพจไหนบ้าง  ซึ่งส่วนใหญ่มักเลือกยิงไปยังกลุ่มคนที่กดเข้ามาดูหน้าสินค้าเพราะนั่นหมายถึงคนที่ต้องการจะซื้อสินค้าจริง ๆ การยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายในแบบ Custom Audience จึงช่วยเพิ่มความแม่นยำได้มากกว่าการยิงโฆษณาแค่แบบฐานความสนใจหรือ Detailed Target Audience แค่อย่างเดียว และโอกาสที่จะปิดการขายได้ก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน   - หัวข้อ Facebook Page หมายถึง การสร้างกลุ่มเป้าหมายในการยิงโฆษณาจากคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับ Facebook Page ของเรา เช่น คนที่เคยทัก Inbox มาสอบถามรายละเอียด หรือ คนที่ทักมาซื้อสินค้าของเรา เป็นต้น แทนที่เราจะยิงโฆษณาโดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามความสนใจ อาทิเช่น ความงาม การก่อสร้าง การลดน้ำหนัก ฯลฯ ซึ่งเป็นคำกว้าง ๆ  ในความเป็นจริง คนที่มีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อาจจะไม่ใช่คนที่อยากจะซื้อสินค้าก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจสถานเสริมความงาม เลือกยิงโฆษณาหากลุ่มคนที่มีความสนใจใน ความงาม และ Skincare แต่ในความเป็นจริง คนที่มีความสนใจเรื่องดังกล่าวอาจจะไม่ได้อยากไปเสริมความงาม แต่แค่อยากซื้อเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็เป็นได้  ดังนั้นแทนที่เราจะยิงโฆษณาแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบกว้าง ๆ สู้เรายิงหาคนที่เคยทัก Inbox ของเราย้อนหลังจะดีกว่า จะย้อนหลังกี่เดือนก็ได้ เพราะคนที่มาสอบถามรายละเอียดสินค้า ถามราคา หรือถามหาโปรโมชั่น มักเป็นคนที่มีความสนใจในสินค้าของเราในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้การยิงโฆษณาแม่นขึ้นและสามารถปิดการขายได้ง่ายขึ้น  👉🏻ประเภทที่ 3: การยิงโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมายแบบ Lookalike Audience Lookalike Audience คือ กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน หมายถึง มีลักษณะ ความสนใจ ความชอบ ที่คล้ายคลึงกัน  กลุ่มเป้าหมายประเภท Lookalike Audience นี้ มีที่มาจากแนวคิดที่ว่าคน ๆ หนึ่งที่มีความชอบ ความสนใจ มี Passionในแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง คนที่มีลักษณะคล้ายเขาทุกประการ เช่น มีไลฟ์สไตล์คล้าย ๆ กัน หรือ อาจจะอยู่ในช่วงอายุเดียวกัน เป็นเพศเดียวกัน หรือมีความสนใจในชีวิตคล้าย ๆ กัน คน ๆ ย่อมมีแนวโน้มหรือมีโอกาสที่จะชอบในแบรนด์เดียวกันได้  📍วิธีการหากลุ่มเป้าหมาย Facebook 1. กลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร? สำหรับการยิงแอด Facebook เราก็ต้องรู้ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร โดยหลักๆ Facebook จะมีสิ่งที่ต้องกำหนดเมื่อเราต้องทำโฆษณาแบบปกติอยู่ 3 – 4 ตัว ซึ่งหากเรามองตัวโฆษณา Facebook นี้ดีๆ ก็จะเหมือนกับ Market Segment การแบ่งส่วนตลาดนั่นเอง (แต่ Facebook เอามากำหนดแบ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย) - กำหนดตำแหน่งที่ตั้ง - กำหนดอายุ เพศ - กำหนดตามความสนใจหรือพฤติกรรม - ภาษา (แล้วแต่ธุรกิจจะใช้ ขึ้นอยู่กับสินค้าและบริการด้วย) คร่าวๆ ให้เราทำความเข้าใจกับสินค้าหรือบริการของเราก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของเราจะเป็นใคร แล้วเราถึงไปกำหนดใส่กลุ่มเป้าหมายใน Facebook อีกครั้งหนึ่ง  2. 6W1H เอามาปรับใช้ให้เข้าใจสินค้าตัวเองมากขึ้น หากใครยังนึกไม่ออก สามารถใช้หลักการ 6W1H ที่เป็นทฤษฎีทำให้เราเข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น แต่ประยุกต์ใช้กับสินค้าหรือบริการของตัวเอง ซึ่งนำมาวิเคราะห์ได้ใกล้เคียงกัน ช่วยในการทำความเข้าใจกับสินค้าหรือบริการคุณได้เช่นกัน และน่าจะเห็นภาพได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงมันยังสามารถช่วยให้เรากำหนดกรอบของกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการนำเสนอได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย  3. เครื่องมือฟรี Facebook Audience Insights เครื่องมือสุดเจ๋งจาก Facebook ที่จะช่วยบอกคุณได้แบบดีมากๆ เลยทีเดียวว่ากลุ่มเป้าหมายที่คุณคิดมานั้นตรงหรือไม่กับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ใน Facebook ซึ่งจะบอกทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับความสนใจเพจ อายุ ที่อยู่อาศัย อุปกรณ์มือถือที่กลุ่มเป้าหมายนั้นใช้งานอยู่ งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า  เริ่มต้นเปิดหน้า Facebook Ads Audience Insights ขึ้นมาก่อนเลย แต่ต้องเปิดบนคอม iPad Tablet หรืออุปกรณ์ที่สามารถปรับแสดงผลเหมือนกับคอมพิวเตอร์ได้นะ หากใช้เวอร์ชั่นโทรศัพท์มันจะไม่สามารถแสดงผลได้  เข้าลิงค์แล้วก็จะเจอหน้าตาแบบรูปด้านล่าง ให้กดเลือก “ทุกคนบน Facebook”  ต่อมาในวงสีแดงให้เราใส่ประเทศหรือจังหวัดที่เราต้องการ แต่ในที่นี้จะใส่ “ประเทศไทย” ลงไปเลย ส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้คือเราสามารถดูได้ว่าเราเลือกดูข้อมูลประเทศอะไรอยู่  เลือกเกณฑ์อายุที่เรากำหนดไว้ และเพศที่เราต้องการหากลุ่มเป้าหมาย Facebook ได้เลย  ต่อมาให้เราใส่ความสนใจที่เราลิสต์ไว้เบื้องต้นลงไปได้เลย แล้วหน้า Dashboard ก็จะเปลี่ยนไป  เบื้องต้นจะดูก่อนว่าตรงการถูกใจเพจกับหมวดหมู่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายที่เรากรอกลงไปหรือไม่ เน้นว่าการถูกใจเพจถ้าสัก 3 – 6 อันดับแรกใกล้เคียงกับธุรกิจเราก็ถือว่ากลุ่มเป้าหมายนี้ไปต่อได้ ส่วนหมวดหมู่เองก็เช่นกัน แต่ในภาพด้านล่างถ้าทำธุรกิจรับตัดเสื้อทีมบอล อาจจะต้องหา Scope กลุ่มเป้าหมายให้ได้ชัดเจนมากกว่านี้  นอกจากนี้เราสามารถดูหัวข้ออื่นๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ตั้ง กิจกรรม ข้อมูลประชากรศาสตร์ เพื่อที่เราจะได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์คาดการณ์เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายได้   ทั้งนี้เวลาทำจะใช้คู่กับ Facebook Ads Manager ด้วยในการค้นหา เนื่องจากว่าใน Audience Insight จะไม่บอกว่าจริงๆ แล้วกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้เป็นความสนใจ หรือเป็นตำแหน่งงานกันแน่ เพื่อให้เลือกได้ตรงตามความต้องการก็เลยใช้คู่กัน  หากเราหากลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับความต้องการของเราได้แล้ว ก็นำกลุ่มเป้าหมายนั้นไปยิงแอด Facebook ได้เลยทันที  4. หาด้วยโปรแกรมเจาะกลุ่มเป้าหมาย InterestPRO กลุ่มเป้าหมายที่ Facebook แสดงอยู่นั้นมีจำนวนน้อยมากๆ ยิ่งสำหรับกลุ่มเป้าหมายลึกๆ แล้ว Facebook นี่ไม่เอาขึ้นมาโชว์เลยหากเราพิมพ์คำหรือคีย์เวิร์ดนั้นๆ ไม่ถูก แถมบางคำพิมพ์ตรงแล้วก็ยังไม่ขึ้นอีกต่างหาก ดังนั้นแล้วเนี่ย “โปรแกรมเจาะกลุ่มเป้าหมาย” ก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้หากลุ่มเป้าหมายที่แอบซ่อนอยู่ของ Facebook ด้วยการดึง API จากโฆษณา Facebook ออกมาเป็นกลุ่มเป้าหมายให้เราเลือกได้เลย  5. ไอเดียหากลุ่มเป้าหมาย Facebook ทำโฆษณา Facebook Ads แต่ละครั้งเราแทบจะหากลุ่มเป้าหมายใหม่เกือบทุกรอบ หรือสำหรับคนที่ทำแอด Facebook ใหม่ๆ อาจจะยังงงว่าต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายยังไง หรือจะต้องใส่ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายสินค้า  ต้องบอกเลยว่าอาจจะไม่ได้ผล เพราะสิ่งที่คิดกับสิ่งที่ Facebook มี กลุ่มเป้าหมายเค้าไม่ได้ตรงเป๊ะๆ ขนาดนั้น เราจึงต้องมาหากลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมผสมผสานเพื่อให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น เหมือนกับการผสมสีต่างๆ ให้ได้สีที่เราต้องการนี่แหละ  - ใส่กลุ่มเป้าหมายแบบผสม การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย Facebook ไม่จำเป็นเพียงแค่เราต้องใส่ชื่อตรงๆ หรือใส่ให้ตรงกับตัวสินค้าเท่านั้น เราสามารถนำกลุ่มเป้าหมายมาผสมรวมกันได้หากเป็นพฤติกรรมใกล้เคียงกันเพื่อให้โฆษณา Facebook ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการมากที่สุด ตัวอย่างเช่น ขายครีมทาผิว ก็สามารถใส่กลุ่มเป้าหมายเครื่องสำอางหรือคลินิกเสริมความงามได้ เพราะจัดอยู่ในหมวดที่ใกล้เคียงกัน  - ไปส่องในเพจที่ใกล้เคียงกับเรา ลองไล่ดูจากเพจคนอื่นว่าคนที่มาคอมเมนต์หรือมาถูกใจเพจเค้าบ่อยๆ ที่ทำไมถึงมา ลักษณะพฤติกรรมเป็นอย่างไร เพื่อที่เราจะได้นำมาปรับปรุงโฆษณาของเราและกลุ่มเป้าหมายของเรา ดังตัวอย่างข้างล่าง สมมติทำเพจเกี่ยวกับคลิปวิดีโอ ก็เข้าไปดูเพจที่ใกล้เคียงกับเราว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร ลักษณะเป็นอย่างไรในเบื้องต้น และนำมาวิเคราะห์ต่อเพื่อทำโฆษณาหรือคอนเทนต์ต่างๆ  - ไปไล่ดูจากโฆษณาที่ส่งมาหาเรา เราสามารถเข้าไปเลือกดูโฆษณาของคู่แข่งหรือบุคคลที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกับคุณ และยังสามารถแอบดูกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นได้อีกด้วย สามารถทำตามรูปด้านล่างได้เลย  - หาไอเดียโฆษณาเพื่อเอามาปรับใช้กับเพจตัวเองด้วย Facebook Ads Library เริ่มต้นให้เราเข้าลิงค์นี้ก่อน : Facebook Ads Library เมื่อเข้าเรียบร้อยแล้วก็ทำการกรอกชื่อเพจที่เราต้องการลงในกรอบ  📍5 วิธีหากลุ่มเป้าหมายไว้ยิงแอด 1. เลือกกลุ่มเป้าหมายจาก interest วิธีนี้อาจจะเป็นวิธีเบสิกที่หลายๆ คนทำกัน แต่รู้มั้ยว่าการยิงให้โดน interest ลูกค้าตรงกลุ่มจริงๆ จะต้องตั้ง interest ให้เจาะลึก ลงไปให้ได้เยอะที่สุดแต่ยังได้ปริมาณที่เยอะอยู่ เช่น ร้านขายเสื้อผ้า target เราคือกลุ่มวัยรุ่น แต่จริงๆ แล้วอาจจะต้องลงลึกไปถึงพฤติกรรมเช่น สนใจการแต่งกายแบบ street อาจจะชอบการเต้น ชอบดูคลิปเต้น ชอบฟังเพลงแนว pop dance เป็นต้น  2. เลือกกลุ่มเป้าหมายจากพื้นที่ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือแฟรนชายที่อาศัยกลุ่มคนในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เราสามารถเลือกยิงแอดจากโลเคชั่นหรือพื้นที่รัศมีที่ใกล้เคียงกับบริเวณร้านที่ตั้งของเรา เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดได้  3. เลือกกลุ่มเป้าหมายที่ไลค์เพจ/ไม่ไลค์เพจเรา วิธีนี้มีข้อดีตรงที่ว่าเราจะสามารถเลือกยิงแอดออกไปหากลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันได้ดีขึ้น เช่น เราจะยิงแอดคนที่ไม่ไลค์เพจเราเพื่อให้แอดออกไปหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยรู้จัก หรือเราจะยิงไปหาลูกค้ากลุ่มเดิมเวลามีสินค้าใหม่ๆ เกิดขึ้น เมื่อเราต้องการ re-target ซึ่งเราจะต้องเลือกใช้ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม   4. เลือกกลุ่มเป้าหมายที่เคยดู content / วิดีโอของเรา วิธีนี้จะช่วยให้เราเข้าใกล้การตัดสินใจซื้อของลูกค้าไปอีกขั้น เพราะเราสามารถยิงแอดไปยังกลุ่มคนที่เคยดูหรือเคยอ่าน content ที่เราลงแปลว่าคนๆ นั้นมีความสนใจในสินค้าของเรามากขึ้น ทำให้เรายิงแอดปิดการขายได้ง่ายขึน  5. เลือกกลุ่มเป้าหมายแบบ custom รูปแบบนี้จะเป็นการยิงแอดที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพราะเป็นการยิงแอดจากกลุ่มลูกค้าที่เรามีข้อมูลอยู่แล้ว import file เข้าไปโดยตรง แต่วิธีนี้จะต้องมีข้อมูลลูกค้า/ฐานข้อมูลเดิมมาก่อนนะ (ซึ่งในปัจจุบันจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าก่อนนำข้อมูลไปใช้ ตามพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA)  ----------------------------------------------------------------------------------- สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด  | รับสร้างแบรนด์  | รับทำการตลาดออนไลน์  | รับทำแผนการตลาดออนไลน์  | รับสร้างแบรนด์  | รับดูแล Facebook แฟนเพจ  | รับดูแล LINE OA    สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง   รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์ >> https://www.chatstickmarket.com/langran  ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้ >>https://www.chatstickmarket.com/portfolio  ------------------------------------------------------------------------------------  💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙 📱Tel : 0840104252 📱0947805680 สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์) 📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH  ┏━━━━━━━━━┓ 📲 LINE: @chatstick ┗━━━━━━━━━┛ หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM  🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran  🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

การเลือกกลุ่มเป้าหมายบน Facebook นั้นสำคัญแค่ไหน❓


กลุ่มเป้าหมาย Facebook ที่ใช้ในการยิงโฆษณา คือ เครื่องมือสำคัญที่จะมาช่วยแก้ปัญหาที่หลายธุรกิจออนไลน์กำลังเผชิญอยู่ นั่นคือ ยิงโฆษณาเฟสบุ๊คยังไงก็ยังไม่ประสบความสำเร็จสักที หรือรู้สึกว่าค่าโฆษณาที่เรายิงแอดเฟสบุ๊คไป มันแพงมากขึ้นเรื่อยๆ บางทีการที่เกิดปัญหาแบบนี้ อาจไม่ใช่เพราะว่าคุณยิงโฆษณาไม่เก่ง ยิงไม่แม่น หรือ วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายยังไม่ดี แต่อาจจะเป็นเพราะว่าคุณยิงโฆษณาเฟสบุ๊คอยู่แค่แบบเดียว ยิงโดยใช้กลุ่มเป้าหมายซ้ำ ๆ แบบเดิมอยู่ โดยที่คุณอาจจะไม่ทราบว่าในการยิงโฆษณาในเฟสบุ๊คนั้น แท้จริงแล้วมี กลุ่มเป้าหมาย Facebook สำคัญมากถึง 3 ประเภทด้วยกัน


📍ประเภทของ กลุ่มเป้าหมาย Facebook ที่ใช้ในการยิงโฆษณา


👉🏻ประเภทที่ 1: การยิงโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมาย Facebook แบบ Detailed Target Audience

Detailed Target Audience คือ กลุ่มเป้าหมายการยิงโฆษณา Facebook แบบที่เราเลือกกำหนดรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมายเอง โดยรายละเอียดที่เราใช้ในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบนี้ ได้แก่ เพศ อายุ โลเคชั่นหรือสถานที่อยู่อาศัยโดยเลือกเป็นประเทศ จังหวัด หรือ เลือกแบบปักหมุดเพื่อเจาะจงสถานที่และระยะทางก็สามารถทำได้


รวมไปถึงการกำหนดความสนใจ และพฤติกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้เพื่อให้ Facebook นำส่งโฆษณาของเราไปยังผู้ที่มีแนวโน้มจะสนใจและสั่งซื้อสินค้าของเราได้ใกล้เคียงมากที่สุด ซึ่งผู้ที่เริ่มต้นยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊คส่วนใหญ่ มักเริ่มจากกลุ่มเป้าหมายในลักษณะนี้ก่อน เพราะสามารถทำได้ไม่ยุ่งยากและไม่ซับซ้อน เพียงแต่ต้องศึกษาเทคนิค วิธีการวิเคราะห์ ตลอดจนแนวคิดการยิงโฆษณาให้มาก


👉🏻ประเภทที่ 2: การยิงโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมายแบบ Custom Audience

Custom Audience หรือ กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง คือ กลุ่มเป้าหมายที่เราสร้างขึ้นมาเอง เฉพาะจงเจาะจากแหล่งข้อมูลที่เรามี ซึ่งการยิงแบบนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยิงโฆษณาเฟสบุ๊คได้ดีมากค่ะ เพราะว่าแทนที่เราจะต้องมายิงโฆษณาไปหาฐานความสนใจหรืออายุ

ซึ่งจริงๆ มันกว้างมาก ต้องอาศัยการศึกษาวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การสุ่มตัวอย่าง การประเมินความเป็นไปได้ และการคาดเดากลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่ต้องอาศัยประสบการณ์ของแบรนด์ แบรนด์ที่เปิดมานาน ทำธุรกิจมาสักระยะ ก็จะพอรู้จักกลุ่มลูกค้าตัวเองอยู่บ้าง แต่ถ้าต้องการขยายฐานลูกค้าใหม่ หรือที่เรียกว่าเปิดตลาดใหม่ล่ะ? ก็ต้องอาศัยการวิเคราะห์และประเมินใหม่เช่นกัน


แต่การยิงโฆษณาด้วย กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง แบบ Custom Audience จะมาช่วยเราอุดช่องว่างในจุดนี้ เพราะเป็นการยิงโฆษณากลับไปหา กลุ่มเป้าหมายที่เรามีฐานข้อมูลอยู่แล้ว


ถ้าดูจากภาพด้านบนจะเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายแบบ Custom Audience สามารถสร้างจากฐานข้อมูลที่เรามีได้หลายแบบด้วยกัน และวิธีในการนำส่งข้อมูลที่เรามีให้กับ Facebook ก็แตกต่างกันไปด้วยนะคะ สำหรับหัวข้อที่ธุรกิจส่วนใหญ่มักใช้บ่อย ได้แก่


- หัวข้อ Customer List

หมายถึง กลุ่มคนที่เรามีฐานข้อมูลที่เป็นเบอร์โทร หรือ อีเมล เช่น เรามีฐานลูกค้าเก่าอยู่ 1,000 ราย เก็บเป็นเบอร์โทรและอีเมลไว้ เมื่อเราต้องการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อดึงให้ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อของ เราสามารถที่จะสร้างไฟล์ขึ้นมาเป็นไฟล์เบอร์โทรและอีเมล แล้วโยนไปให้เฟสบุ๊คเพื่อทำการยิงโฆษณากลับไปหาเฉพาะคนที่เราใส่ข้อมูลอีเมลและเบอร์โทรไว้เท่านั้น

- หัวข้อ Website

หมายถึง กลุ่มคนที่เคยเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ธุรกิจหรือของบริษัทเรา สามารถทำได้โดยการติดตั้งโค้ดที่เรียกว่า Facebook Pixel ขึ้นไปบนเว็บไซต์ จะเป็นการเชื่อมเฟสบุ๊คแฟนเพจกับเว็บไซต์เราเข้าด้วยกัน เมื่อติดตั้ง Facebook Pixel ไปแล้ว เราจะสามารถทำการยิงโฆษณาเฟสบุ๊คกลับไปหากลุ่มคนที่เคยเข้าชมเว็บไซต์เราได้ค่ะ

ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้ดี เพราะส่วนใหญ่คนที่เข้าเว็บไซต์มา มักมาจากการ search หาจาก Google อีกที ซึ่งคนที่หาข้อมูลใน Google โดยทั่วไปคือคนที่มีความสนใจ หรือ มีความต้องการที่จะซื้อสินค้าชนิดนั้น ๆ อยู่แล้ว แต่การที่เข้ามาดูเว็บไซต์ก่อน เชาอาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อในทันที อาจจะอยู่ระหว่างการตัดสินใจและศึกษาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ ที่เป็นคู่แข่งของเราก่อน


สิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย ก็คือการยิงโฆษณาเฟสบุ๊คกลับไปหาคนเหล่านั้น โดยโฆษณาที่ยิงไปควรเป็นโปรโมชั่น แคมเปญ หรือ สิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ก็จะช่วยให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้นค่ะ


นอกจากนี้ กลุ่มเป้าหมายแบบ Custom Audience หัวข้อ Website ยังมีฟังก์ชันพิเศษอีกอย่าง ซึ่งถ้าเรามีทักษะในการยิงโฆษณาเฟสบุ๊คแบบ Custom Audience เราจะสามารถเจาะจงได้เลยนะคะ ว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะยิงโฆษณาไปหานั้น ต้องเป็นคนที่เข้าเว็บไซต์เราย้อนหลังไปภายในระยะเวลากี่วันหรือกี่เดือน รวมไปถึงกำหนดเจาะจงได้ด้วยว่าต้องการกลุ่มคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เราในหน้าเว็บเพจไหนบ้าง


ซึ่งส่วนใหญ่มักเลือกยิงไปยังกลุ่มคนที่กดเข้ามาดูหน้าสินค้าเพราะนั่นหมายถึงคนที่ต้องการจะซื้อสินค้าจริง ๆ การยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายในแบบ Custom Audience จึงช่วยเพิ่มความแม่นยำได้มากกว่าการยิงโฆษณาแค่แบบฐานความสนใจหรือ Detailed Target Audience แค่อย่างเดียว และโอกาสที่จะปิดการขายได้ก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

- หัวข้อ Facebook Page

หมายถึง การสร้างกลุ่มเป้าหมายในการยิงโฆษณาจากคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับ Facebook Page ของเรา เช่น คนที่เคยทัก Inbox มาสอบถามรายละเอียด หรือ คนที่ทักมาซื้อสินค้าของเรา เป็นต้น แทนที่เราจะยิงโฆษณาโดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามความสนใจ อาทิเช่น ความงาม การก่อสร้าง การลดน้ำหนัก ฯลฯ ซึ่งเป็นคำกว้าง ๆ


ในความเป็นจริง คนที่มีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อาจจะไม่ใช่คนที่อยากจะซื้อสินค้าก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจสถานเสริมความงาม เลือกยิงโฆษณาหากลุ่มคนที่มีความสนใจใน ความงาม และ Skincare แต่ในความเป็นจริง คนที่มีความสนใจเรื่องดังกล่าวอาจจะไม่ได้อยากไปเสริมความงาม แต่แค่อยากซื้อเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็เป็นได้


ดังนั้นแทนที่เราจะยิงโฆษณาแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบกว้าง ๆ สู้เรายิงหาคนที่เคยทัก Inbox ของเราย้อนหลังจะดีกว่า จะย้อนหลังกี่เดือนก็ได้ เพราะคนที่มาสอบถามรายละเอียดสินค้า ถามราคา หรือถามหาโปรโมชั่น มักเป็นคนที่มีความสนใจในสินค้าของเราในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้การยิงโฆษณาแม่นขึ้นและสามารถปิดการขายได้ง่ายขึ้น


👉🏻ประเภทที่ 3: การยิงโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมายแบบ Lookalike Audience

Lookalike Audience คือ กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน หมายถึง มีลักษณะ ความสนใจ ความชอบ ที่คล้ายคลึงกัน


กลุ่มเป้าหมายประเภท Lookalike Audience นี้ มีที่มาจากแนวคิดที่ว่าคน ๆ หนึ่งที่มีความชอบ ความสนใจ มี Passionในแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง คนที่มีลักษณะคล้ายเขาทุกประการ เช่น มีไลฟ์สไตล์คล้าย ๆ กัน หรือ อาจจะอยู่ในช่วงอายุเดียวกัน เป็นเพศเดียวกัน หรือมีความสนใจในชีวิตคล้าย ๆ กัน คน ๆ ย่อมมีแนวโน้มหรือมีโอกาสที่จะชอบในแบรนด์เดียวกันได้


📍วิธีการหากลุ่มเป้าหมาย Facebook

1. กลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร?

สำหรับการยิงแอด Facebook เราก็ต้องรู้ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร โดยหลักๆ Facebook จะมีสิ่งที่ต้องกำหนดเมื่อเราต้องทำโฆษณาแบบปกติอยู่ 3 – 4 ตัว ซึ่งหากเรามองตัวโฆษณา Facebook นี้ดีๆ ก็จะเหมือนกับ Market Segment การแบ่งส่วนตลาดนั่นเอง (แต่ Facebook เอามากำหนดแบ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย)

- กำหนดตำแหน่งที่ตั้ง

- กำหนดอายุ เพศ

- กำหนดตามความสนใจหรือพฤติกรรม

- ภาษา (แล้วแต่ธุรกิจจะใช้ ขึ้นอยู่กับสินค้าและบริการด้วย)

คร่าวๆ ให้เราทำความเข้าใจกับสินค้าหรือบริการของเราก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของเราจะเป็นใคร แล้วเราถึงไปกำหนดใส่กลุ่มเป้าหมายใน Facebook อีกครั้งหนึ่ง


2. 6W1H เอามาปรับใช้ให้เข้าใจสินค้าตัวเองมากขึ้น

หากใครยังนึกไม่ออก สามารถใช้หลักการ 6W1H ที่เป็นทฤษฎีทำให้เราเข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น แต่ประยุกต์ใช้กับสินค้าหรือบริการของตัวเอง ซึ่งนำมาวิเคราะห์ได้ใกล้เคียงกัน ช่วยในการทำความเข้าใจกับสินค้าหรือบริการคุณได้เช่นกัน และน่าจะเห็นภาพได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงมันยังสามารถช่วยให้เรากำหนดกรอบของกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการนำเสนอได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย


3. เครื่องมือฟรี Facebook Audience Insights

เครื่องมือสุดเจ๋งจาก Facebook ที่จะช่วยบอกคุณได้แบบดีมากๆ เลยทีเดียวว่ากลุ่มเป้าหมายที่คุณคิดมานั้นตรงหรือไม่กับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ใน Facebook ซึ่งจะบอกทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับความสนใจเพจ อายุ ที่อยู่อาศัย อุปกรณ์มือถือที่กลุ่มเป้าหมายนั้นใช้งานอยู่ งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า


เริ่มต้นเปิดหน้า Facebook Ads Audience Insights ขึ้นมาก่อนเลย แต่ต้องเปิดบนคอม iPad Tablet หรืออุปกรณ์ที่สามารถปรับแสดงผลเหมือนกับคอมพิวเตอร์ได้นะ หากใช้เวอร์ชั่นโทรศัพท์มันจะไม่สามารถแสดงผลได้


เข้าลิงค์แล้วก็จะเจอหน้าตาแบบรูปด้านล่าง ให้กดเลือก “ทุกคนบน Facebook”


ต่อมาในวงสีแดงให้เราใส่ประเทศหรือจังหวัดที่เราต้องการ แต่ในที่นี้จะใส่ “ประเทศไทย” ลงไปเลย ส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้คือเราสามารถดูได้ว่าเราเลือกดูข้อมูลประเทศอะไรอยู่


เลือกเกณฑ์อายุที่เรากำหนดไว้ และเพศที่เราต้องการหากลุ่มเป้าหมาย Facebook ได้เลย


ต่อมาให้เราใส่ความสนใจที่เราลิสต์ไว้เบื้องต้นลงไปได้เลย แล้วหน้า Dashboard ก็จะเปลี่ยนไป


เบื้องต้นจะดูก่อนว่าตรงการถูกใจเพจกับหมวดหมู่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายที่เรากรอกลงไปหรือไม่ เน้นว่าการถูกใจเพจถ้าสัก 3 – 6 อันดับแรกใกล้เคียงกับธุรกิจเราก็ถือว่ากลุ่มเป้าหมายนี้ไปต่อได้ ส่วนหมวดหมู่เองก็เช่นกัน แต่ในภาพด้านล่างถ้าทำธุรกิจรับตัดเสื้อทีมบอล อาจจะต้องหา Scope กลุ่มเป้าหมายให้ได้ชัดเจนมากกว่านี้


นอกจากนี้เราสามารถดูหัวข้ออื่นๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ตั้ง กิจกรรม ข้อมูลประชากรศาสตร์ เพื่อที่เราจะได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์คาดการณ์เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายได้

ทั้งนี้เวลาทำจะใช้คู่กับ Facebook Ads Manager ด้วยในการค้นหา เนื่องจากว่าใน Audience Insight จะไม่บอกว่าจริงๆ แล้วกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้เป็นความสนใจ หรือเป็นตำแหน่งงานกันแน่ เพื่อให้เลือกได้ตรงตามความต้องการก็เลยใช้คู่กัน


หากเราหากลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับความต้องการของเราได้แล้ว ก็นำกลุ่มเป้าหมายนั้นไปยิงแอด Facebook ได้เลยทันที


4. หาด้วยโปรแกรมเจาะกลุ่มเป้าหมาย InterestPRO

กลุ่มเป้าหมายที่ Facebook แสดงอยู่นั้นมีจำนวนน้อยมากๆ ยิ่งสำหรับกลุ่มเป้าหมายลึกๆ แล้ว Facebook นี่ไม่เอาขึ้นมาโชว์เลยหากเราพิมพ์คำหรือคีย์เวิร์ดนั้นๆ ไม่ถูก แถมบางคำพิมพ์ตรงแล้วก็ยังไม่ขึ้นอีกต่างหาก ดังนั้นแล้วเนี่ย “โปรแกรมเจาะกลุ่มเป้าหมาย” ก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้หากลุ่มเป้าหมายที่แอบซ่อนอยู่ของ Facebook ด้วยการดึง API จากโฆษณา Facebook ออกมาเป็นกลุ่มเป้าหมายให้เราเลือกได้เลย


5. ไอเดียหากลุ่มเป้าหมาย Facebook

ทำโฆษณา Facebook Ads แต่ละครั้งเราแทบจะหากลุ่มเป้าหมายใหม่เกือบทุกรอบ หรือสำหรับคนที่ทำแอด Facebook ใหม่ๆ อาจจะยังงงว่าต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายยังไง หรือจะต้องใส่ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายสินค้า


ต้องบอกเลยว่าอาจจะไม่ได้ผล เพราะสิ่งที่คิดกับสิ่งที่ Facebook มี กลุ่มเป้าหมายเค้าไม่ได้ตรงเป๊ะๆ ขนาดนั้น เราจึงต้องมาหากลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมผสมผสานเพื่อให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น เหมือนกับการผสมสีต่างๆ ให้ได้สีที่เราต้องการนี่แหละ


- ใส่กลุ่มเป้าหมายแบบผสม

การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย Facebook ไม่จำเป็นเพียงแค่เราต้องใส่ชื่อตรงๆ หรือใส่ให้ตรงกับตัวสินค้าเท่านั้น เราสามารถนำกลุ่มเป้าหมายมาผสมรวมกันได้หากเป็นพฤติกรรมใกล้เคียงกันเพื่อให้โฆษณา Facebook ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการมากที่สุด ตัวอย่างเช่น ขายครีมทาผิว ก็สามารถใส่กลุ่มเป้าหมายเครื่องสำอางหรือคลินิกเสริมความงามได้ เพราะจัดอยู่ในหมวดที่ใกล้เคียงกัน


- ไปส่องในเพจที่ใกล้เคียงกับเรา

ลองไล่ดูจากเพจคนอื่นว่าคนที่มาคอมเมนต์หรือมาถูกใจเพจเค้าบ่อยๆ ที่ทำไมถึงมา ลักษณะพฤติกรรมเป็นอย่างไร เพื่อที่เราจะได้นำมาปรับปรุงโฆษณาของเราและกลุ่มเป้าหมายของเรา ดังตัวอย่างข้างล่าง สมมติทำเพจเกี่ยวกับคลิปวิดีโอ ก็เข้าไปดูเพจที่ใกล้เคียงกับเราว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร ลักษณะเป็นอย่างไรในเบื้องต้น และนำมาวิเคราะห์ต่อเพื่อทำโฆษณาหรือคอนเทนต์ต่างๆ


- ไปไล่ดูจากโฆษณาที่ส่งมาหาเรา

เราสามารถเข้าไปเลือกดูโฆษณาของคู่แข่งหรือบุคคลที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกับคุณ และยังสามารถแอบดูกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นได้อีกด้วย สามารถทำตามรูปด้านล่างได้เลย


- หาไอเดียโฆษณาเพื่อเอามาปรับใช้กับเพจตัวเองด้วย Facebook Ads Library

เริ่มต้นให้เราเข้าลิงค์นี้ก่อน : Facebook Ads Library เมื่อเข้าเรียบร้อยแล้วก็ทำการกรอกชื่อเพจที่เราต้องการลงในกรอบ


📍5 วิธีหากลุ่มเป้าหมายไว้ยิงแอด

1. เลือกกลุ่มเป้าหมายจาก interest

วิธีนี้อาจจะเป็นวิธีเบสิกที่หลายๆ คนทำกัน แต่รู้มั้ยว่าการยิงให้โดน interest ลูกค้าตรงกลุ่มจริงๆ จะต้องตั้ง interest ให้เจาะลึก ลงไปให้ได้เยอะที่สุดแต่ยังได้ปริมาณที่เยอะอยู่ เช่น ร้านขายเสื้อผ้า target เราคือกลุ่มวัยรุ่น แต่จริงๆ แล้วอาจจะต้องลงลึกไปถึงพฤติกรรมเช่น สนใจการแต่งกายแบบ street อาจจะชอบการเต้น ชอบดูคลิปเต้น ชอบฟังเพลงแนว pop dance เป็นต้น


2. เลือกกลุ่มเป้าหมายจากพื้นที่

โดยเฉพาะธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือแฟรนชายที่อาศัยกลุ่มคนในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เราสามารถเลือกยิงแอดจากโลเคชั่นหรือพื้นที่รัศมีที่ใกล้เคียงกับบริเวณร้านที่ตั้งของเรา เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดได้


3. เลือกกลุ่มเป้าหมายที่ไลค์เพจ/ไม่ไลค์เพจเรา

วิธีนี้มีข้อดีตรงที่ว่าเราจะสามารถเลือกยิงแอดออกไปหากลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันได้ดีขึ้น เช่น เราจะยิงแอดคนที่ไม่ไลค์เพจเราเพื่อให้แอดออกไปหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยรู้จัก หรือเราจะยิงไปหาลูกค้ากลุ่มเดิมเวลามีสินค้าใหม่ๆ เกิดขึ้น เมื่อเราต้องการ re-target ซึ่งเราจะต้องเลือกใช้ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

4. เลือกกลุ่มเป้าหมายที่เคยดู content / วิดีโอของเรา

วิธีนี้จะช่วยให้เราเข้าใกล้การตัดสินใจซื้อของลูกค้าไปอีกขั้น เพราะเราสามารถยิงแอดไปยังกลุ่มคนที่เคยดูหรือเคยอ่าน content ที่เราลงแปลว่าคนๆ นั้นมีความสนใจในสินค้าของเรามากขึ้น ทำให้เรายิงแอดปิดการขายได้ง่ายขึน


5. เลือกกลุ่มเป้าหมายแบบ custom

รูปแบบนี้จะเป็นการยิงแอดที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพราะเป็นการยิงแอดจากกลุ่มลูกค้าที่เรามีข้อมูลอยู่แล้ว import file เข้าไปโดยตรง แต่วิธีนี้จะต้องมีข้อมูลลูกค้า/ฐานข้อมูลเดิมมาก่อนนะ (ซึ่งในปัจจุบันจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าก่อนนำข้อมูลไปใช้ ตามพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA)


-----------------------------------------------------------------------------------

สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด | รับสร้างแบรนด์ | รับทำการตลาดออนไลน์ | รับทำแผนการตลาดออนไลน์ | รับสร้างแบรนด์ | รับดูแล Facebook แฟนเพจ | รับดูแล LINE OA สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์

ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้

------------------------------------------------------------------------------------


💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙

📱Tel : 0840104252 📱0947805680

สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์)

┏━━━━━━━━━┓

📲 LINE: @chatstick

┗━━━━━━━━━┛

หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM

🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran

🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

แท็ก:

ดู 96 ครั้ง
CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม2_2.png
CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม3.png
Recent Posts