top of page

How To SALE❓ สินค้าอย่างไรลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ


How To SALE❓  สินค้าอย่างไรลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ  เจ้าตัว ‘SALE’ หรือการลดราคาตามท้องตลาดเป็นมือสังหารธุรกิจรายย่อยชั้นยอด เพราะพ่อค้าแม่ค้าหลายรายต้องถอดใจใส่เกียร์กลับบ้านกับเจ้ามือสังหารนี้มาแล้ว  David Ogilvy เจ้าพ่อแห่งวงการธุรกิจโฆษณาและการตลาด ย้ำไว้ในหนังสือ Confessions of an Advertising Man ของเขาว่า “การลดราคาแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลอย่างมากก็ทำได้แค่หลอกล่อให้คุณลูกค้ามาลองซื้อสินค้าของคุณดู แต่สุดท้ายพวกเขาจะกลับไปซื้อยี่ห้อที่เขาคุ้นเคย ราวกับไม่มีการลดราคาแบบนี้เกิดขึ้น”  เขายังเสริมต่อว่า “การลดราคาเหมือนเป็นยาเสพติด จากการสัมภาษณ์พนักงานขายของแบรนด์ชั้นนำของโลกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าสินค้าไม่ลดราคา คุณลูกค้าจะเปลี่ยนแบรนด์ไปเลย รอให้สินค้านั้นลดราคาอีกครั้ง คุณลูกค้าถึงจะกลับมาซื้อใหม่”  นั่นหมายความว่า พ่อค้าแม่ค้าจะต้องขายสินค้าในราคาที่ติดป้าย ‘SALE’ ตลอด เพราะฉะนั้นเห็นอย่างนี้แล้ว พ่อค้าแม่ค้าคงต้องวางกลยุทธ์การขายใหม่ซะแล้ว ถึงการลดราคาจะดึงดูดลูกค้ารายใหม่ได้ดีก็จริง แต่พ่อค้าแม่ค้าก็เสี่ยงที่จะได้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อเพราะโปรโมชั่นลดราคาเท่านั้น และเขาจะไม่กลับมาซื้อสินค้าของพ่อค้าแม่ค้าอีก ถ้าไม่มีลดราคาอีก  แล้ววิธีไหนจะเป็นวิธีการลดราคาที่ดีเหมือนลงยันต์นางกวักผลักให้พ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าดีเป็นเทน้ำเททา เรียกว่าลงของเท่านั้นก็หมดเอา ๆ ไม่มีค้างสต็อกเลย  หลักการคิดพื้นฐานในการลดราคาคือพ่อค้าแม่ค้าจะต้องรักษาฐานลูกค้าให้เข้ามาซื้อในราคาปกติให้ได้ก่อน แล้วค่อยให้โปรโมชั่นลดราคาในการซื้อครั้งต่อไป เพื่อให้คุณลูกค้ารีบกลับมาซื้อสินค้าให้บ่อยที่สุด และเร็วที่สุด  📣 3 วิธีให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และบอกต่อ    1.การตลาดแบบ Personalization มาเริ่มกันที่ Personalization หรือ การทำตลาดแบบรายบุคคล ที่ถือว่าเป็นเทคนิคมัดใจลูกค้ายุคดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพที่สุด เพราะแท้จริงแล้ว ลูกค้าทุกคนมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มเดียวกันก็ตาม ดังนั้นการตลาด แบบเเบ่งตามเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น อายุ เพศ รายได้ ความชอบ อาจไม่ตอบโจทย์เรื่องความต้องการของผู้บริโภคมากพอ ลองคิดถึงการซื้อของกับร้านค้าที่รู้จักเรา และเขาเสนอสินค้าที่ถูกใจเราที่สุดทันที โดยที่เราไม่ต้องบอกดูครับ นั่นคือการทำงานของการตลาดแบบ Personalization  ไม่ใช่เพียงแค่หาลูกค้าใหม่เเต่ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ โดยสร้างความประทับใจให้ลูกค้าเพื่อให้ลูกค้ามีความจงรักต่อแบรนด์ และเมื่อนึกอยากจะซื้อสินค้าประเภทนี้เมื่อใด ก็จะนึกถึงแบรนด์เราเป็นอันดับเเรก สามารถทำได้จากการเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า ดูจากประวัติการใช้งานเว็บไซต์ หน้าใดที่ลูกค้าสนใจ หรือสินค้าที่ลูกค้าเคยซื้อไปแล้วเป็นแบบใด แล้วนำมาจัดทำเป็น Persona ที่บันทึกข้อมูลเอาไว้ เมื่อมีสินค้าหรือบริการที่ตรงกับลูกค้า ก็ต้องนำเสนอทันที หรือเมื่อลูกค้ามีปัญหาอะไร ก็ต้องช่วยแก้ไขปัญหาหรือให้คำปรึกษาแบบเฉพาะเจาะจงได้ หรือแม้แต่การนำเสนอคอนเทนต์พิเศษ ๆ ที่ตรงกับความสนใจของลูกค้า เพื่อเป็นการกระตุ้นความสัมพันธ์กับลูกค้าตลอดเวลา ซึ่งนั่นจะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความใส่ใจของบริษัท และเกิดเป็นความสบายใจ ไว้ใจ ในการใช้บริการต่อไปครับ สำหรับขั้นตอนเเละประโยชน์ของการทำ Persona ของลูกค้าผมจะเขียนแยกอีก blog ให้เข้าใจกันง่าย ๆ นะครับ  อย่างไรก็ตามข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าถือเป็นความลับที่บริษัทต้องรักษาไว้ ห้ามนำไปเผยแพร่เพื่อผลประโยชน์ด้านอื่น ๆ และการทำตลาดแบบ Personalization นี้ ต้องไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกก้าวก่ายหรือ ล้ำเส้น และต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงครับ  2.บริการหลังการขาย เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบ B2C หรือ B2B ที่ทำให้เกิดความไว้วางใจ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อทำให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำ การแนะนำ บอกต่อ เพราะการขาย ไม่ใช่แค่ปิดการขายรับเงินแล้วจบนั่นเองครับ ดังนั้นเมื่อผู้ขายจะขายสินค้าก็ควรเตรียมระบบการบริการหลังการขายเอาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ทีมช่าง หรือทีม Customer service ที่มีหน้าที่คอยช่วยเหลือลูกค้า ไม่ว่ามีปัญหาอะไรหลังจากที่ซื้อสินค้าหรือได้ใช้บริการแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจากจะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจก่อนการซื้อว่าสินค้ามีการประกันสินค้าเเล้ว ยังช่วยให้ลูกค้าไว้ใจที่จะใช้บริการหรือซื้อสินค้าต่อไป และยังส่งผลให้ทางบริษัทได้รับฟีดแบค ความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการเพื่อนำไปปรับปรุงคุณภาพ หรือจุดบกพร่องของเเบรนด์ได้ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ      ข้อสำคัญที่สุดของการบริการหลังการขายคือ “ความเร็ว” เมื่อลูกค้ามีปัญหา ต้องแก้ไขโดยเร็วที่สุด หากปัญหาไม่สามารถแก้ไขโดยเร็ว ก็ต้องคอยอัพเดตขั้นตอน ถามไถ่ เพื่อเเสดงให้เห็นถึงความสนใจ ใส่ใจที่จะคอยเชื่อเหลือ รวมถึงช่องทางการติดต่อ ต้องสะดวกและมีการสื่อสารที่ว่องไวทันสมัย  3.Campaign บอกต่อ เป็นการตลาดแบบบอกต่อที่กระตุ้นให้ผู้ซื้อได้ทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น การชวนเพื่อนมา ซื้อ 1 แถม 1 หรือมีส่วนลดหรือของแถมเมื่อ Share ลงบน Social media นอกจากจะเป็นการกระตุ้นความสนใจให้ผู้ซื้อซื้อสินค้าแล้ว ยังทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านการบอกต่อแบบ ปากต่อปาก หรือกิจกรรมชวนเพื่อนมาร่วมสนุกบน Social media แต่ในยุคสมัยปัจจุบัน Social media เข้ามามีบทบาทและช่วยเหลือผู้ประกอบการในการทำแคมเปญต่าง ๆ ทำให้มากขึ้น ซึ่งทำให้การตลาดแบบบอกต่อทำได้ง่าย และสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ที่แม่นยำได้อีกด้วย เช่นการให้ส่วนลดเมื่อแชร์โพสต์ของร้านค้า หรือการแท็กเพื่อนมาร่วมกิจกรรม เพราะจะมีการเก็บข้อมูลว่าโฆษณา หรือแคมเปญของเรามีการแชร์และยอดเข้าชมมากเพียงใด  สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ แคมเปญของคุณน่าสนใจพอที่จะดึงดูดผู้บริโภคหรือเปล่า การจะทำให้โฆษณา หรือแคมเปญโฆษณาของเราเกิดเป็นกระแส จำเป็นที่จะต้องนำเสนอสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เมื่อปล่อยแคมเปญใดไปก็ตามแบรนด์ต้องกำหนดแนวทาง สี ธีม และอารมณ์ว่าจะให้การโฆษณานั้นออกไปสู้ผู้ชมในรูปแบบไหน หรืออาจเน้นให้กระตุ้นความรู้สึกผู้บริโภคที่จะมีร่วมกับสื่อของเรา และเมื่อแคมเปญนั้น ๆ “โดนใจ” ผู้บริโภคเมื่อไหร่ การบอกต่อก็จะตามมาเอง  ----------------------------------------------------------------------------------- สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด  | รับสร้างแบรนด์  | รับทำการตลาดออนไลน์  | รับทำแผนการตลาดออนไลน์  | รับสร้างแบรนด์  | รับดูแล Facebook แฟนเพจ  | รับดูแล LINE OA    สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง   รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์ >> https://www.chatstickmarket.com/langran  ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้ >>https://www.chatstickmarket.com/portfolio  ------------------------------------------------------------------------------------  💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙 📱Tel : 0840104252 📱0947805680 สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์) 📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH  ┏━━━━━━━━━┓ 📲 LINE: @chatstick ┗━━━━━━━━━┛ หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM  🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran  🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

How To SALE สินค้าอย่างไรลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ


เจ้าตัว ‘SALE’ หรือการลดราคาตามท้องตลาดเป็นมือสังหารธุรกิจรายย่อยชั้นยอด เพราะพ่อค้าแม่ค้าหลายรายต้องถอดใจใส่เกียร์กลับบ้านกับเจ้ามือสังหารนี้มาแล้ว


David Ogilvy เจ้าพ่อแห่งวงการธุรกิจโฆษณาและการตลาด ย้ำไว้ในหนังสือ Confessions of an Advertising Man ของเขาว่า “การลดราคาแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลอย่างมากก็ทำได้แค่หลอกล่อให้คุณลูกค้ามาลองซื้อสินค้าของคุณดู แต่สุดท้ายพวกเขาจะกลับไปซื้อยี่ห้อที่เขาคุ้นเคย ราวกับไม่มีการลดราคาแบบนี้เกิดขึ้น”


เขายังเสริมต่อว่า “การลดราคาเหมือนเป็นยาเสพติด จากการสัมภาษณ์พนักงานขายของแบรนด์ชั้นนำของโลกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าสินค้าไม่ลดราคา คุณลูกค้าจะเปลี่ยนแบรนด์ไปเลย รอให้สินค้านั้นลดราคาอีกครั้ง คุณลูกค้าถึงจะกลับมาซื้อใหม่”


นั่นหมายความว่า พ่อค้าแม่ค้าจะต้องขายสินค้าในราคาที่ติดป้าย ‘SALE’ ตลอด เพราะฉะนั้นเห็นอย่างนี้แล้ว พ่อค้าแม่ค้าคงต้องวางกลยุทธ์การขายใหม่ซะแล้ว ถึงการลดราคาจะดึงดูดลูกค้ารายใหม่ได้ดีก็จริง แต่พ่อค้าแม่ค้าก็เสี่ยงที่จะได้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อเพราะโปรโมชั่นลดราคาเท่านั้น และเขาจะไม่กลับมาซื้อสินค้าของพ่อค้าแม่ค้าอีก ถ้าไม่มีลดราคาอีก


แล้ววิธีไหนจะเป็นวิธีการลดราคาที่ดีเหมือนลงยันต์นางกวักผลักให้พ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าดีเป็นเทน้ำเททา เรียกว่าลงของเท่านั้นก็หมดเอา ๆ ไม่มีค้างสต็อกเลย


หลักการคิดพื้นฐานในการลดราคาคือพ่อค้าแม่ค้าจะต้องรักษาฐานลูกค้าให้เข้ามาซื้อในราคาปกติให้ได้ก่อน แล้วค่อยให้โปรโมชั่นลดราคาในการซื้อครั้งต่อไป เพื่อให้คุณลูกค้ารีบกลับมาซื้อสินค้าให้บ่อยที่สุด และเร็วที่สุด


📣 3 วิธีให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และบอกต่อ

1.การตลาดแบบ Personalization

มาเริ่มกันที่ Personalization หรือ การทำตลาดแบบรายบุคคล ที่ถือว่าเป็นเทคนิคมัดใจลูกค้ายุคดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพที่สุด เพราะแท้จริงแล้ว ลูกค้าทุกคนมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มเดียวกันก็ตาม ดังนั้นการตลาด แบบเเบ่งตามเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น อายุ เพศ รายได้ ความชอบ อาจไม่ตอบโจทย์เรื่องความต้องการของผู้บริโภคมากพอ ลองคิดถึงการซื้อของกับร้านค้าที่รู้จักเรา และเขาเสนอสินค้าที่ถูกใจเราที่สุดทันที โดยที่เราไม่ต้องบอกดูครับ นั่นคือการทำงานของการตลาดแบบ Personalization


ไม่ใช่เพียงแค่หาลูกค้าใหม่เเต่ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ โดยสร้างความประทับใจให้ลูกค้าเพื่อให้ลูกค้ามีความจงรักต่อแบรนด์ และเมื่อนึกอยากจะซื้อสินค้าประเภทนี้เมื่อใด ก็จะนึกถึงแบรนด์เราเป็นอันดับเเรก สามารถทำได้จากการเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า ดูจากประวัติการใช้งานเว็บไซต์ หน้าใดที่ลูกค้าสนใจ หรือสินค้าที่ลูกค้าเคยซื้อไปแล้วเป็นแบบใด แล้วนำมาจัดทำเป็น Persona ที่บันทึกข้อมูลเอาไว้ เมื่อมีสินค้าหรือบริการที่ตรงกับลูกค้า ก็ต้องนำเสนอทันที หรือเมื่อลูกค้ามีปัญหาอะไร ก็ต้องช่วยแก้ไขปัญหาหรือให้คำปรึกษาแบบเฉพาะเจาะจงได้ หรือแม้แต่การนำเสนอคอนเทนต์พิเศษ ๆ ที่ตรงกับความสนใจของลูกค้า เพื่อเป็นการกระตุ้นความสัมพันธ์กับลูกค้าตลอดเวลา ซึ่งนั่นจะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความใส่ใจของบริษัท และเกิดเป็นความสบายใจ ไว้ใจ ในการใช้บริการต่อไปครับ สำหรับขั้นตอนเเละประโยชน์ของการทำ Persona ของลูกค้าผมจะเขียนแยกอีก blog ให้เข้าใจกันง่าย ๆ นะครับ


อย่างไรก็ตามข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าถือเป็นความลับที่บริษัทต้องรักษาไว้ ห้ามนำไปเผยแพร่เพื่อผลประโยชน์ด้านอื่น ๆ และการทำตลาดแบบ Personalization นี้ ต้องไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกก้าวก่ายหรือ ล้ำเส้น และต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงครับ


2.บริการหลังการขาย

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบ B2C หรือ B2B ที่ทำให้เกิดความไว้วางใจ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อทำให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำ การแนะนำ บอกต่อ เพราะการขาย ไม่ใช่แค่ปิดการขายรับเงินแล้วจบนั่นเองครับ ดังนั้นเมื่อผู้ขายจะขายสินค้าก็ควรเตรียมระบบการบริการหลังการขายเอาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ทีมช่าง หรือทีม Customer service ที่มีหน้าที่คอยช่วยเหลือลูกค้า ไม่ว่ามีปัญหาอะไรหลังจากที่ซื้อสินค้าหรือได้ใช้บริการแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจากจะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจก่อนการซื้อว่าสินค้ามีการประกันสินค้าเเล้ว ยังช่วยให้ลูกค้าไว้ใจที่จะใช้บริการหรือซื้อสินค้าต่อไป และยังส่งผลให้ทางบริษัทได้รับฟีดแบค ความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการเพื่อนำไปปรับปรุงคุณภาพ หรือจุดบกพร่องของเเบรนด์ได้ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ


ข้อสำคัญที่สุดของการบริการหลังการขายคือ “ความเร็ว” เมื่อลูกค้ามีปัญหา ต้องแก้ไขโดยเร็วที่สุด หากปัญหาไม่สามารถแก้ไขโดยเร็ว ก็ต้องคอยอัพเดตขั้นตอน ถามไถ่ เพื่อเเสดงให้เห็นถึงความสนใจ ใส่ใจที่จะคอยเชื่อเหลือ รวมถึงช่องทางการติดต่อ ต้องสะดวกและมีการสื่อสารที่ว่องไวทันสมัย


3.Campaign บอกต่อ

เป็นการตลาดแบบบอกต่อที่กระตุ้นให้ผู้ซื้อได้ทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น การชวนเพื่อนมา ซื้อ 1 แถม 1 หรือมีส่วนลดหรือของแถมเมื่อ Share ลงบน Social media นอกจากจะเป็นการกระตุ้นความสนใจให้ผู้ซื้อซื้อสินค้าแล้ว ยังทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านการบอกต่อแบบ ปากต่อปาก หรือกิจกรรมชวนเพื่อนมาร่วมสนุกบน Social media แต่ในยุคสมัยปัจจุบัน Social media เข้ามามีบทบาทและช่วยเหลือผู้ประกอบการในการทำแคมเปญต่าง ๆ ทำให้มากขึ้น ซึ่งทำให้การตลาดแบบบอกต่อทำได้ง่าย และสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ที่แม่นยำได้อีกด้วย เช่นการให้ส่วนลดเมื่อแชร์โพสต์ของร้านค้า หรือการแท็กเพื่อนมาร่วมกิจกรรม เพราะจะมีการเก็บข้อมูลว่าโฆษณา หรือแคมเปญของเรามีการแชร์และยอดเข้าชมมากเพียงใด


สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ แคมเปญของคุณน่าสนใจพอที่จะดึงดูดผู้บริโภคหรือเปล่า การจะทำให้โฆษณา หรือแคมเปญโฆษณาของเราเกิดเป็นกระแส จำเป็นที่จะต้องนำเสนอสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เมื่อปล่อยแคมเปญใดไปก็ตามแบรนด์ต้องกำหนดแนวทาง สี ธีม และอารมณ์ว่าจะให้การโฆษณานั้นออกไปสู้ผู้ชมในรูปแบบไหน หรืออาจเน้นให้กระตุ้นความรู้สึกผู้บริโภคที่จะมีร่วมกับสื่อของเรา และเมื่อแคมเปญนั้น ๆ “โดนใจ” ผู้บริโภคเมื่อไหร่ การบอกต่อก็จะตามมาเอง


-----------------------------------------------------------------------------------

สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด | รับสร้างแบรนด์ | รับทำการตลาดออนไลน์ | รับทำแผนการตลาดออนไลน์ | รับสร้างแบรนด์ | รับดูแล Facebook แฟนเพจ | รับดูแล LINE OA สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์

ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้

------------------------------------------------------------------------------------


💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙

📱Tel : 0840104252 📱0947805680

สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์)

┏━━━━━━━━━┓

📲 LINE: @chatstick

┗━━━━━━━━━┛

หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM

🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran

🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

แท็ก:

ดู 10 ครั้ง

Comments


CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม2_2.png
CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม3.png
Recent Posts
c24f0332fa3b87f8a304140403b893510_64100212_210625.jpg
244712625_300456528129611_2152723951836713111_n.jpg
5.png
4.png
Button Event สติกเกอร์.png
2.png
Button ChatStick Market.png
bottom of page