top of page

เริ่มทำ Google Ads ด้วยตัวเองที่การสร้าง Search Campaign อย่างง่าย✨


เริ่มทำ Google Ads ด้วยตัวเองที่การสร้าง Search Campaign อย่างง่าย✨  การทำ Google Ads ไม่ใช่แค่เพียงการซื้อ Keyword เพื่อให้เว็บไซต์ของเราไปแสดงอยู่บนหน้าแรกของ Google เท่านั้น แต่เราต้องศึกษา ค้นหาวิธีที่จะทำให้ โฆษณาของเราสามารถสร้างยอดขายได้จริงๆ ได้กำไรจากการทำ Google Ads ทำยังไงให้ค่าโฆษณาของเราถูกลง ทำยังไงให้โฆษณาของเรายิงตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการขาย ทำให้คุณเห็นผลลัพธ์จากการทำ Google Ads อย่างชัดเจน  บทความนี้ได้รวบรวมเทคนิคการทำ Google Ads เอาไว้แล้ว มาดูกันว่าเขาทำอย่างไร ถึงสร้างยอดขายให้กับหลายๆ ธุรกิจได้  📍โฆษณา Google Ads คือ ? Google Ads คือ การทำโฆษณาผ่านเครือข่าย Google โดยอาศัยจุดแข็งของ Google ที่มีผู้เข้าใช้งานในหลักล้านคนต่อวัน ซึ่งรูปแบบโฆษณาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Google Search  สาเหตุที่หลายแบรนด์เลือกใช้ Google Search เพราะจำนวนผู้เข้าใช้ Google เพื่อค้นหาข้อมูลในประเทศไทยต่อเดือนมีจำนวนสูงถึง 4 ร้อยกว่าล้านคน เฉลี่ยแล้วมีผู้ใช้วันละ 13 ล้านคน (อ้างอิงจากข้อมูลสถิติ HootSuite Digital Marketing 2019) ทำให้ Google แปรสภาพเป็นตลาดออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่มาก และมีโอกาสที่เจ้าของธุรกิจจะขายสินค้าหรือบริการผ่านการทำ Google Ads ได้เพิ่มมากขึ้น  📍สมัครบัญชี  Google Ads ยังไง การจะทํา Google Ads ด้วยตัวเอง ต้องเริ่มต้นจากการสมัครสมาชิกสร้างบัญชี Gmail ซะก่อน แล้วจึงลงทะเบียนสมัครบัญชี Google Ads ที่เว็บ https://ads.google.com/intl/th_TH/home/ แล้วจึงค่อยเริ่มต้นสร้างแคมเปญโฆษณา  📍องค์ประกอบของบัญชี Google Ads การจะสร้างโฆษณาที่ดีก่อนสร้างเราต้องกำหนดเป้าหมายของเราให้ชัดเจนว่าเราอยากโฆษณาอะไร สินค้าเราคืออะไร แล้วอยากให้คนกลุ่มไหนเห็นโฆษณาของเรา อยากให้เห็นแล้วทำอะไร เป็นต้น   เมื่อวางแผนได้ชัดเจนแล้วจึงค่อยมาสร้างโฆษณา (Ads) การที่เราชัดเจนว่าเราจะสร้างอะไรจะช่วยให้เราสามารถสร้างโฆษณาและร่างโครงสร้างของแคมเปญ (Campaign) ที่เหมาะสมได้ง่ายมากขึ้น   หากจะมองภาพรวมของบัญชี Google Ads เราอาจจะแยกองค์ประกอบของบัญชี Google Ads เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ  📍การใช้งาน Keyword Planner เบื้องต้น เริ่มจากไปที่เว็บไซต์ https://ads.google.com/home/tools/keyword-planner/ อย่าลืมลงชื่อเข้าใช้งานจากบัญชีที่ตัวเองมีอยู่ จากนั้นดูที่แถบด้านบนแล้วเลือก Tools มองหาคำว่า Keyword Planner ภายใต้หัวข้อ Planning   จากนั้นก็ใส่คำค้นหาหรือ Keywords เบื้องต้น เพื่อดูคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง เราจะเจอทั้งคำที่เกี่ยวข้องกับคำที่เราตั้งใจเสิร์ช ราคาของ Keyword และจำนวนครั้งของการค้นหาคำนั้นต่อเดือน แนวโน้มที่คนจะสนใจคำนั้น เพื่อวิเคราะห์ในการทำการตลาดต่อไป   📍รู้จักประเภทของ Keywords และ Negative Keywords การทำ Keyword Research มีความสำคัญอย่างมากกับการทำ Search Engine Marketing การรู้จักและเลือกใช้คีย์เวิร์ดให้ถูกประเภทจะยิ่งเพิ่มโอกาสให้คุณสามารถทำโฆษณาผ่าน Google Ads ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถบริหารและคุมการใช้ต้นทุนได้อย่างคุ้มค่า   - Broad Keyword  เป็น Keyword แบบกว้างๆ เมื่อมีคนเสิร์ช Keyword ประเภทนี้ ระบบ Search Engine จะวิเคราะห์และแสดงผลคำที่มีความหมายเกี่ยวข้องกันมาแสดงเพิ่มเติม เหมาะกับธุรกิจที่เพิ่งเกิด เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นวงกว้าง  - Broad Match Keyword  เป็น Keyword ที่ทำงานแคบกว่าแบบแรก มักมีเครื่องหมาย (+) นำหน้า สามารถมีคำอื่นๆ หรือรูปประโยคอื่นๆ มาแทรกกับคำหลักได้ แต่จะแสดงผลลัพธ์ที่ตรงกับคำค้นหาเท่านั้น ไม่แสดงคำคล้ายอื่นๆ  - Phrase Keyword  เป็น Keyword ที่มีเครื่องหมาย “-” ทำงานแบบเป็นกลุ่มคำห้ามมีคำอื่นมาแทรกกลาง โดยจะแสดงเฉพาะเว็บไซต์/โฆษณาที่มี Keyword นั้นประกอบอยู่ ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น  - Exact Keyword  เป็น Keyword ที่มีราคาค่า Bid ต่ำที่สุด เนื่องจากเป็นคำที่คนจะค้นหาแบบไม่มีคำอื่นมาปะปน โฆษณาที่จะแสดงผลมักจะต้องมี Keyword ที่ตรงเป๊ะเท่านั้น ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้แม่นยำที่สุด แต่ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ความชำนาญในการหา Keyword สูง  - Negative Keyword  เป็น Keyword ที่มีเครื่องหมายลบนำหน้าไว้ด้วย เพื่อให้นำ Keyword และกลุ่มคนที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงออกไป โดยการช่วยป้องกันลูกค้าที่เคยค้นหา Keyword นั้นแล้วไม่สนใจเว็บไซต์หรือการแสดงผลอื่นๆ รวมถึงโฆษณาของเรา เมื่อเขากลับมาค้นหาใหม่จะไม่เห็นโฆษณา/เว็บไซต์ของเราอีก ทำให้การทํา Google Ads ด้วยตัวเองสามารถเข้าถึงเป้าหมายที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้น  📍เริ่มทำ Google Ads ด้วยตัวเองที่การสร้าง Search Campaign อย่างง่าย หลังจากที่เรามีคำ Keyword ในใจเรียบร้อยแล้ว ก็มาลองเริ่มต้นสร้างแคมเปญโฆษณาทํา Google Ads ด้วยตัวเองกัน สร้างแคมเปญผ่าน Google Ads วิธีทําเริ่มจากคำว่า Campaign ตรงเมนูด้านซ้ายมือ   หลังจากที่เรากดแล้วจะแสดงเครื่องหมายเป็นวงกลมสีน้ำเงินที่มีรูปบวกอยู่ตรงกลาง แล้วกดเลือก New campaign  จากนั้นจึงเลือกประเภทแคมเปญที่จะสร้าง เช่น การเสิร์ช ดิสเพลย์ ช้อปปิ้ง วิดีโอ หรือแอปพลิเคชัน ฯลฯ แต่ถ้าหากไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเป็นพิเศษ ขอแนะนำให้เลือกทำแคมเปญแบบไม่มีเป้าหมายไปก่อน โดยกดที่ Create a Campaign Without a Goal    จากนั้นก็เลือกปลายทางที่เราต้องการให้ผู้คนมาปฏิสัมพันธ์มากขึ้น เช่น เว็บไซต์ของเรา ฯลฯ   จากนั้นจึงเลือก Network ที่โฆษณาเราจะไปแสดง มีให้เลือกระหว่าง Search (บนหน้าค้นหาของกูเกิ้ล) และ Display Network   ต่อจากนั้นอาจเลือก ทั่วประเทศ Thailand หรือเลือก Enter another locations เพื่อระบุจังหวัด หรือเมืองในประเทศอื่นๆ ก็ยังได้   ถัดลงมาจะเป็นส่วน Languages แนะนำให้เลือกภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐาน และถัดลงมาก็สามารถเลือกกลุ่มผู้ชมประเภทต่างๆ   ในส่วนของการตั้งค่า Budget สามารถกำหนดได้ว่า ในแต่ละวัน เราต้องการใช้เงินไปเท่าไหร่ ซึ่งกูเกิ้ลอาจจะมีหักไปน้อยกว่าหรือมากกว่าที่กำหนดไว้ในแต่ละวันบ้าง แต่จะไม่เกินไปกว่างบที่ตั้งไว้ในแต่ละเดือน   ส่วน Bidding หากคุณเป็นมือใหม่หัดลองทำ Google Ads ด้วยตัวเอง หลายคนจะแนะนำให้คุณเลือกแบบ Manual CPC เพื่อที่คุณจะได้ไม่เผลอไปเพิ่มหรือลดราคาต่อคลิกที่จ่ายใดๆ โดยที่ไม่ทันรู้ตัว  หรือจะใช้เทคนิคในการ Bid แบบที่โนเรียเองทำบ่อยก็คือให้ตั้ง Maximise Clicks แล้วให้ตั้งค่าราคาสูงสุดต่อคลิกที่เรายอมจ่าย (Maximum CPC bid limit) เพื่อที่เราจะได้ไม่จ่ายมากไปกว่าที่กำหนดไว้ ข้อดีของ Maximise Clicks ก็คือจะเป็นการ Bid ในแบบที่พยายามทำให้เราได้จำนวน Click มากที่สุดเท่าที่ต้นทุนของเราเอื้ออำนวย  ในภายหลังหากเราเริ่มเชี่ยวชาญ เริ่มมี Conversions ที่หลากหลายและมีจำนวนมากขึ้น ก็อาจจะตั้งให้เป็น Maximise Conversions ก็ได้เช่นกัน  เมื่อกำหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุดของแคมเปญได้แล้ว สามารถมาตั้งค้า Extention ซึ่งก็คือส่วนเสริมเพิ่มเติม เช่น เบอร์โทร ที่อยู่ หรือเพจเว็บไซต์ ต่อจากนั้นก็สามารถกด Save and Continute เพื่อไปใส่คีย์เวิร์ด เขียน Ad แล้วรอให้แคมเปญเริ่มทำงานกัน  ----------------------------------------------------------------------------------- สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด  | รับสร้างแบรนด์  | รับทำการตลาดออนไลน์  | รับทำแผนการตลาดออนไลน์  | รับสร้างแบรนด์  | รับดูแล Facebook แฟนเพจ  | รับดูแล LINE OA    สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง   รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์ >> https://www.chatstickmarket.com/langran  ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้ >>https://www.chatstickmarket.com/portfolio  ------------------------------------------------------------------------------------  💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙 📱Tel : 0840104252 📱0947805680 สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์) 📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH  ┏━━━━━━━━━┓ 📲 LINE: @chatstick ┗━━━━━━━━━┛ หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM  🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran  🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

เริ่มทำ Google Ads ด้วยตัวเองที่การสร้าง Search Campaign อย่างง่าย✨


การทำ Google Ads ไม่ใช่แค่เพียงการซื้อ Keyword เพื่อให้เว็บไซต์ของเราไปแสดงอยู่บนหน้าแรกของ Google เท่านั้น แต่เราต้องศึกษา ค้นหาวิธีที่จะทำให้ โฆษณาของเราสามารถสร้างยอดขายได้จริงๆ ได้กำไรจากการทำ Google Ads ทำยังไงให้ค่าโฆษณาของเราถูกลง ทำยังไงให้โฆษณาของเรายิงตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการขาย ทำให้คุณเห็นผลลัพธ์จากการทำ Google Ads อย่างชัดเจน


บทความนี้ได้รวบรวมเทคนิคการทำ Google Ads เอาไว้แล้ว มาดูกันว่าเขาทำอย่างไร ถึงสร้างยอดขายให้กับหลายๆ ธุรกิจได้


📍โฆษณา Google Ads คือ ?

Google Ads คือ การทำโฆษณาผ่านเครือข่าย Google โดยอาศัยจุดแข็งของ Google ที่มีผู้เข้าใช้งานในหลักล้านคนต่อวัน ซึ่งรูปแบบโฆษณาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Google Search


สาเหตุที่หลายแบรนด์เลือกใช้ Google Search เพราะจำนวนผู้เข้าใช้ Google เพื่อค้นหาข้อมูลในประเทศไทยต่อเดือนมีจำนวนสูงถึง 4 ร้อยกว่าล้านคน เฉลี่ยแล้วมีผู้ใช้วันละ 13 ล้านคน (อ้างอิงจากข้อมูลสถิติ HootSuite Digital Marketing 2019) ทำให้ Google แปรสภาพเป็นตลาดออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่มาก และมีโอกาสที่เจ้าของธุรกิจจะขายสินค้าหรือบริการผ่านการทำ Google Ads ได้เพิ่มมากขึ้น


📍สมัครบัญชี Google Ads ยังไง

การจะทํา Google Ads ด้วยตัวเอง ต้องเริ่มต้นจากการสมัครสมาชิกสร้างบัญชี Gmail ซะก่อน แล้วจึงลงทะเบียนสมัครบัญชี Google Ads ที่เว็บ https://ads.google.com/intl/th_TH/home/ แล้วจึงค่อยเริ่มต้นสร้างแคมเปญโฆษณา


📍องค์ประกอบของบัญชี Google Ads

การจะสร้างโฆษณาที่ดีก่อนสร้างเราต้องกำหนดเป้าหมายของเราให้ชัดเจนว่าเราอยากโฆษณาอะไร สินค้าเราคืออะไร แล้วอยากให้คนกลุ่มไหนเห็นโฆษณาของเรา อยากให้เห็นแล้วทำอะไร เป็นต้น


เมื่อวางแผนได้ชัดเจนแล้วจึงค่อยมาสร้างโฆษณา (Ads) การที่เราชัดเจนว่าเราจะสร้างอะไรจะช่วยให้เราสามารถสร้างโฆษณาและร่างโครงสร้างของแคมเปญ (Campaign) ที่เหมาะสมได้ง่ายมากขึ้น


หากจะมองภาพรวมของบัญชี Google Ads เราอาจจะแยกองค์ประกอบของบัญชี Google Ads เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ


📍การใช้งาน Keyword Planner เบื้องต้น

เริ่มจากไปที่เว็บไซต์ https://ads.google.com/home/tools/keyword-planner/ อย่าลืมลงชื่อเข้าใช้งานจากบัญชีที่ตัวเองมีอยู่ จากนั้นดูที่แถบด้านบนแล้วเลือก Tools มองหาคำว่า Keyword Planner ภายใต้หัวข้อ Planning


จากนั้นก็ใส่คำค้นหาหรือ Keywords เบื้องต้น เพื่อดูคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง เราจะเจอทั้งคำที่เกี่ยวข้องกับคำที่เราตั้งใจเสิร์ช ราคาของ Keyword และจำนวนครั้งของการค้นหาคำนั้นต่อเดือน แนวโน้มที่คนจะสนใจคำนั้น เพื่อวิเคราะห์ในการทำการตลาดต่อไป


📍รู้จักประเภทของ Keywords และ Negative Keywords

การทำ Keyword Research มีความสำคัญอย่างมากกับการทำ Search Engine Marketing การรู้จักและเลือกใช้คีย์เวิร์ดให้ถูกประเภทจะยิ่งเพิ่มโอกาสให้คุณสามารถทำโฆษณาผ่าน Google Ads ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถบริหารและคุมการใช้ต้นทุนได้อย่างคุ้มค่า


- Broad Keyword

เป็น Keyword แบบกว้างๆ เมื่อมีคนเสิร์ช Keyword ประเภทนี้ ระบบ Search Engine จะวิเคราะห์และแสดงผลคำที่มีความหมายเกี่ยวข้องกันมาแสดงเพิ่มเติม เหมาะกับธุรกิจที่เพิ่งเกิด เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นวงกว้าง


- Broad Match Keyword

เป็น Keyword ที่ทำงานแคบกว่าแบบแรก มักมีเครื่องหมาย (+) นำหน้า สามารถมีคำอื่นๆ หรือรูปประโยคอื่นๆ มาแทรกกับคำหลักได้ แต่จะแสดงผลลัพธ์ที่ตรงกับคำค้นหาเท่านั้น ไม่แสดงคำคล้ายอื่นๆ


- Phrase Keyword

เป็น Keyword ที่มีเครื่องหมาย “-” ทำงานแบบเป็นกลุ่มคำห้ามมีคำอื่นมาแทรกกลาง โดยจะแสดงเฉพาะเว็บไซต์/โฆษณาที่มี Keyword นั้นประกอบอยู่ ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น


- Exact Keyword

เป็น Keyword ที่มีราคาค่า Bid ต่ำที่สุด เนื่องจากเป็นคำที่คนจะค้นหาแบบไม่มีคำอื่นมาปะปน โฆษณาที่จะแสดงผลมักจะต้องมี Keyword ที่ตรงเป๊ะเท่านั้น ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้แม่นยำที่สุด แต่ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ความชำนาญในการหา Keyword สูง


- Negative Keyword

เป็น Keyword ที่มีเครื่องหมายลบนำหน้าไว้ด้วย เพื่อให้นำ Keyword และกลุ่มคนที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงออกไป โดยการช่วยป้องกันลูกค้าที่เคยค้นหา Keyword นั้นแล้วไม่สนใจเว็บไซต์หรือการแสดงผลอื่นๆ รวมถึงโฆษณาของเรา เมื่อเขากลับมาค้นหาใหม่จะไม่เห็นโฆษณา/เว็บไซต์ของเราอีก ทำให้การทํา Google Ads ด้วยตัวเองสามารถเข้าถึงเป้าหมายที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้น


📍เริ่มทำ Google Ads ด้วยตัวเองที่การสร้าง Search Campaign อย่างง่าย

หลังจากที่เรามีคำ Keyword ในใจเรียบร้อยแล้ว ก็มาลองเริ่มต้นสร้างแคมเปญโฆษณาทํา Google Ads ด้วยตัวเองกัน สร้างแคมเปญผ่าน Google Ads วิธีทําเริ่มจากคำว่า Campaign ตรงเมนูด้านซ้ายมือ


หลังจากที่เรากดแล้วจะแสดงเครื่องหมายเป็นวงกลมสีน้ำเงินที่มีรูปบวกอยู่ตรงกลาง แล้วกดเลือก New campaign


จากนั้นจึงเลือกประเภทแคมเปญที่จะสร้าง เช่น การเสิร์ช ดิสเพลย์ ช้อปปิ้ง วิดีโอ หรือแอปพลิเคชัน ฯลฯ แต่ถ้าหากไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเป็นพิเศษ ขอแนะนำให้เลือกทำแคมเปญแบบไม่มีเป้าหมายไปก่อน โดยกดที่ Create a Campaign Without a Goal


จากนั้นก็เลือกปลายทางที่เราต้องการให้ผู้คนมาปฏิสัมพันธ์มากขึ้น เช่น เว็บไซต์ของเรา ฯลฯ


จากนั้นจึงเลือก Network ที่โฆษณาเราจะไปแสดง มีให้เลือกระหว่าง Search (บนหน้าค้นหาของกูเกิ้ล) และ Display Network


ต่อจากนั้นอาจเลือก ทั่วประเทศ Thailand หรือเลือก Enter another locations เพื่อระบุจังหวัด หรือเมืองในประเทศอื่นๆ ก็ยังได้


ถัดลงมาจะเป็นส่วน Languages แนะนำให้เลือกภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐาน และถัดลงมาก็สามารถเลือกกลุ่มผู้ชมประเภทต่างๆ


ในส่วนของการตั้งค่า Budget สามารถกำหนดได้ว่า ในแต่ละวัน เราต้องการใช้เงินไปเท่าไหร่ ซึ่งกูเกิ้ลอาจจะมีหักไปน้อยกว่าหรือมากกว่าที่กำหนดไว้ในแต่ละวันบ้าง แต่จะไม่เกินไปกว่างบที่ตั้งไว้ในแต่ละเดือน


ส่วน Bidding หากคุณเป็นมือใหม่หัดลองทำ Google Ads ด้วยตัวเอง หลายคนจะแนะนำให้คุณเลือกแบบ Manual CPC เพื่อที่คุณจะได้ไม่เผลอไปเพิ่มหรือลดราคาต่อคลิกที่จ่ายใดๆ โดยที่ไม่ทันรู้ตัว


หรือจะใช้เทคนิคในการ Bid แบบที่โนเรียเองทำบ่อยก็คือให้ตั้ง Maximise Clicks แล้วให้ตั้งค่าราคาสูงสุดต่อคลิกที่เรายอมจ่าย (Maximum CPC bid limit) เพื่อที่เราจะได้ไม่จ่ายมากไปกว่าที่กำหนดไว้ ข้อดีของ Maximise Clicks ก็คือจะเป็นการ Bid ในแบบที่พยายามทำให้เราได้จำนวน Click มากที่สุดเท่าที่ต้นทุนของเราเอื้ออำนวย


ในภายหลังหากเราเริ่มเชี่ยวชาญ เริ่มมี Conversions ที่หลากหลายและมีจำนวนมากขึ้น ก็อาจจะตั้งให้เป็น Maximise Conversions ก็ได้เช่นกัน


เมื่อกำหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุดของแคมเปญได้แล้ว สามารถมาตั้งค้า Extention ซึ่งก็คือส่วนเสริมเพิ่มเติม เช่น เบอร์โทร ที่อยู่ หรือเพจเว็บไซต์ ต่อจากนั้นก็สามารถกด Save and Continute เพื่อไปใส่คีย์เวิร์ด เขียน Ad แล้วรอให้แคมเปญเริ่มทำงานกัน


-----------------------------------------------------------------------------------

สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด | รับสร้างแบรนด์ | รับทำการตลาดออนไลน์ | รับทำแผนการตลาดออนไลน์ | รับสร้างแบรนด์ | รับดูแล Facebook แฟนเพจ | รับดูแล LINE OA สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์

ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้

------------------------------------------------------------------------------------


💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙

📱Tel : 0840104252 📱0947805680

สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์)

┏━━━━━━━━━┓

📲 LINE: @chatstick

┗━━━━━━━━━┛

หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM

🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran

🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio

แท็ก:

ดู 9 ครั้ง

Comments


CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม2_2.png
CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม3.png
Recent Posts
c24f0332fa3b87f8a304140403b893510_64100212_210625.jpg
244712625_300456528129611_2152723951836713111_n.jpg
5.png
4.png
Button Event สติกเกอร์.png
2.png
Button ChatStick Market.png
bottom of page