top of page

การใช้ Blockchain ในการสร้างระบบการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า





บล็อกเชนกับการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าไทย: เทคโนโลยีพลิกโฉมวงการ 



โดย ทีมงาน ChatStick 



 



บทความนี้เจาะลึกถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพในการสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการยกระดับคุณภาพสินค้าไทยในระดับสากล 



 



บล็อกเชน: ภาพรวมและประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า 



บล็อกเชนถูกอธิบายว่าเป็น "สมุดบัญชีเล่มยักษ์" ที่ข้อมูลถูกบันทึกเป็น "บล็อก" เรียงต่อกัน เชื่อมโยงด้วยรหัสลับ และกระจายอยู่บนคอมพิวเตอร์หลายเครื่องทั่วโลก ด้วยสถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ทำให้บล็อกเชนมีคุณสมบัติสำคัญที่ส่งผลดีต่อการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า ดังนี้: 



 



Immutability (การไม่สามารถแก้ไขได้): ข้อมูลที่บันทึกแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือลบได้ ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะไม่ถูกบิดเบือน เปรียบเสมือนการจารึกข้อมูลลงบนศิลาแลง 



Transparency (ความโปร่งใส): ผู้ที่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ทำให้สามารถสแกน QR Code บนสินค้าเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มา กระบวนการผลิต และผู้ผลิตได้อย่างชัดเจน 



Cryptography (การเข้ารหัส): ข้อมูลแต่ละบล็อกมีการเข้ารหัสอย่างดี ป้องกันการแฮกและการเปลี่ยนแปลงข้อมูล 



Digital Identity for Products (บัตรประชาชนดิจิทัลสำหรับสินค้า): สินค้าแต่ละชิ้นจะมีรหัสประจำตัวดิจิทัลที่ไม่ซ้ำกัน ทำให้สามารถติดตามได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง 



Smart Contracts (สัญญาอัจฉริยะ): ข้อตกลงที่เขียนด้วยโค้ดบนบล็อกเชน สามารถทำงานได้อัตโนมัติเมื่อเงื่อนไขครบถ้วน โดยไม่ต้องมีคนกลาง 



ประวัติศาสตร์และจุดเริ่มต้นของบล็อกเชนในวงการสินค้าไทย 



การนำบล็อกเชนมาใช้ในไทยเริ่มมองเห็นศักยภาพตั้งแต่ช่วงปี 2560-2562 โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมเพื่อสนับสนุน "Smart Farming" และการจัดการข้อมูลที่มีมาตรฐาน 



 



บทบาทของภาครัฐ: 



 



โครงการ TraceThai.com (ปี 2562): กระทรวงพาณิชย์ (สนค.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำร่องใช้บล็อกเชนตรวจสอบย้อนกลับ "ข้าวอินทรีย์" ปัจจุบันขยายครอบคลุมสินค้าเกษตรหลากหลายประเภท (ข้าว, ผัก, ผลไม้, ดอกไม้, ปศุสัตว์, ประมง, พืชอื่นๆ, อาหารแปรรูป) มีผู้ใช้งาน 160 ราย/กลุ่ม 



การคืนภาษีให้นักท่องเที่ยว: กรมสรรพากรเป็นหน่วยงานแรกของโลกที่ใช้บล็อกเชนในการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวผ่านแอปพลิเคชันมือถือ (ปี 2563) 



บทบาทของภาคเอกชน: 



 



ไทยยูเนี่ยน: ใช้ Ethereum Blockchain เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของปลาทูน่า ผ่านการสแกน QR Code 



CPF (ซีพีเอฟ): นำบล็อกเชนมาใช้ตรวจสอบย้อนกลับไก่สด หมูสด และไข่ไก่ ตั้งแต่ปี 2565-2566 และมีแผนขยายไปยังกุ้งและอาหารปรุงสุก ผู้บริโภคสแกน QR Code เพื่อเข้าถึงข้อมูลแหล่งที่มา กระบวนการผลิต และมาตรฐาน 



อุตสาหกรรมยานยนต์: เริ่มศึกษาการใช้บล็อกเชนในห่วงโซ่อุปทาน 



แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่บล็อกเชนในไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยภาครัฐและเอกชนเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นอนาคตที่จะยกระดับสินค้าไทย 



 



ข้อดี ข้อควรพิจารณา และความท้าทายของบล็อกเชน 



ข้อดีที่ได้รับการยอมรับ: 



 



ความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ: ยากต่อการปลอมแปลงสินค้า ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย 



การจัดการซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ: ติดตามสินค้าได้รวดเร็ว แม่นยำ ลดเอกสารและความผิดพลาด 



ลดต้นทุนและคนกลาง: ลดค่าใช้จ่ายจากการไม่ต้องใช้ตัวกลางหลายทอด 



การรับมือวิกฤต: ระบุแหล่งที่มาของปัญหาได้รวดเร็ว เรียกคืนสินค้าได้ทันท่วงที 



ส่งเสริมความยั่งยืน: ติดตามข้อมูลด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน 



เพิ่มโอกาสส่งออก: ช่วยให้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (เช่น สหภาพยุโรป, สหรัฐอเมริกา) ได้ง่ายขึ้น 



ข้อควรพิจารณาและความท้าทาย: 



 



ความถูกต้องของข้อมูลเริ่มต้น (Garbage In, Garbage Out): หากข้อมูลที่ป้อนเข้าระบบตั้งแต่แรกผิด บล็อกเชนก็จะบันทึกข้อมูลผิดนั้นตลอดไป 



ค่าใช้จ่ายในการลงทุน: การติดตั้งและบำรุงรักษาระบบบล็อกเชนมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะสำหรับ SMEs 



ความซับซ้อนทางเทคนิค: ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง 



การยอมรับและความร่วมมือ: การทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในห่วงโซ่อุปทานยอมรับและป้อนข้อมูลเป็นเรื่องท้าทาย อาจมีความกังวลเรื่องการเปิดเผยความลับทางการค้า 



กฎหมายและระเบียบที่ยังไม่นิ่ง: สร้างความไม่แน่นอนให้กับผู้ประกอบการ 



ในไทย โครงการ TraceThai.com และ CPF เป็นตัวอย่างที่พยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดย TraceThai.com มีแผนใช้หน่วยงานกลางรับรองข้อมูลและกลไกตลาดเพื่อแก้ปัญหาข้อมูลเริ่มต้นผิดพลาด 



 



ดราม่าและความล้มเหลวของบล็อกเชนในวงการซัพพลายเชน 



แม้จะมีศักยภาพสูง แต่บล็อกเชนก็เผชิญกับความท้าทายและข้อโต้แย้งหลายประการ: 



 



ปัญหา "Garbage In, Garbage Out": บล็อกเชนไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ป้อนเข้าสู่ระบบตั้งแต่แรกได้ 



ค่าใช้จ่ายและความซับซ้อน: โครงการบล็อกเชนสำหรับองค์กรมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องการผู้เชี่ยวชาญ 



ขาดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน: บางองค์กรใช้บล็อกเชนตามกระแสโดยไม่มีการกำหนดปัญหาที่ต้องการแก้ไข 



ความกังวลเรื่องความลับทางการค้า: การแบ่งปันข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเป็นข้อกังวลสำหรับธุรกิจ 



ปัญหาการทำงานร่วมกัน (Interoperability): เครือข่ายบล็อกเชนที่แตกต่างกันอาจสื่อสารกันไม่ได้ 



ความเฉื่อยขององค์กร: ความกลัวการเปลี่ยนแปลงและการต่อต้านจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบางราย 



ตัวอย่างความล้มเหลว: 



 



กว่า 90% ของโครงการบล็อกเชนในองค์กรล้มเหลว หรืออยู่ได้เฉลี่ยเพียงปีกว่า 



TradeLens (IBM-Maersk): ยกเลิกโครงการเนื่องจากไม่สามารถโน้มน้าวบริษัทขนส่งอื่นๆ ให้เข้าร่วมและแชร์ข้อมูลได้ 



IBM's Food Trust, VeChain, Walmart Canada: ถูกยกเป็นตัวอย่างความล้มเหลวในซัพพลายเชน โดยมีสาเหตุจากค่าใช้จ่ายสูง ปัญหาเทคนิค และการประสานงาน 



โครงการ TraceThai.com ตระหนักถึงปัญหาข้อมูลเริ่มต้นผิดพลาด และมีแผนแก้ไขผ่านการรับรองจากหน่วยงานรับรอง (CB) และกลไกของตลาด 



 



อนาคตของบล็อกเชนกับการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า 



อนาคตของบล็อกเชนในการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าคาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีเทคโนโลยีอื่น ๆ เข้ามาเสริมศักยภาพ: 



 



ความน่าเชื่อถือและโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น: ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลสินค้าได้ง่ายขึ้นตั้งแต่แหล่งผลิตถึงมือ 



การป้องกันการปลอมแปลง: การผนวกเทคโนโลยีจะทำให้การปลอมแปลงสินค้าทำได้ยากขึ้น 



ซัพพลายเชนที่รวดเร็วและไหลลื่น: การติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์ ลดขั้นตอน เอกสาร และต้นทุน 



การจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ: ระบุต้นตอของปัญหาและเรียกคืนสินค้าได้อย่างรวดเร็ว 



การส่งเสริมความยั่งยืน: ติดตามข้อมูลกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ละเอียดขึ้น 



เทคโนโลยีพันธมิตร: 



 



IoT (Internet of Things): อุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น เซ็นเซอร์, GPS จะบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์ส่งเข้าบล็อกเชนโดยอัตโนมัติ 



AI (Artificial Intelligence): วิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลบนบล็อกเชนเพื่อหาแพทเทิร์น, คาดการณ์แนวโน้ม, และตรวจจับความผิดปกติ 



Big Data: การรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อการวิเคราะห์เชิงลึก ปรับปรุงกระบวนการ และสร้างมูลค่าเพิ่ม 



บทบาทของประเทศไทยในอนาคต: 



 



ภาคเอกชน: CPF ตั้งเป้าขยายการใช้บล็อกเชนครอบคลุมผลิตภัณฑ์อาหารสดอื่นๆ 



ภาครัฐ: กระทรวงพาณิชย์ (สนค.) และโครงการ TraceThai.com เดินหน้าพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวอินทรีย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย 



การร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะช่วยให้สินค้าไทยมีคุณภาพ ปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก



#ChatStick #สติกเกอร์ไลน์ #สร้างแบรนด์ #รับวาดสติกเกอร์ #สติกเกอร์น่ารัก #รับวาดการ์ตูน #สติ๊กเกอร์แจกฟรี #EventSticker #สติ๊กเกอร์ประจำแบรนด์ #LINE #StickerLINE #รับออกแบบ #ดูแลเพจ #แจกสติกเกอร์ไลน์ #VDOMotion #ร้านค้าออนไลน์ #สร้างLINEOA





------------------------------------------------------------------------------------



สนใจบริการ รับออกแบบการ์ตูน คาแรคเตอร์ โลโก้ วาดตัวมาสคอต โดยมืออาชีพ | บริการรับออกแบบมาสคอต ออกแบบตัวการ์ตูน Character รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์ภาพวาด | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์ภาพถ่าย | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์ดารา | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์ศิลปิน | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์นักร้อง | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์บริษัท | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์องค์กร| รับออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์อนิเมชั่น | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์อนิเมชั่น | รับออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์เคลื่อนไหวได้ | รับออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ดุ๊กดิ๊ก | รับทำAnimated Sticker Line | Animated Stickers



"StickerLine สติ๊กเกอร์ไลน์รูปถ่าย สติ๊กเกอร์ไลน์รูปภาพ สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง





ตัวอย่าง ผลงานออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ บริษัท แบรนด์ และ องค์กร



>> https://www.chatstickmarket.com/stickerport 



ตัวอย่าง ผลงานออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ ศิลปิน ดารา และ ผู้มีชื่อเสียง



>> https://www.chatstickmarket.com/celebport 



ตัวอย่าง ตัวอย่างผลงานมาสคอต (Mascot) ธุรกิจ องค์กร และ ศิลปิน



>> https://www.chatstickmarket.com/mascotport 



------------------------------------------------------------------------------------





💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙



📱Tel : 0840104252 📱0947805680



📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH 



┏━━━━━━━━━┓



📲 LINE: @chatstick



┗━━━━━━━━━┛



หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM 



🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/langran

บล็อกเชนกับการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าไทย: เทคโนโลยีพลิกโฉมวงการ


โดย ทีมงาน ChatStick



บทความนี้เจาะลึกถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพในการสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการยกระดับคุณภาพสินค้าไทยในระดับสากล



บล็อกเชน: ภาพรวมและประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า


บล็อกเชนถูกอธิบายว่าเป็น "สมุดบัญชีเล่มยักษ์" ที่ข้อมูลถูกบันทึกเป็น "บล็อก" เรียงต่อกัน เชื่อมโยงด้วยรหัสลับ และกระจายอยู่บนคอมพิวเตอร์หลายเครื่องทั่วโลก ด้วยสถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ทำให้บล็อกเชนมีคุณสมบัติสำคัญที่ส่งผลดีต่อการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า ดังนี้:



Immutability (การไม่สามารถแก้ไขได้): ข้อมูลที่บันทึกแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือลบได้ ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะไม่ถูกบิดเบือน เปรียบเสมือนการจารึกข้อมูลลงบนศิลาแลง


Transparency (ความโปร่งใส): ผู้ที่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ทำให้สามารถสแกน QR Code บนสินค้าเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มา กระบวนการผลิต และผู้ผลิตได้อย่างชัดเจน


Cryptography (การเข้ารหัส): ข้อมูลแต่ละบล็อกมีการเข้ารหัสอย่างดี ป้องกันการแฮกและการเปลี่ยนแปลงข้อมูล


Digital Identity for Products (บัตรประชาชนดิจิทัลสำหรับสินค้า): สินค้าแต่ละชิ้นจะมีรหัสประจำตัวดิจิทัลที่ไม่ซ้ำกัน ทำให้สามารถติดตามได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง


Smart Contracts (สัญญาอัจฉริยะ): ข้อตกลงที่เขียนด้วยโค้ดบนบล็อกเชน สามารถทำงานได้อัตโนมัติเมื่อเงื่อนไขครบถ้วน โดยไม่ต้องมีคนกลาง


ประวัติศาสตร์และจุดเริ่มต้นของบล็อกเชนในวงการสินค้าไทย


การนำบล็อกเชนมาใช้ในไทยเริ่มมองเห็นศักยภาพตั้งแต่ช่วงปี 2560-2562 โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมเพื่อสนับสนุน "Smart Farming" และการจัดการข้อมูลที่มีมาตรฐาน



บทบาทของภาครัฐ:



โครงการ TraceThai.com (ปี 2562): กระทรวงพาณิชย์ (สนค.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำร่องใช้บล็อกเชนตรวจสอบย้อนกลับ "ข้าวอินทรีย์" ปัจจุบันขยายครอบคลุมสินค้าเกษตรหลากหลายประเภท (ข้าว, ผัก, ผลไม้, ดอกไม้, ปศุสัตว์, ประมง, พืชอื่นๆ, อาหารแปรรูป) มีผู้ใช้งาน 160 ราย/กลุ่ม


การคืนภาษีให้นักท่องเที่ยว: กรมสรรพากรเป็นหน่วยงานแรกของโลกที่ใช้บล็อกเชนในการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวผ่านแอปพลิเคชันมือถือ (ปี 2563)


บทบาทของภาคเอกชน:



ไทยยูเนี่ยน: ใช้ Ethereum Blockchain เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของปลาทูน่า ผ่านการสแกน QR Code


CPF (ซีพีเอฟ): นำบล็อกเชนมาใช้ตรวจสอบย้อนกลับไก่สด หมูสด และไข่ไก่ ตั้งแต่ปี 2565-2566 และมีแผนขยายไปยังกุ้งและอาหารปรุงสุก ผู้บริโภคสแกน QR Code เพื่อเข้าถึงข้อมูลแหล่งที่มา กระบวนการผลิต และมาตรฐาน


อุตสาหกรรมยานยนต์: เริ่มศึกษาการใช้บล็อกเชนในห่วงโซ่อุปทาน


แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่บล็อกเชนในไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยภาครัฐและเอกชนเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นอนาคตที่จะยกระดับสินค้าไทย



ข้อดี ข้อควรพิจารณา และความท้าทายของบล็อกเชน


ข้อดีที่ได้รับการยอมรับ:



ความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ: ยากต่อการปลอมแปลงสินค้า ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย


การจัดการซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ: ติดตามสินค้าได้รวดเร็ว แม่นยำ ลดเอกสารและความผิดพลาด


ลดต้นทุนและคนกลาง: ลดค่าใช้จ่ายจากการไม่ต้องใช้ตัวกลางหลายทอด


การรับมือวิกฤต: ระบุแหล่งที่มาของปัญหาได้รวดเร็ว เรียกคืนสินค้าได้ทันท่วงที


ส่งเสริมความยั่งยืน: ติดตามข้อมูลด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน


เพิ่มโอกาสส่งออก: ช่วยให้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (เช่น สหภาพยุโรป, สหรัฐอเมริกา) ได้ง่ายขึ้น


ข้อควรพิจารณาและความท้าทาย:



ความถูกต้องของข้อมูลเริ่มต้น (Garbage In, Garbage Out): หากข้อมูลที่ป้อนเข้าระบบตั้งแต่แรกผิด บล็อกเชนก็จะบันทึกข้อมูลผิดนั้นตลอดไป


ค่าใช้จ่ายในการลงทุน: การติดตั้งและบำรุงรักษาระบบบล็อกเชนมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะสำหรับ SMEs


ความซับซ้อนทางเทคนิค: ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง


การยอมรับและความร่วมมือ: การทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในห่วงโซ่อุปทานยอมรับและป้อนข้อมูลเป็นเรื่องท้าทาย อาจมีความกังวลเรื่องการเปิดเผยความลับทางการค้า


กฎหมายและระเบียบที่ยังไม่นิ่ง: สร้างความไม่แน่นอนให้กับผู้ประกอบการ


ในไทย โครงการ TraceThai.com และ CPF เป็นตัวอย่างที่พยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดย TraceThai.com มีแผนใช้หน่วยงานกลางรับรองข้อมูลและกลไกตลาดเพื่อแก้ปัญหาข้อมูลเริ่มต้นผิดพลาด



ดราม่าและความล้มเหลวของบล็อกเชนในวงการซัพพลายเชน


แม้จะมีศักยภาพสูง แต่บล็อกเชนก็เผชิญกับความท้าทายและข้อโต้แย้งหลายประการ:



ปัญหา "Garbage In, Garbage Out": บล็อกเชนไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ป้อนเข้าสู่ระบบตั้งแต่แรกได้


ค่าใช้จ่ายและความซับซ้อน: โครงการบล็อกเชนสำหรับองค์กรมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องการผู้เชี่ยวชาญ


ขาดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน: บางองค์กรใช้บล็อกเชนตามกระแสโดยไม่มีการกำหนดปัญหาที่ต้องการแก้ไข


ความกังวลเรื่องความลับทางการค้า: การแบ่งปันข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเป็นข้อกังวลสำหรับธุรกิจ


ปัญหาการทำงานร่วมกัน (Interoperability): เครือข่ายบล็อกเชนที่แตกต่างกันอาจสื่อสารกันไม่ได้


ความเฉื่อยขององค์กร: ความกลัวการเปลี่ยนแปลงและการต่อต้านจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบางราย


ตัวอย่างความล้มเหลว:



กว่า 90% ของโครงการบล็อกเชนในองค์กรล้มเหลว หรืออยู่ได้เฉลี่ยเพียงปีกว่า


TradeLens (IBM-Maersk): ยกเลิกโครงการเนื่องจากไม่สามารถโน้มน้าวบริษัทขนส่งอื่นๆ ให้เข้าร่วมและแชร์ข้อมูลได้


IBM's Food Trust, VeChain, Walmart Canada: ถูกยกเป็นตัวอย่างความล้มเหลวในซัพพลายเชน โดยมีสาเหตุจากค่าใช้จ่ายสูง ปัญหาเทคนิค และการประสานงาน


โครงการ TraceThai.com ตระหนักถึงปัญหาข้อมูลเริ่มต้นผิดพลาด และมีแผนแก้ไขผ่านการรับรองจากหน่วยงานรับรอง (CB) และกลไกของตลาด



อนาคตของบล็อกเชนกับการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า


อนาคตของบล็อกเชนในการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าคาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีเทคโนโลยีอื่น ๆ เข้ามาเสริมศักยภาพ:



ความน่าเชื่อถือและโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น: ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลสินค้าได้ง่ายขึ้นตั้งแต่แหล่งผลิตถึงมือ


การป้องกันการปลอมแปลง: การผนวกเทคโนโลยีจะทำให้การปลอมแปลงสินค้าทำได้ยากขึ้น


ซัพพลายเชนที่รวดเร็วและไหลลื่น: การติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์ ลดขั้นตอน เอกสาร และต้นทุน


การจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ: ระบุต้นตอของปัญหาและเรียกคืนสินค้าได้อย่างรวดเร็ว


การส่งเสริมความยั่งยืน: ติดตามข้อมูลกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ละเอียดขึ้น


เทคโนโลยีพันธมิตร:



IoT (Internet of Things): อุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น เซ็นเซอร์, GPS จะบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์ส่งเข้าบล็อกเชนโดยอัตโนมัติ


AI (Artificial Intelligence): วิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลบนบล็อกเชนเพื่อหาแพทเทิร์น, คาดการณ์แนวโน้ม, และตรวจจับความผิดปกติ


Big Data: การรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อการวิเคราะห์เชิงลึก ปรับปรุงกระบวนการ และสร้างมูลค่าเพิ่ม


บทบาทของประเทศไทยในอนาคต:



ภาคเอกชน: CPF ตั้งเป้าขยายการใช้บล็อกเชนครอบคลุมผลิตภัณฑ์อาหารสดอื่นๆ


ภาครัฐ: กระทรวงพาณิชย์ (สนค.) และโครงการ TraceThai.com เดินหน้าพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวอินทรีย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย


การร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะช่วยให้สินค้าไทยมีคุณภาพ ปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก


#ChatStick #สติกเกอร์ไลน์ #สร้างแบรนด์ #รับวาดสติกเกอร์ #สติกเกอร์น่ารัก #รับวาดการ์ตูน #สติ๊กเกอร์แจกฟรี #EventSticker #สติ๊กเกอร์ประจำแบรนด์ #LINE #StickerLINE #รับออกแบบ #ดูแลเพจ #แจกสติกเกอร์ไลน์ #VDOMotion #ร้านค้าออนไลน์ #สร้างLINEOA



------------------------------------------------------------------------------------


สนใจบริการ รับออกแบบการ์ตูน คาแรคเตอร์ โลโก้ วาดตัวมาสคอต โดยมืออาชีพ | บริการรับออกแบบมาสคอต ออกแบบตัวการ์ตูน Character รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์ภาพวาด | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์ภาพถ่าย | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์ดารา | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์ศิลปิน | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์นักร้อง | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์บริษัท | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์องค์กร| รับออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์อนิเมชั่น | รับทำสติ๊กเกอร์ไลน์อนิเมชั่น | รับออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์เคลื่อนไหวได้ | รับออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ดุ๊กดิ๊ก | รับทำAnimated Sticker Line | Animated Stickers


"StickerLine สติ๊กเกอร์ไลน์รูปถ่าย สติ๊กเกอร์ไลน์รูปภาพ สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง



ตัวอย่าง ผลงานออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ บริษัท แบรนด์ และ องค์กร



ตัวอย่าง ผลงานออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ ศิลปิน ดารา และ ผู้มีชื่อเสียง



ตัวอย่าง ตัวอย่างผลงานมาสคอต (Mascot) ธุรกิจ องค์กร และ ศิลปิน



------------------------------------------------------------------------------------



💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙


📱Tel : 0840104252 📱0947805680



┏━━━━━━━━━┓


📲 LINE: @chatstick


┗━━━━━━━━━┛


หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM 


🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/langran


ความคิดเห็น


CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม2_2.png
CS_Redesign_คอนเทนต์เดิม3.png
Recent Posts
c24f0332fa3b87f8a304140403b893510_64100212_210625.jpg
244712625_300456528129611_2152723951836713111_n.jpg
5.png
4.png
Button Event สติกเกอร์.png
2.png
Button ChatStick Market.png
bottom of page